เที่ยวยุโรปเดือนธันวาคม ที่ไหนสวย: ตลาดคริสต์มาสถึงแสงเหนือ
ยุโรป

เที่ยวยุโรปเดือนธันวาคม ที่ไหนสวย: ตลาดคริสต์มาสถึงแสงเหนือ

ธันวาคมคือเดือนมืดสุดและหนาวสุดของปีในยุโรป แต่เป็นเดือนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุด จากตลาดคริสต์มาส Alsace ถึงแสงเหนือในคืนที่ยาวที่สุด

Gography2 สิงหาคม 25693 นาทีในการอ่าน

ธันวาคมคือเดือนมืดสุดและหนาวสุดของปีในยุโรป แต่เป็นเดือนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุด จากตลาดคริสต์มาส Alsace ถึงแสงเหนือในคืนที่ยาวที่สุด

สรุปก่อนอ่าน
  • เดือนที่มีทัวร์ Gography ไปจริง 2 รอบ — เส้นทางตลาดคริสต์มาสออสเตรีย-เยอรมนี-ฝรั่งเศส แวะ Colmar, Strasbourg, Rothenburg และ Hallstatt ในทริปเดียว
  • 4 ธีมเด่นของเดือน: ตลาดคริสต์มาสอาลซัส-บาวาเรีย-ออสเตรีย · แสงเหนือในคืนที่ยาวที่สุดของปีที่ Tromsø/Levi/Rovaniemi · หิมะเต็มฤดูที่สวิส (Zermatt/Jungfraujoch) · หมู่บ้านซานตาที่ Rovaniemi สำหรับทริปครอบครัว
  • แดดสั้นมาก พระอาทิตย์ตกก่อน 17.00 น. ในยุโรปกลาง และไม่ขึ้นเลยหลายสัปดาห์เหนือเส้นอาร์กติก ต้องวางแผนเวลาถ่ายภาพให้เข้าใจข้อจำกัดนี้ก่อน
  • สัปดาห์คริสต์มาส-ปีใหม่ (20 ธ.ค.-2 ม.ค.) คือช่วงแพงที่สุดของปีทั้งทวีป ทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พัก ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 เดือน
  • ตลาดคริสต์มาสแต่ละเมืองเปิด-ปิดคนละวัน และบางแห่งเปิดแค่วันเดียวต่อปี ต้องเช็กวันที่จริงก่อนวางแผนเส้นทาง ไม่ใช่จำวันจากปีก่อน

ที่ Strasbourg พระอาทิตย์ตกก่อน 17.00 น. ไฟตลาดคริสต์มาสมักติดขึ้นตั้งแต่ยังไม่มืดสนิทด้วยซ้ำ ยิ่งขึ้นไปทางเหนือ ที่ Tromsø ในนอร์เวย์ ดวงอาทิตย์ไม่โผล่พ้นขอบฟ้าเลยตลอดหลายสัปดาห์ ธันวาคมคือเดือนที่แดดสั้นที่สุดในรอบปีของยุโรปทั้งทวีป และก็เป็นเดือนที่หนาวจัดขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่หลายพื้นที่หิมะเริ่มปกคลุมถาวร

แต่ความมืดและความหนาวนี้เองที่ทำให้ธันวาคมมีเอกลักษณ์ที่เดือนอื่นให้ไม่ได้ ในยุโรปกลางและตะวันตก เมืองเล็ก ๆ เปลี่ยนจัตุรัสกลางเมืองให้เป็นตลาดไฟและกลิ่นไวน์อุ่น ในอาร์กติก ท้องฟ้ามืดยาวนานกลายเป็นจอฉายแสงเหนือที่มีโอกาสเห็นมากกว่าเดือนไหน ๆ ส่วนในเทือกเขาแอลป์ หิมะที่ตกสะสมมาตั้งแต่ปลายพฤศจิกายนเริ่มปกคลุมทั้งหุบเขา ไม่ใช่แค่ยอดเขาเหมือนฤดูอื่น คนที่มาเดือนนี้ต้องแลกกับแดดน้อยและอากาศหนาวจัด แต่ได้ภาพและบรรยากาศที่หาไม่ได้ในเดือนอื่นของปีเป็นการตอบแทน

เส้นทางตลาดคริสต์มาส ออสเตรีย-เยอรมนี-ฝรั่งเศส

ธันวาคมคือหน้าต่างเวลาเดียวของปีที่ตลาดคริสต์มาสยุโรปเปิดทำการ และแต่ละเมืองมีวันเปิด-ปิดของตัวเองไม่ตรงกัน เส้นทางที่จับสามประเทศไว้ในทริปเดียวได้ครบรสที่สุดคือสาย Alsace-Bavaria-Austria

Strasbourg เปิดตลาด Christkindelsmärik ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1570 ถือเป็นตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศส ปี 2026 เปิด 27 พฤศจิกายน ถึง 27 ธันวาคม กระจายตัวหลายจัตุรัสทั่วเมืองเก่ารอบมหาวิหาร Notre-Dame Colmar ที่อยู่ห่างออกไปทางใต้ราวครึ่งชั่วโมงโดยรถไฟ เปิด 23 พฤศจิกายน ถึง 29 ธันวาคม กระจายเป็นหลายโซนทั่วเมืองแทนที่จะรวมจุดเดียว ทำให้บรรยากาศรู้สึกใกล้ชิดกว่า

ข้ามพรมแดนไปฝั่งเยอรมนี Rothenburg ob der Tauber เมืองยุคกลางที่ยังมีกำแพงเมืองครบรอบ จัดตลาด Reiterlesmarkt ไปจนถึง 23 ธันวาคม ในเขตเมืองเก่าที่ไฟตะเกียงกับบ้านโครงไม้ทำให้ที่นี่ถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในตลาดคริสต์มาสที่มีบรรยากาศเป็นเทพนิยายที่สุดของ Bavaria ส่วน Hallstatt ในออสเตรีย จัดตลาดคริสต์มาสริมทะเลสาบแบบพิเศษเพียงวันเดียวต่อปี — แผงขายของถูกขนข้ามทะเลสาบด้วยเรือแบบดั้งเดิมมาตั้งในจัตุรัสกลางหมู่บ้าน มีการขับร้องประสานเสียงประกอบ ปี 2026 ตรงกับวันที่ 8 ธันวาคม เป็นกิจกรรมที่หมู่บ้านทำมาต่อเนื่องหลายสิบปี และเพราะเปิดแค่วันเดียว การไปให้ตรงวันจึงสำคัญกว่าการไปเมืองอื่นในเส้นทางนี้

อ่านรายละเอียดแต่ละเมืองเพิ่มได้ที่ Colmar-Strasbourg: คู่มือเที่ยว Alsace · Rothenburg เมืองยุคกลาง · Romantic Road เยอรมนีในฤดูหนาว · Hallstatt ออสเตรีย

แสงเหนือในคืนที่ยาวที่สุดของปี — Tromsø, Levi, Rovaniemi

วันที่ 21 ธันวาคมของทุกปีคือ winter solstice กลางคืนยาวที่สุดในซีกโลกเหนือ และนี่คือเหตุผลที่ธันวาคมเป็นหนึ่งในเดือนที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือมากที่สุด ไม่ใช่เพราะแสงเหนือแรงขึ้นในเดือนนี้ แต่เพราะมีชั่วโมงมืดให้ล่าแสงยาวนานกว่าเดือนไหน ๆ

Tromsø ในนอร์เวย์ตอนเหนืออยู่เหนือเส้น Arctic Circle เข้าสู่ช่วง polar night ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมกราคม ดวงอาทิตย์ไม่ขึ้นพ้นขอบฟ้าเลยตลอดช่วงนี้ แต่ท้องฟ้าไม่ได้มืดสนิททั้งวัน ยังมีช่วงแสงสีฟ้าครามจาง ๆ กลางวันให้เห็นเมือง ก่อนกลับสู่ความมืดที่เปิดทางให้แสงเหนือขึ้นได้ตั้งแต่หัวค่ำ Levi ในแลปแลนด์ฟินแลนด์เป็นอีกฐานที่คนสาย aurora นิยม เพราะเป็นทั้งลานสกีที่เปิดให้เล่นแล้วในเดือนนี้และจุดล่าแสงเหนือในคืนเดียวกัน ส่วน Rovaniemi เมืองหลักของแลปแลนด์ฟินแลนด์ที่ตั้งอยู่บนเส้น Arctic Circle พอดี ก็เป็นอีกฐานที่ผสมทั้งการล่าแสงเหนือกับกิจกรรมหน้าหนาวอื่นได้ในทริปเดียว

อ่านรายละเอียดแต่ละเมืองเพิ่มได้ที่ Tromsø อาร์กติกนอร์เวย์ · Levi แลปแลนด์ฟินแลนด์ · Rovaniemi แลปแลนด์ฟินแลนด์

หิมะเต็มฤดูที่สวิตเซอร์แลนด์ — Zermatt, Jungfraujoch

ธันวาคมคือเดือนที่สวิตเซอร์แลนด์เปลี่ยนจากฤดูเดินป่าเป็นฤดูสกีเต็มตัว ต่างจากฤดูร้อนที่หิมะอยู่แค่บนยอดเขาและธารน้ำแข็ง เดือนนี้หิมะเริ่มปกคลุมลงมาถึงระดับหมู่บ้าน ทำให้ภาพรวมของทั้งหุบเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งหมด

Zermatt เมืองปลอดรถยนต์เครื่องยนต์ใต้เงา Matterhorn เข้าสู่ฤดูสกีตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเมษายน เป็นช่วงที่ลานสกีเปิดครบทุกโซน และตัวเมืองเองก็มีตลาดคริสต์มาสเล็ก ๆ กับไฟประดับตามถนนที่ยังปลอดรถอยู่แล้วโดยพื้นฐาน ส่วน Jungfraujoch สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปที่ระดับ 3,454 เมตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Top of Europe" เปิดให้ขึ้นชมได้ทั้งปีด้วยรถไฟ Jungfraubahn แต่ธันวาคมคือช่วงที่ภูมิทัศน์รอบสถานีและหุบเขาที่มองลงไปเป็นหิมะขาวโพลนเต็มพื้นที่ ต่างจากฤดูร้อนที่หิมะอยู่เฉพาะบนธารน้ำแข็ง Aletsch

อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ Zermatt และ Matterhorn · Jungfraujoch Top of Europe

แลปแลนด์ฤดูซานตา — Rovaniemi สำหรับทริปครอบครัว

Rovaniemi ประกาศตัวเป็นบ้านอย่างเป็นทางการของซานตาครอส ตั้งอยู่บนเส้น Arctic Circle พอดี และธันวาคมคือฤดูกาลพีคที่สุดของเมืองนี้ในทุกความหมาย นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่ Santa Claus Village เพื่อพบซานตา ข้ามเส้น Arctic Circle ในตำแหน่งที่มีเส้นทำเครื่องหมายจริงบนพื้น และต่อกิจกรรมหน้าหนาวอย่างขับสโนว์โมบิลหรือขี่รถลากเลื่อนสุนัขฮัสกี้

จุดต่างจากสองธีมก่อนหน้าคือ Rovaniemi เดือนนี้เหมาะกับทริปครอบครัวที่มีเด็กเป็นพิเศษ มากกว่าจะเป็นทริปสายถ่ายภาพล้วน ๆ แม้จะยังมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้เช่นเดียวกับ Tromsø และ Levi อากาศเฉลี่ยเดือนธันวาคมหนาวจัด กลางวันมักติดลบ ต้องเตรียมเสื้อผ้าหนาวระดับอาร์กติกจริง ไม่ใช่แค่เสื้อกันหนาวทั่วไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ Rovaniemi แลปแลนด์ฟินแลนด์ หรือภาพรวมทั้งภูมิภาคที่ แลปแลนด์ฟินแลนด์ พรีเมียม

ถ้าต้องเลือกที่เดียว

สายถ่ายภาพ — เลือกระหว่างแสงเหนือกับหิมะสวิส ถ้าอยากได้ภาพท้องฟ้าที่เดือนอื่นให้ไม่ได้ ไป Tromsø หรือ Levi เพราะคืนยาวที่สุดของปีคือหน้าต่างโอกาสที่ดีที่สุด ถ้าอยากได้ภาพภูเขาและหุบเขาขาวโพลนแบบคลาสสิก Zermatt กับ Jungfraujoch ให้ผลที่แน่นอนกว่า เพราะไม่ต้องพึ่งดวงเรื่องสภาพอากาศแม่เหล็กโลก

สายเมืองและวัฒนธรรม — เส้นทางตลาดคริสต์มาส Alsace-Bavaria-Austria ตอบโจทย์ที่สุด เพราะเดินได้ทั้งวัน ไม่ต้องพึ่งสภาพอากาศพิเศษ และมีของกินของดื่มให้ลองระหว่างเดินหนาว ๆ ตลอดทาง

สายครอบครัว/มีเด็ก — Rovaniemi ให้ทั้งกิจกรรมที่เด็กสนุกได้จริงและโอกาสเห็นแสงเหนือเป็นของแถม เป็นตัวเลือกที่ครบที่สุดสำหรับทริปที่ไม่ได้เน้นถ่ายภาพอย่างเดียว

ข้อควรรู้ก่อนไปเดือนธันวาคม

อากาศและเสื้อผ้า — ยุโรปกลาง (Alsace, Bavaria, Austria) กลางวันมักอยู่ราว 0-5 องศาเซลเซียส กลางคืนติดลบได้ ส่วนอาร์กติก (Tromsø, Levi, Rovaniemi) หนาวจัดกว่ามาก กลางวันอาจติดลบสองหลัก ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบเป็นชั้น เสื้อกันลม หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และรองเท้าพื้นกันลื่นทุกจุดหมาย เพราะพื้นถนนหินและทางเดินมักมีน้ำแข็งเกาะ

วันหยุดที่กระทบแผนเที่ยว — ร้านค้า พิพิธภัณฑ์ และตลาดคริสต์มาสส่วนใหญ่ปิดเร็วกว่าปกติในวันที่ 24 ธันวาคม และปิดทั้งวันในวันที่ 25 ธันวาคมกับ 1 มกราคม ถ้าวางแผนเที่ยวช่วงนี้พอดี ควรเช็กเวลาเปิด-ปิดพิเศษของแต่ละสถานที่ล่วงหน้า ไม่ใช่ยึดตามเวลาทำการปกติ

ราคาและการจอง — สัปดาห์คริสต์มาส-ปีใหม่คือช่วงที่ตั๋วเครื่องบินและที่พักแพงที่สุดของทั้งปีในเกือบทุกจุดหมายที่กล่าวถึง โดยเฉพาะโรงแรมใกล้ตลาดคริสต์มาสในเขตเมืองเก่าที่เต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 เดือนก่อนเดินทาง ถ้าไม่ผูกกับช่วงเทศกาลพอดี การไปสัปดาห์กลางเดือนธันวาคมก่อนคริสต์มาสจะคนน้อยกว่าและราคาย่อมเยากว่าชัดเจน

วีซ่าเชงเก้น — คนไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าเสมอ ยื่นได้ไกลสุด 180 วันก่อนเดินทาง ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่คิวยื่นวีซ่าแน่นกว่าปกติจากนักเดินทางที่วางแผนไปเทศกาลเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย

ธันวาคมไปยุโรปหนาวแค่ไหน ต้องเตรียมตัวยังไง

ขึ้นอยู่กับภูมิภาค ยุโรปกลางอย่าง Alsace หรือ Bavaria กลางวันเฉลี่ย 0-5 องศาเซลเซียส ส่วนอาร์กติกอย่าง Tromsø หรือ Rovaniemi หนาวจัดกว่ามากและมีหิมะสะสมหนา ควรแต่งตัวเป็นชั้น เตรียมรองเท้ากันลื่น และเช็กพยากรณ์อากาศเฉพาะเมืองก่อนไปเสมอ เพราะความหนาวต่างกันได้มากแม้อยู่ในทวีปเดียวกัน

เที่ยวตลาดคริสต์มาสกับล่าแสงเหนือไปพร้อมกันในทริปเดียวได้ไหม

ทำได้ยาก เพราะสองธีมนี้อยู่คนละภูมิภาคของยุโรป ตลาดคริสต์มาสกระจุกอยู่ในยุโรปกลาง ส่วนแสงเหนือต้องขึ้นไปถึงอาร์กติกเซอร์เคิล การเดินทางระหว่างสองโซนนี้ในทริปเดียวกินเวลาและงบมาก แนะนำให้เลือกธีมเดียวต่อทริป แล้วเก็บอีกธีมไว้เป็นทริปถัดไป

ตลาดคริสต์มาสแต่ละเมืองเปิด-ปิดวันไหน ต้องเช็กยังไง

วันเปิด-ปิดขยับได้ทุกปีและไม่ตรงกันในแต่ละเมือง อย่างปี 2026 Strasbourg เปิด 27 พฤศจิกายน-27 ธันวาคม ส่วน Colmar เปิด 23 พฤศจิกายน-29 ธันวาคม ขณะที่ Hallstatt จัดตลาดริมทะเลสาบเพียงวันเดียวคือ 8 ธันวาคม ควรเช็กวันที่ทางการของแต่ละเมืองก่อนวางแผนเส้นทางเสมอ อย่ายึดจากปีก่อนหน้า

ไม่ชอบคนแน่น เดือนธันวาคมยังคุ้มไปไหม

คุ้ม แต่ต้องเลือกช่วงให้ดี สุดสัปดาห์ก่อนคริสต์มาสคือช่วงคนแน่นที่สุดในทุกจุดหมาย ถ้าเลี่ยงได้ให้เลือกเดินทางช่วงกลางสัปดาห์ต้นเดือนถึงกลางเดือนแทน จะยังได้บรรยากาศตลาดคริสต์มาสและหิมะครบ แต่คนน้อยกว่าและที่พักหาง่ายกว่าชัดเจน

การไปเองต้องเช็กวันตลาดที่ขยับทุกปี ต่อรถไฟหลายทอดข้ามสามประเทศ และแข่งจองที่พักกับนักเดินทางทั้งทวีปในช่วงพีคที่สุดของปี

ธันวาคม 2026 Gography มีทริปที่เดินเส้นทางนี้จริง ผ่านตลาดคริสต์มาสทั้ง Colmar, Strasbourg, Rothenburg และ Hallstatt ในทริปเดียว ถ้าสะดวกช่วง 5-13 ธันวาคม ดูรายละเอียดได้ที่ Enchanting Christmas Classic — Austria, Germany, France หรือถ้าต้องการช่วง 4-12 ธันวาคม มีอีกเส้นทางที่ Christmas Fairytale — Austria, Germany, France

แท็ก

#ยุโรป#เที่ยวยุโรปเดือนธันวาคม#วางแผนเที่ยว#ฤดูกาลท่องเที่ยว

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ