
เที่ยวยุโรปเดือนกันยายน ที่ไหนสวยที่สุด: 5 จุดหมายเด่น
กันยายนคือเดือนรอยต่อของยุโรป — ฤดูเก็บองุ่นที่ทัสคานี ดูโร แชมเปญ, Santorini หลังพีคนักท่องเที่ยว, Dolomites เริ่มเปลี่ยนสี และแสงเหนือคืนแรกที่ Tromsø
กันยายนคือเดือนรอยต่อของยุโรป — ฤดูเก็บองุ่นที่ทัสคานี ดูโร แชมเปญ, Santorini หลังพีคนักท่องเที่ยว, Dolomites เริ่มเปลี่ยนสี และแสงเหนือคืนแรกที่ Tromsø
- กันยายนคือเดือนรอยต่อ — อากาศทางใต้ยังอุ่น ทางเหนือเริ่มเย็นลงชัดเจน และนักท่องเที่ยวกลุ่มพีคฤดูร้อนทยอยกลับบ้านตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือน
- ฤดูเก็บองุ่น (vendange/vendemmia) ที่ทัสคานี ดูโร และแชมเปญ อยู่ในช่วงเดียวกันพอดี — เนินไร่เปลี่ยนเป็นสีทองก่อนวันเก็บเกี่ยวจริง
- Santorini และหมู่เกาะกรีซเข้าสู่ช่วงหลังพีค ทะเลยังอุ่นพอว่ายน้ำ คนบางลงชัดเจนหลังสัปดาห์แรกของเดือน
- Dolomites เริ่มมีสีใบไม้เปลี่ยนที่ระดับสูงตั้งแต่กลางเดือน แต่บางกระเช้าและที่พักบนเขาเริ่มทยอยปิดฤดู
- Tromsø เข้าสู่คืนแรกที่ท้องฟ้ามืดพอจะเห็นแสงเหนืออีกครั้งหลังหน้าร้อนไร้กลางคืน ส่วน Svaneti จอร์เจียคือสัปดาห์ท้ายๆ ก่อนหิมะเริ่มปิดเส้นทางเทรก
กันยายนในยุโรปไม่มีหน้าตาเดียว เช้าวันหนึ่งใน Alps อาจมีไอเย็นจับปลายจมูกจนต้องหยิบเสื้อกันลม ขณะที่บ่ายวันเดียวกันที่ทะเล Aegean ยังอุ่นพอให้ลงว่ายน้ำได้จนพระอาทิตย์ใกล้ตก นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่มากับวันหยุดฤดูร้อนของยุโรปเองทยอยกลับบ้านตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือน เพราะโรงเรียนส่วนใหญ่ในยุโรปตะวันตกเปิดเทอมช่วงต้นเดือน — เหลือพื้นที่ให้คนที่มาทีหลังเดินเข้าไปในเฟรมที่โล่งขึ้นกว่าเดิม
นี่คือเดือนที่ยุโรปเปลี่ยนหน้าหลายที่พร้อมกัน ไร่องุ่นเปลี่ยนเป็นสีทองก่อนเก็บเกี่ยว ป่าบนเขาสูงเริ่มติดสีแดงอมส้ม และท้องฟ้าทางเหนือเริ่มมืดพอให้แสงเหนือกลับมาอีกครั้ง ต่อไปนี้คือ 5 จุดหมายที่กันยายนทำให้สวยเป็นพิเศษ
1. ฤดูเก็บองุ่น: ทัสคานี ดูโร แชมเปญ
กันยายนคือเดือนที่ไร่องุ่นสามภูมิภาคสำคัญของยุโรปเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวพร้อมกันพอดี
ที่ ทัสคานี เนินเขา Val d'Orcia รอบเมือง Montepulciano เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีทองอมน้ำตาล ต้นไซเปรสเรียงแถวยังตั้งเด่นเป็นเส้นแบ่งแปลงไร่แบบเดิม แต่โทนสีทั้งภูมิทัศน์เปลี่ยนไปตามฤดู เมืองบนเนิน Montepulciano มองเห็นพาโนรามาของ Val di Chiana และ Val d'Orcia ได้ในมุมเดียว ส่วนไร่ Chianti รอบเมือง Panzano คือแหล่งองุ่น Sangiovese ที่ใช้ทำไวน์แดงแห่งชาติของภูมิภาคนี้
ที่ หุบเขา Douro ในโปรตุเกส ไร่องุ่นขั้นบันไดที่แกะสลักลงบนหน้าผาริมแม่น้ำเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวต้นฤดูใบไม้ร่วง จุดชมวิวที่ miradouro ของหมู่บ้าน Casal de Loivos มองเห็นแนวขั้นบันไดไร่องุ่นลดหลั่นลงไปจรดแม่น้ำ Douro เป็นภาพที่สรุปทั้งภูมิภาคไว้ในเฟรมเดียว หุบเขานี้คือแหล่งผลิตไวน์ Port ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO
ที่ แชมเปญ ฝรั่งเศส ไร่องุ่นรอบเมือง Reims และ Épernay เข้าสู่ต้นฤดูเก็บเกี่ยว หอสังเกตการณ์ Phare de Verzenay ตั้งอยู่กลางทะเลไร่องุ่น มองเห็นแนวเนินที่ปลูกองุ่น Chardonnay, Pinot Noir และ Pinot Meunier กว้างสุดลูกหูลูกตา ใต้ถนน Avenue de Champagne คือเครือข่ายห้องใต้ดินเก็บไวน์ของบ้านแชมเปญใหญ่ๆ ที่เปิดให้ชมได้ พื้นที่ไร่และห้องใต้ดินเหล่านี้ก็ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกเช่นกัน
ทั้งสามภูมิภาคไม่มีจุดหมายเดียวที่ต้องรีบไปให้ทัน — วันเก็บเกี่ยวจริงขยับตามสภาพอากาศแต่ละปี สิ่งที่นักเดินทางทำได้คือไปในกรอบเดือนกันยายนถึงต้นตุลาคม แล้วเดินไร่ในช่วงที่เนินยังเป็นสีทองก่อนต้นองุ่นถูกเก็บจนโล่ง
2. Santorini และกรีซ: หลังพีคนักท่องเที่ยว
Santorini เกิดจากการยุบตัวของภูเขาไฟครั้งใหญ่เมื่อราว 1600 ปีก่อนคริสตกาล ทิ้งปากปล่องเป็นอ่าวรูปพระจันทร์เสี้ยว หมู่บ้าน Oia และ Fira ตั้งเรียงตัวอยู่บนขอบหน้าผาสูงกว่า 300 เมตรเหนือทะเล บ้านสีขาวหลังคาโดมสีฟ้าเรียงชิดกันจนแทบแยกไม่ออกว่าหลังไหนต่อหลังไหน
สิงหาคมคือเดือนที่คนแน่นที่สุดของเกาะ — ทั้งนักท่องเที่ยวยุโรปที่ใช้วันหยุดฤดูร้อนพร้อมกันและเรือสำราญที่จอดเทียบท่าถี่ที่สุดของปี พอเข้ากันยายน โดยเฉพาะหลังสัปดาห์แรก จังหวะนั้นเปลี่ยนไปชัดเจน ถนนแคบๆ ใน Oia เดินได้สบายขึ้น คิวร้านอาหารสั้นลง แต่ทะเล Aegean ยังเก็บความอุ่นจากหน้าร้อนไว้พอให้ว่ายน้ำได้จนถึงช่วงบ่าย เป็นเดือนที่ได้ทั้งอากาศดีและความแน่นที่ลดลงในเวลาเดียวกัน
ถ้ามีเวลาต่อเข้าแผ่นดินใหญ่ Meteora ในแคว้น Thessaly คืออีกภาพที่กันยายนเหมาะจะไปชม — อารามออร์โธดอกซ์ที่สร้างอยู่บนยอดเสาหินทรายตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันเหลืออารามที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ 6 แห่งจากที่เคยมีมากกว่า 20 แห่ง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเที่ยว Santorini และ กรีซ: Santorini-Meteora
3. Dolomites: ต้นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
หินโดโลไมต์มีเนื้อสีอ่อนที่สะท้อนแสงได้ชัดเจนเป็นพิเศษ ยามเช้ามืดและยามเย็นผาหินจะติดสีแดงอมชมพู ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า enrosadira หรือ alpenglow — ชื่อเดิมของเทือกเขานี้คือ Monti Pallidi แปลว่า "ภูเขาซีดจาง" ตั้งตามสีที่หินสะท้อนตอนพระอาทิตย์ตกนี่เอง
กลางเดือนกันยายนเป็นต้นไป ต้นสนลาร์ชที่ขึ้นแทรกอยู่ตามหน้าผาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ตัดกับผาหินสีเทาซีดและท้องฟ้าที่ใสขึ้นเพราะความชื้นหน้าร้อนจางลง เป็นช่วงที่แสงคมและมีมิติกว่าฤดูร้อนที่มักมีหมอกควันบางๆ ปกคลุมยอดเขา ข้อควรระวังคือหลายกระเช้าและที่พักระดับสูงเริ่มทยอยปิดฤดูตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ต้องเช็กตารางเปิด-ปิดก่อนวางแผน และเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวสำหรับอุณหภูมิที่อาจติดลบยามค่ำคืนบนที่สูง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเที่ยว Dolomites
4. แสงเหนือคืนแรกของฤดูที่ Tromsø
Tromsø อยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลขึ้นไปราว 350 กิโลเมตร ช่วงกลางฤดูร้อนที่นี่มีปรากฏการณ์ midnight sun ท้องฟ้าไม่มืดสนิททั้งคืน ทำให้มองไม่เห็นแสงเหนือแม้จะมีอยู่จริง กลางเดือนกันยายนคือจุดที่ท้องฟ้ากลับมามืดพอในตอนกลางคืนอีกครั้ง เปิดฤดูล่าแสงเหนือรอบใหม่ของปี
นักดาราศาสตร์สังเกตมานานว่าช่วงใกล้วันวิษุวัต (equinox) ทั้งเดือนกันยายนและมีนาคม มักมีกิจกรรมสนามแม่เหล็กโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ย ทำให้โอกาสเห็นแสงเหนือในช่วงนี้มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่ก็ไม่มีสูตรตายตัวที่การันตีว่าจะเห็นในคืนไหน — ยังต้องอาศัยฟ้าใส ไร้เมฆ และดวงจันทร์ไม่สว่างจนกลบแสง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเที่ยว Tromsø
5. Svaneti จอร์เจีย: ก่อนหิมะปิดเส้นทาง
Svaneti คือแคว้นบนเทือกเขาคอเคซัสของจอร์เจีย ขึ้นชื่อเรื่องหอคอยหินยุคกลางที่ชาวบ้านสร้างไว้ป้องกันตัวและเก็บของมีค่าในยามศึก หมู่บ้าน Ushguli ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO มีหอคอยเหล่านี้เรียงตัวอยู่หน้าฉากหลังเป็น Shkhara ยอดเขาสูงสุดของจอร์เจียที่ 5,201 เมตร
ฤดูเทรกของ Svaneti อยู่ในกรอบปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนกันยายน เส้นทางคลาสสิก Mestia–Ushguli ระยะ 3-4 วันผ่านหมู่บ้าน Zhabeshi, Adishi และ Iprali เปิดเต็มที่ที่สุดช่วงกลางหน้าร้อน แต่กันยายนคือสัปดาห์ท้ายๆ ก่อนที่หิมะแรกของปีจะเริ่มปิดเส้นทาง ทุ่งหญ้าที่เคยเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง อากาศเย็นลงจนเดินสบายกว่าหน้าร้อน และจำนวนนักเดินป่าลดลงจากช่วงพีคเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมอย่างเห็นได้ชัด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเที่ยว Svaneti
ถ้าต้องเลือกที่เดียว
ทั้ง 5 จุดหมายไม่ได้ตอบโจทย์คนกลุ่มเดียวกัน เลือกตามสไตล์การเดินทางของตัวเองได้ดังนี้
สายถ่ายภาพภูมิทัศน์ — เลือก Dolomites ช่วงกลาง-ปลายเดือน แสงคมกว่าหน้าร้อน สีใบไม้เปลี่ยนให้เลเยอร์เพิ่มในเฟรม แต่ต้องเช็กตารางกระเช้าก่อนไปเพราะบางจุดเริ่มปิดฤดู
สายล่าแสงเหนือ — เลือก Tromsø เพราะเป็นคืนแรกๆ ของฤดูที่ท้องฟ้ากลับมามืดพอ และอยู่ในช่วงที่กิจกรรมสนามแม่เหล็กโลกมักสูงกว่าค่าเฉลี่ยของปี
สายเมือง อาหาร ไวน์ — เลือกเส้นทางไวน์ยุโรป ไม่ว่าจะทัสคานี ดูโร หรือแชมเปญ เพราะได้ทั้งภูมิทัศน์ไร่องุ่นสีทองและวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นในช่วงที่คึกคักที่สุดของปี
ครอบครัว/พักผ่อน — เลือก Santorini เพราะทะเลยังอุ่น อากาศยังดี และจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มลดลงจากพีคเดือนสิงหาคม เดินเที่ยวง่ายกว่าเดิม
สายเดินป่า หนีฝูงชน — เลือก Svaneti เพราะเป็นสัปดาห์ท้ายๆ ก่อนเส้นทางปิดด้วยหิมะ คนน้อยกว่าช่วงพีคหน้าร้อนมาก แต่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนเร็วบนที่สูง
ข้อควรรู้ของเดือนกันยายน
อากาศ — ยุโรปใต้ (กรีซ อิตาลีตอนใต้) ยังอุ่น กลางวันมักอยู่ราว 24-28 องศาเซลเซียส ยุโรปกลาง (ฝรั่งเศส เยอรมนี) เย็นลงชัดเจนกว่าฤดูร้อน กลางวันราว 15-20 องศา ส่วนพื้นที่เหนือและที่สูง (Tromsø, Dolomites ระดับสูง, Svaneti) กลางคืนอาจใกล้หรือต่ำกว่า 0 องศาแล้ว
เสื้อผ้า — แนะนำแบบเป็นชั้น (layer) เสื้อกันลมบางติดกระเป๋าไว้เสมอแม้จะไปโซนที่ดูอุ่น เพราะอุณหภูมิเปลี่ยนเร็วเมื่อพระอาทิตย์ตก โดยเฉพาะโซนภูเขาและอาร์กติก
วันหยุดที่กระทบ — โรงเรียนส่วนใหญ่ในยุโรปตะวันตกเปิดเทอมต้นเดือนกันยายน ทำให้สัปดาห์แรกยังมีคนเดินทางในประเทศหนาแน่นอยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นความแน่นจะลดลงเรื่อยๆ ตลอดเดือน อีกจุดที่ควรรู้คือเทศกาล Oktoberfest ที่มิวนิกมักเริ่มช่วงกลางเดือนกันยายนต่อเนื่องถึงต้นตุลาคม ถ้าแผนการเดินทางผ่านบาวาเรียช่วงนั้น ที่พักและตั๋วเครื่องบินในเขตนั้นจะจองยากขึ้นกว่าปกติ
วีซ่า — คนไทยยังต้องขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าเสมอสำหรับกลุ่มประเทศในสนธิสัญญา ยื่นได้ล่วงหน้าสูงสุด 180 วันก่อนวันเดินทาง ควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารอย่างน้อยหนึ่งเดือน
คำถามที่พบบ่อย
กันยายนยุโรปหนาวไหม ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?
ขึ้นกับโซน — กรีซและอิตาลีใต้ยังอุ่นสบาย ใส่เสื้อผ้าฤดูร้อนได้ปกติ ส่วนยุโรปกลาง ที่สูง และอาร์กติกเย็นลงชัดเจน ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบเป็นชั้นและเสื้อกันลมติดตัวเสมอ
ที่ไหนในลิสต์นี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากเจอฝูงนักท่องเที่ยว?
Svaneti และ Dolomites ช่วงปลายเดือนคือสองจุดที่คนน้อยที่สุด เพราะเป็นช่วงปลายฤดูก่อนสถานที่เริ่มปิดตามสภาพอากาศ ส่วน Santorini แม้จะเบาลงจากสิงหาคมมาก แต่ก็ยังเป็นเกาะที่มีนักท่องเที่ยวตลอดปี
ยังว่ายทะเลได้ไหมช่วงกันยายน?
ได้ที่ Santorini และหมู่เกาะกรีซ เพราะทะเล Aegean เก็บความอุ่นจากหน้าร้อนไว้ถึงเดือนนี้ ส่วนพื้นที่อื่นในลิสต์ไม่มีชายหาดเป็นจุดหมายหลัก
ต้องจองล่วงหน้ากี่เดือนสำหรับทริปเดือนกันยายน?
แนะนำอย่างน้อย 2-3 เดือนสำหรับที่พักในโซนไร่องุ่นและ Santorini ซึ่งยังมีดีมานด์สูง ส่วน Svaneti และ Dolomites จองก่อน 1-2 เดือนมักเพียงพอ ยกเว้นช่วงที่ตรงกับเทศกาลท้องถิ่นซึ่งควรจองเร็วกว่านั้น
ตอนนี้ Gography ยังไม่มีทริปที่ออกเดินทางตรงในเดือนกันยายน ปฏิทินทริปของเราเลือกช่วงเวลาตามฤดูและเส้นทางที่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่าที่สุดในแต่ละปี ไม่ใช่ทุกเดือน — ดูตารางทริปทั้งหมดที่กำลังเปิดอยู่ได้ที่ หน้าทริป แล้ววางแผนล่วงหน้าไว้สำหรับช่วงเวลาที่ตรงกับจังหวะที่คุณอยากไป
แท็ก
เขียนโดย
Gography