
เที่ยวยุโรปเดือนมกราคม ที่ไหนสวย: แสงเหนือ ถึงสกีแอลป์
มกราคมคือเดือนที่ยุโรปแบ่งเป็นสองหน้า เหนือสุดมืดยาวแต่ฟ้าเปิดให้เห็นแสงเหนือชัดสุดของปี ใต้ลงมาแอลป์เข้าสกีซีซันเต็มตัว ตั๋วเครื่องบินและที่พักยังถูกสุดของปี
มกราคมคือเดือนที่ยุโรปแบ่งเป็นสองหน้า เหนือสุดมืดยาวแต่ฟ้าเปิดให้เห็นแสงเหนือชัดสุดของปี ใต้ลงมาแอลป์เข้าสกีซีซันเต็มตัว ตั๋วเครื่องบินและที่พักยังถูกสุดของปี
- แสงเหนือช่วงพีค — มกราคมคือกลางฤดูล่าแสงเหนือ คืนยาวที่สุดของปีทำให้โอกาสเห็นสูงสุด ทั้งที่ Tromsø (นอร์เวย์), Abisko (สวีเดน) และแลปแลนด์ฟินแลนด์
- Romantic Road & Rothenburg หิมะไร้ฝูงทัวร์ — หนังสือ Lonely Planet ระบุตรง ๆ ว่า ม.ค.-ก.พ. คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเส้นทางนี้ เพราะหิมะเต็มเมืองแต่คนน้อยสุดของปี
- เทือกเขาแอลป์เข้าสู่ฤดูสกีเต็มตัว — Zermatt และ Grindelwald มีหิมะสมบูรณ์ที่สุดของฤดูกาล
- ข้อดี: ตั๋วเครื่องบินและที่พักทั่วยุโรปมักถูกสุดของปีหลังสัปดาห์แรกของเดือน เพราะเป็นโลว์ซีซันจริง ไม่ใช่แค่การตลาด
- ข้อเสียตรง ๆ: กลางวันสั้นมาก อากาศหนาวจัดทั่วยุโรปเหนือ-กลาง และเมืองท่องเที่ยวโซนใต้/ชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนบางแห่งเงียบหรือปิดตามฤดูกาล
เจ็ดโมงเช้าที่ Tromsø ท้องฟ้ายังมืดสนิท ไม่ใช่เพราะตื่นเร็วเกินไป แต่เพราะดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าจนถึงกลางเดือน ขณะเดียวกันที่ Zermatt ห่างลงมาเกือบ 3,000 กิโลเมตร ลิฟต์สกีเปิดให้บริการเต็มที่ หิมะแน่นสุดของปีปกคลุมทุกโซน นี่คือความย้อนแย้งของยุโรปในเดือนมกราคม เดือนที่ทวีปแบ่งตัวเองออกเป็นสองซีก ซีกเหนือจมอยู่ในความมืดที่แลกมาด้วยท้องฟ้าโปร่งสำหรับล่าแสงเหนือ ซีกกลางกลายเป็นสนามหิมะสำหรับนักสกี ส่วนเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วทวีป ไม่ว่าจะเป็นตรอกในเยอรมนีหรือจัตุรัสในอิตาลี ต่างว่างเปล่าลงพร้อมกัน เพราะฝูงนักท่องเที่ยวช่วงคริสต์มาสกลับบ้านไปหมดแล้ว และคลื่นนักท่องเที่ยวหน้าร้อนยังมาไม่ถึง
ล่าแสงเหนือที่ Tromsø — เดือนที่มืดที่สุดคือเดือนที่ฟ้าเปิดที่สุด
Tromsø เมืองที่อยู่เหนือเส้น Arctic Circle ขึ้นไปราว 350 กิโลเมตร คือหนึ่งในจุดหมายที่นักล่าแสงเหนือทั่วโลกพูดถึงบ่อยที่สุด เหตุผลไม่ใช่แค่ละติจูดที่สูงพอ แต่เพราะเดือนมกราคมคือช่วงที่เมืองนี้อยู่กลาง "คืนขั้วโลก" (polar night) พอดี ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน และจะไม่โผล่กลับมาให้เห็นจากตัวเมืองจนถึงราววันที่ 21 มกราคม เพราะภูเขาโดยรอบบดบังไว้อีกชั้น ความมืดที่ยาวนานขนาดนี้ฟังดูเหมือนข้อเสีย แต่สำหรับคนที่มาล่าแสงเหนือ นี่คือข้อได้เปรียบตรง ๆ เพราะยิ่งมืดนาน หน้าต่างเวลาที่มองเห็นแสงเหนือได้ก็ยิ่งกว้าง หลายบริษัททัวร์ท้องถิ่นจึงจัดเดือนมกราคมไว้ในกลุ่มเดือนที่ดีที่สุดของทั้งฤดู ร่วมกับธันวาคมและกุมภาพันธ์
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปคือ แสงเหนือไม่ได้โผล่มาให้เห็นทุกคืน ต้องอาศัยทั้งกิจกรรมของดวงอาทิตย์และท้องฟ้าที่ปลอดเมฆพร้อมกัน วิธีที่คนท้องถิ่นแนะนำคืออยู่อย่างน้อย 3-4 คืนเพื่อเพิ่มโอกาส และออกนอกตัวเมืองไปยังจุดที่ไม่มีแสงไฟรบกวน ไม่ว่าจะเป็นชายฝั่งฟยอร์ดรอบเมืองหรือเกาะเล็ก ๆ ใกล้เคียง
อ่านรายละเอียดเมืองและจุดชมแสงเหนือเต็มรูปแบบได้ที่ Tromsø: เที่ยวอาร์กติกนอร์เวย์ หรือภาพรวมภูมิภาคที่ นอร์เวย์ Lofoten-Tromsø ฉบับพรีเมียม
อีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมของนักล่าแสงเหนือคือไอซ์แลนด์ ซึ่งมกราคมก็อยู่ในช่วงพีคเดียวกัน พร้อมโบนัสของ Golden Circle ที่กลายเป็นภูมิทัศน์น้ำแข็งทั้งเส้นทาง อ่านเพิ่มที่ ไอซ์แลนด์ฉบับพรีเมียม และ Golden Circle ฤดูหนาว
Abisko สวีเดน — หมู่บ้านที่ท้องฟ้าไม่ค่อยมีเมฆ
ห่างจาก Tromsø ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 300 กิโลเมตรข้ามพรมแดนเข้าสวีเดน คือ Abisko หมู่บ้านเล็ก ๆ ในอุทยานแห่งชาติชื่อเดียวกันที่ขึ้นชื่อเรื่องโอกาสเห็นท้องฟ้าแจ่มใสสูงกว่าพื้นที่ Arctic ส่วนใหญ่ เหตุผลอยู่ที่ภูมิประเทศ ภูเขาสูงฝั่งนอร์เวย์ที่รายล้อมอยู่ทำหน้าที่กันความชื้นจากมหาสมุทรแอตแลนติกไว้ไม่ให้ลอยเข้ามาถึง เกิดเป็นเขตเงาฝน (rain shadow) ที่ทำให้ท้องฟ้าเหนือ Abisko เปิดโล่งบ่อยกว่าพื้นที่รอบข้าง แม้ในคืนที่เมฆปกคลุมทั่วทั้งภูมิภาค คนท้องถิ่นเรียกปรากฏการณ์นี้เล่น ๆ ว่า "Blue Hole"
จุดชมวิวสำคัญคือ Aurora Sky Station บนไหล่เขา Nuolja เข้าถึงด้วยกระเช้าลอยฟ้าจากหมู่บ้าน อยู่สูงพ้นจากหมอกและแสงไฟที่มักลอยต่ำในหุบเขา อุทยานแห่งชาติ Abisko เองยังเป็นประตูสู่เส้นทางเดินป่า Kungsleden (King's Trail) เส้นทางยาว 440 กิโลเมตรที่ในฤดูร้อนคือสวรรค์ของนักเดินป่า แต่ในเดือนมกราคมกลายเป็นพื้นเงียบเป็นน้ำแข็งใต้ท้องฟ้าที่รอให้ม่านแสงสีเขียวปรากฏ
อ่านรายละเอียดจุดชมวิวและวิธีวางแผนที่ Aurora Sky Station Abisko: คู่มือล่าแสงเหนือ
ฟินแลนด์แลปแลนด์ — Rovaniemi และ Levi เดือนที่หิมะหนาสุด
ลงใต้มาทางฟินแลนด์ แลปแลนด์คือภูมิภาคที่คนไทยคุ้นชื่อที่สุด เพราะ Rovaniemi เมืองหลักของภูมิภาคนี้ประกาศตัวเป็นบ้านเกิดอย่างเป็นทางการของซานตาคลอส เส้น Arctic Circle ที่ละติจูด 66°33' เหนือ ลากผ่านกลาง Santa Claus Village พอดี มีเส้นวาดจริงบนพื้นให้ยืนถ่ายรูปคร่อมทั้งสองซีกโลก เดือนมกราคมที่นี่หิมะสะสมหนาที่สุดของฤดูกาล เพียงพอสำหรับกิจกรรมที่ทำได้เฉพาะฤดูนี้ ทั้งขับสโนว์โมบิล นั่งเลื่อนลากด้วยฮัสกี้ และเลื่อนกวางเรนเดียร์ ส่วนแสงเหนือก็มองเห็นได้จากหลายจุดรอบเมืองในคืนฟ้าใส แม้โอกาสจะไม่สูงเท่า Abisko ก็ตาม
ห่างออกไปทางเหนืออีกราวสองชั่วโมงครึ่งโดยรถ Levi คือสกีรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของฟินแลนด์ ตั้งอยู่บนภูเขา Levitunturi เดือนมกราคมคือช่วงที่ลานสกีเปิดครบทุกโซน หิมะแน่นเดินได้ทั่วเมือง กลางวันสั้นจนแทบไม่มีแสงแดดจัด แต่ก็กลายเป็นข้อดีสำหรับคนที่อยากเล่นสกีท่ามกลางแสงสีฟ้าอมม่วงที่ทอดยาวเกือบทั้งวัน ซึ่งช่างภาพเรียกช่วงเวลานี้ว่า "blue hour" ที่ยาวผิดปกติ
อ่านต่อที่ Rovaniemi: เที่ยวแลปแลนด์ฟินแลนด์ และ Levi: สกีรีสอร์ตแลปแลนด์ หรือดูภาพรวมทั้งภูมิภาคที่ แลปแลนด์ฟินแลนด์ฉบับพรีเมียม
Romantic Road และ Rothenburg — เดือนที่หนังสือท่องเที่ยวบอกตรง ๆ ว่าดีที่สุด
ถ้าเปิดหนังสือ Best Road Trips Europe ของ Lonely Planet ไปที่เส้นทาง Romantic Road จะเจอสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยในคู่มือท่องเที่ยว คือการระบุตรง ๆ ว่าเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเส้นทางนี้ ไม่ใช่ฤดูใบไม้ผลิ ไม่ใช่ฤดูร้อน แต่เป็นกลางฤดูหนาวที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เหตุผลคือหิมะที่ปกคลุมเมืองยุคกลางตลอดเส้นทาง ผสมกับการไม่มีฝูงทัวร์รถบัสที่แน่นเอี้ยดในฤดูร้อน
Rothenburg ob der Tauber เมืองกำแพงครบรอบหนึ่งในสี่แห่งของเยอรมนี คือจุดที่เห็นความต่างชัดที่สุด ฤดูร้อนตรอกหินกรวดในเมืองแน่นด้วยกลุ่มทัวร์ตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่มกราคมเมืองนี้เงียบเกือบทั้งวัน หิมะเกาะบนหลังคาบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน ตลาดคริสต์มาส Reiterlesmarkt ที่คึกคักในเดือนธันวาคมปิดตัวไปแล้ว เหลือแต่โครงเมืองเปล่า ๆ ที่สวยในแบบของมันเอง ข้อควรระวังคือร้านอาหารและพิพิธภัณฑ์บางแห่งลดวันเปิดหรือปิดปรับปรุงช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ตามปกติของโลว์ซีซัน จึงควรเช็กเวลาเปิดของสถานที่ที่ตั้งใจไปล่วงหน้า
อ่านรายละเอียดเมืองที่ Rothenburg ob der Tauber: เมืองยุคกลาง และภาพรวมเส้นทางทั้งสายที่ Romantic Road เยอรมนี ฤดูหนาว
เทือกเขาแอลป์ฤดูสกี — Zermatt และ Grindelwald
ลงใต้มาที่สวิตเซอร์แลนด์ เดือนมกราคมคือกลางฤดูสกีที่สมบูรณ์ที่สุดของปี Zermatt หมู่บ้านปลอดรถยนต์ใต้เงา Matterhorn ยอดเขารูปพีระมิดสูง 4,478 เมตร เปิดลานสกีครบทุกโซนตั้งแต่ระดับหมู่บ้านไปจนถึง Matterhorn Glacier Paradise ที่ความสูง 3,883 เมตร ซึ่งเป็นจุดเข้าถึงด้วยกระเช้าที่สูงที่สุดในยุโรป หิมะที่นี่หนาแน่นและเชื่อถือได้เพราะมีพื้นที่ธารน้ำแข็งเป็นฐาน ต่างจากบางรีสอร์ตที่ต้องพึ่งหิมะฟ้าล้วน ๆ
ห่างออกไปทางเหนือ Grindelwald เป็นอีกฐานที่นักเล่นสกีและช่างภาพนิยมไปพร้อมกัน เพราะเป็นประตูสู่ Jungfraujoch สถานีรถไฟที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในยุโรป ซึ่งเปิดให้บริการตลอดทั้งปีรวมถึงฤดูหนาว ส่วนกระเช้าขึ้น First ที่ในฤดูร้อนพานักเดินป่าไปหาทะเลสาบ Bachalpsee สะท้อนเงาภูเขา ในเดือนมกราคมทะเลสาบทั้งผืนแข็งตัวและถูกหิมะกลบจนแทบมองไม่เห็นแนวขอบ เปลี่ยนบทบาทจากจุดเดินป่าฤดูร้อนมาเป็นฉากหลังขาวโพลนสำหรับนักสกีแทน ทั้งสองหมู่บ้านใช้เครือข่ายกระเช้าและรถไฟภูเขาของสวิสเป็นตัวเชื่อม ทำให้ต่อทริประหว่างสองฝั่งได้สะดวกโดยไม่ต้องขับรถเอง
อ่านรายละเอียด Zermatt ที่ Zermatt และ Matterhorn: คู่มือเที่ยวสวิส และ Grindelwald ที่ Grindelwald First และ Bachalpsee กับ Jungfraujoch: หลังคายุโรป หรือดูภาพรวมทั้งประเทศที่ สวิตเซอร์แลนด์ฉบับพรีเมียม
ถ้าต้องเลือกที่เดียว
ถ้าต้องเลือกจุดหมายเดียวสำหรับมกราคม คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณเดินทางไปเพื่ออะไร
สายถ่ายภาพที่อยากได้เฟรมที่หายากที่สุด ให้เลือก Abisko หรือ Tromsø เพราะแสงเหนือคือปรากฏการณ์ที่ไม่มีวันเหมือนเดิมสองครั้ง และมกราคมคือหนึ่งในเดือนที่โอกาสเห็นสูงสุดของทั้งปี
สายเมืองที่อยากได้ภาพนิ่งสงบแบบไม่ต้องแย่งเฟรมกับใคร Rothenburg และเส้นทาง Romantic Road คือคำตอบตรงตัวที่สุด เพราะเป็นเดือนที่หนังสือท่องเที่ยวระบุไว้เองว่าดีที่สุด
ครอบครัวที่มีเด็กหรืออยากได้กิจกรรมหลากหลายในทริปเดียว Zermatt หรือ Grindelwald ให้ทั้งสกีสำหรับคนเล่นได้และกระเช้าชมวิวสำหรับคนไม่เล่น ส่วนแลปแลนด์ฟินแลนด์เหมาะกับครอบครัวที่อยากรวมทั้งซานตาคลอส หิมะ และแสงเหนือไว้ในทริปเดียว
ข้อควรรู้ของเดือน
อากาศและเสื้อผ้า — มกราคมคือเดือนที่หนาวที่สุดของปีในเกือบทุกจุดหมายข้างต้น ยุโรปเหนือ (Tromsø, Abisko, แลปแลนด์) อุณหภูมิกลางวันมักอยู่ต่ำกว่าศูนย์องศา บางคืนติดลบถึง 15-20 องศาเซลเซียส ส่วนเทือกเขาแอลป์และเยอรมนีใต้อยู่ราว 0 ถึงติดลบ 5 องศา ต้องใส่เสื้อกันหนาวหลายชั้น ถุงมือ หมวก และรองเท้าพื้นกันลื่นหนา แบตเตอรี่กล้องหมดเร็วผิดปกติในอากาศเย็นจัด ควรพกสำรองอย่างน้อยหนึ่งก้อนและเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในเพื่อรักษาความอุ่น
กลางวันสั้น — ยิ่งขึ้นเหนือยิ่งเห็นชัด Tromsø มีแสงแดดจากขอบฟ้าน้อยมากหรือไม่มีเลยจนถึงกลางเดือน ส่วนยุโรปกลางอย่างสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี พระอาทิตย์ตกเร็วราว 16.30-17.00 น. ทำให้เวลาถ่ายภาพกลางวันสั้นกว่าที่คิด ควรวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งให้จบก่อนบ่ายแก่ ๆ
วันหยุดที่กระทบแผนทริป — วันที่ 1 มกราคมเป็นวันหยุดทั่วยุโรป ร้านค้าและสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ปิด ส่วนวันที่ 6 มกราคม (Epiphany) เป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศ ทั้งออสเตรีย อิตาลี สเปน และบางรัฐของเยอรมนี ธนาคาร พิพิธภัณฑ์ และร้านค้าบางแห่งอาจปิดหรือเปลี่ยนเวลาทำการในวันนั้น ควรเช็กตารางเปิด-ปิดของสถานที่เฉพาะที่ตั้งใจไปหากทริปตกอยู่ในช่วงต้นเดือน
ราคาช่วงโลว์ซีซัน — สัปดาห์แรกของเดือนที่คาบเกี่ยวกับวันหยุดปีใหม่ยังคงเป็นช่วงพีค ราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักไม่ต่างจากธันวาคมมากนัก แต่หลังวันที่ 7-8 มกราคมเป็นต้นไป ทั้งตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในหลายเมืองทั่วยุโรปมักลดราคาลงชัดเจน เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยที่สุดของปี เป็นหน้าต่างที่คุ้มที่สุดสำหรับคนที่เดินทางได้แบบยืดหยุ่นเรื่องวันที่
เมืองใต้บางส่วนเงียบหรือปิด — จุดหมายชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอย่างกรีซหรือชายฝั่งใต้ของอิตาลี เข้าสู่โลว์ซีซันเต็มตัวในเดือนนี้ ร้านอาหารริมทะเลและที่พักตามฤดูกาลจำนวนมากปิดยาวจนถึงฤดูใบไม้ผลิ หากตั้งใจไปโซนนี้ ควรเช็กก่อนว่าธุรกิจที่หมายตาไว้เปิดให้บริการจริงในเดือนมกราคม
คำถามที่พบบ่อย
เดือนมกราคมไปยุโรปหนาวแค่ไหน ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?
ขึ้นอยู่กับภูมิภาค ยุโรปเหนืออย่าง Tromsø หรือแลปแลนด์อุณหภูมิกลางวันมักต่ำกว่าศูนย์องศาและติดลบได้ถึง 15-20 องศาในตอนกลางคืน ส่วนเทือกเขาแอลป์และเยอรมนีใต้อยู่ราว 0 ถึงติดลบ 5 องศา ควรใส่เสื้อกันหนาวแบบเลเยอร์ เสื้อกันลมชั้นนอก ถุงมือ หมวก ผ้าพันคอ และรองเท้าพื้นกันลื่น
แสงเหนือเห็นได้แน่นอนไหมถ้าไปเดือนนี้?
ไม่มีที่ไหนการันตี แสงเหนือขึ้นกับทั้งกิจกรรมของดวงอาทิตย์และท้องฟ้าที่ปลอดเมฆพร้อมกันในคืนนั้น มกราคมเป็นเดือนที่โอกาสสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพราะคืนยาวที่สุดของปี แต่ควรวางแผนอยู่อย่างน้อย 3-4 คืนเพื่อเพิ่มโอกาสเห็นจริง
ตั๋วเครื่องบินและที่พักเดือนมกราคมถูกจริงไหม?
โดยรวมถูกกว่าช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่และฤดูร้อนอย่างชัดเจน แต่สัปดาห์แรกที่คาบเกี่ยววันหยุดปีใหม่ราคายังสูงใกล้เคียงเดือนธันวาคม ถ้าเลือกเดินทางหลังวันที่ 7-8 มกราคมจะเห็นราคาที่ถูกลงชัดเจนกว่า
ไปได้ทั้งแสงเหนือและสกีในทริปเดียวไหม?
ทำได้ในทางทฤษฎี แต่ระยะทางระหว่างสแกนดิเนเวียเหนือกับเทือกเขาแอลป์ค่อนข้างไกล ต้องบินต่อเครื่องอย่างน้อยหนึ่งทอด สำหรับทริปที่มีเวลาจำกัด แนะนำเลือกโฟกัสภูมิภาคเดียวต่อทริปจะจัดเวลาและงบได้คุ้มกว่า
Gography ยังไม่มีทริปที่ออกเดินทางตรงในเดือนมกราคม เพราะเราเลือกจัดทริปเฉพาะช่วงที่แสง ฤดูกาล และเส้นทางลงตัวที่สุดสำหรับแต่ละจุดหมายเท่านั้น แต่ถ้าจุดหมายไหนในบทความนี้ตรงใจคุณ ลองดูทริปทั้งหมดที่ gography.net/trips เผื่อมีเส้นทางในภูมิภาคเดียวกันที่ออกเดินทางในช่วงเวลาอื่นของปี
แท็ก
เขียนโดย
Gography