Rothenburg ob der Tauber: คู่มือเที่ยวเมืองยุคกลางเยอรมนี
เยอรมนี

Rothenburg ob der Tauber: คู่มือเที่ยวเมืองยุคกลางเยอรมนี

คู่มือเที่ยว Rothenburg ob der Tauber — กำแพงยุคกลางรอบเมือง ตลาดคริสต์มาส ทำอะไร พักที่ไหน ไปเดือนไหนดี

Gography28 พฤษภาคม 25693 นาทีในการอ่าน

คู่มือเที่ยว Rothenburg ob der Tauber — กำแพงยุคกลางรอบเมือง ตลาดคริสต์มาส ทำอะไร พักที่ไหน ไปเดือนไหนดี

สรุปก่อนอ่าน
  • Rothenburg ob der Tauber เป็น 1 ใน 4 เมืองเยอรมนีที่ยังมีกำแพงเมืองยุคกลางสมบูรณ์ไม่ขาดสาย
  • ช่วงไฮไลต์หลักคือ ปลายพฤศจิกายน–23 ธันวาคม ช่วงตลาดคริสต์มาส Reiterlesmarkt โดยต้น–กลางธันวาคมคือจังหวะที่บรรยากาศเต็มที่ที่สุด
  • พฤษภาคม–กันยายนอากาศดีเหมาะเดินทั่วไป ส่วนเมษายนและตุลาคมเป็น shoulder season คนน้อยกว่าฤดูร้อนชัดเจน
  • ค้างคืนในเมืองเก่าอย่างน้อย 1 คืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศหลังรถทัวร์ออกไปในยามเย็น
  • Schneeball ขนมทอดทรงกลมที่มีต้นกำเนิดในแถบ Franconia มากว่า 400 ปี หากินได้ในเมืองนี้และพื้นที่ใกล้เคียง
  • ตั้งอยู่บนเส้น Romantic Road ระยะ 460 กม. เหมาะสำหรับทริปขับรถต่อไปยัง Dinkelsbühl หรือ Nördlingen

มีเมืองในยุโรปไม่กี่แห่งที่ยังคงสภาพกำแพงหินยุคกลางครบรอบโดยไม่มีรอยขาด Rothenburg ob der Tauber ในรัฐบาวาเรียของเยอรมนีเป็นหนึ่งในสี่เมืองเท่านั้นในเยอรมนีทั้งประเทศที่ยังมีกำแพงเมืองสมบูรณ์ไม่หักไม่ขาด — อีกสามแห่งได้แก่ Nördlingen, Dinkelsbühl และ Berching ล้วนอยู่ในบาวาเรียเช่นกัน ความจริงข้อนี้บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความพิถีพิถันในการอนุรักษ์ที่เมืองนี้ยึดถือมาตลอด

ที่นี่ถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์เสมือนเมืองที่เวลาหยุดนิ่ง — ไม่ใช่เพราะขาดการพัฒนา แต่เพราะเป็นหนึ่งในเมืองที่มีกฎอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเข้มงวดที่สุดในเยอรมนี ทำให้ถนนหินกรวด อาคารครึ่งไม้ครึ่งปูน และหอคอยยามที่ยืนมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ยังคงอยู่ในรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับเดิมมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ตลาดคริสต์มาส Rothenburg
ตลาดคริสต์มาส Reiterlesmarkt

ไปเดือนไหนดี — ขึ้นอยู่กับว่าอยากได้อะไร

ช่วงไฮไลต์หลักของเมืองนี้คือ ปลายพฤศจิกายน–23 ธันวาคม ช่วงตลาดคริสต์มาสและแสงไฟประดับทั่วเมือง ส่วนอีกช่วงที่คนนิยมคือ พฤษภาคม–กันยายน สำหรับอากาศอบอุ่น ดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ และวันที่ยาว ทั้งสองช่วงให้บรรยากาศต่างกันโดยสิ้นเชิง

ช่วง ปลายพฤศจิกายน–23 ธันวาคม คือช่วงของ Reiterlesmarkt ตลาดคริสต์มาสที่ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ฤดูหนาวของเยอรมนี ควันไส้กรอก ไวน์ร้อน กลิ่นถั่วคั่ว และแสงตะเกียงจากแผงตลาดท่ามกลางกำแพงยุคกลาง — เป็นบรรยากาศที่หาได้ยากในเมืองอื่น ถ้าอยากได้บรรยากาศตลาดคริสต์มาสเต็มที่ ช่วงต้น–กลางธันวาคมคือจังหวะที่ลงตัว เพราะแผงตลาดเปิดครบและเมืองยังไม่แน่นเท่าสุดสัปดาห์ก่อนคริสต์มาส ควรแต่งตัวให้อบอุ่นเพราะอุณหภูมิในธันวาคมอาจต่ำกว่า 0°C

ช่วง พฤษภาคม–กันยายน อากาศเดินเล่นได้สบาย แสงบ่ายยาวจนถึงเกือบสามทุ่ม เหมาะสำหรับเดินกำแพงรอบเมืองและถ่ายภาพโทนอุ่น ข้อเสียคือฤดูร้อนคือช่วงที่นักท่องเที่ยวมากที่สุดบนเส้น Romantic Road รถทัวร์มักจอดช่วงสายถึงบ่าย

ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชนโดยสิ้นเชิง เมษายนและตุลาคม เป็นช่วง shoulder season ที่อากาศยังพอรับได้และคนน้อยกว่าฤดูร้อนอย่างมีนัยสำคัญ

กำแพงเมือง Rothenburg
ทางเดินบนกำแพงเมืองยุคกลาง

เดินทางมาถึง Rothenburg ob der Tauber อย่างไร

เมืองนี้ตั้งอยู่บนเส้น Romantic Road เส้นทางสวยงามระยะทาง 460 กิโลเมตรที่เชื่อม Würzburg ทางเหนือกับ Füssen ทางใต้ผ่านบาวาเรียและบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ห่างจาก Stuttgart ประมาณ 1.5 ชั่วโมง

รถไฟ เป็นทางเลือกที่ตรงไปตรงมาที่สุด ต่อรถที่ Steinach bei Rothenburg เพื่อขึ้นสายสั้นเข้าเมือง ใช้เวลาจาก Würzburg ประมาณ 70 นาที จาก Nürnberg ประมาณ 90 นาที

รถยนต์ ให้อิสระสูงสุด โดยเฉพาะถ้าวางแผนขับต่อตามเส้น Romantic Road ผ่าน Dinkelsbühl หรือ Nördlingen ที่จอดรถมีรอบนอกกำแพงเมืองเพราะในเขตเมืองเก่าห้ามรถวิ่ง

Romantic Road Coach บัสรายวันของ Deutsche Touring วิ่งตลอดเส้นทางในฤดูร้อน เหมาะถ้าไม่มีรถและอยากเห็นหลายเมืองในทริปเดียว

ถนนยุคกลาง + Markusturm
ถนนหินกับบ้านโครงไม้สู่ Markusturm

สิ่งที่ต้องทำเมื่ออยู่ที่นี่

เดินกำแพงเมือง (Town Wall Walk) คือประสบการณ์แรกที่ควรทำ ทางเดินวงกลมระยะทาง 2.5 กิโลเมตร บนกำแพงที่ยังสมบูรณ์ให้มุมมองทั้งเมืองเก่าด้านในและทิวทัศน์หุบเขา Tauber ด้านนอก ใช้เวลาเดินประมาณ 45–60 นาที เข้าฟรีส่วนใหญ่ของเส้นทาง

ขึ้น Roedertor หอคอยทางทิศตะวันออกสูงเกือบ 61 เมตร เปิดทุกวัน

Rathausturm (หอคอยศาลาว่าการ) ต้องปีน 220 ขั้น เพื่อถึงระเบียงชมวิวที่มองเห็น Marktplatz และหลังคาสีแดงของเมืองพร้อมหุบเขา Tauber ด้านล่าง ช่วงบ่ายแสงส่องตรงมุมนี้พอดี

Night Watchman Tour ทัวร์เดินยามค่ำคืนที่ผู้นำทางแต่งกายเหมือนยามยุคกลางพาเดินเล่าเรื่องอาชญากรรม ความเชื่อ และชีวิตประจำวันของผู้คนในเมืองนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน บรรยากาศตามตรอกแสงน้อยหลังพลบค่ำทำให้เรื่องเล่าดูมีน้ำหนักขึ้นอย่างชัดเจน

Kriminalmuseum (พิพิธภัณฑ์อาชญากรรมยุคกลาง) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ประเภทนี้ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป,000 ชิ้น ตั้งแต่อุปกรณ์การลงโทษสารพัดรูปแบบ ไปจนถึงเอกสารทางกฎหมายของยุคกลางที่อ่านแล้วเข้าใจบริบทชีวิตคนยุคนั้นได้ลึกกว่าการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ทั่วไป

Käthe Wohlfahrt Weihnachtsdorf ร้านของตกแต่งคริสต์มาสขนาดใหญ่ที่เปิดตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะไปเดือนไหน ที่นี่มีบรรยากาศคริสต์มาสครบครัน เป็นที่ที่หาของที่ระลึกคุณภาพดีได้แบบไม่ต้องรอฤดูตลาด

วิวหลังคา Rothenburg
วิวหลังคาแดงเหนือหุบเขา Tauber

Schneeballen — ขนมพื้นเมืองแถบ Franconia

ถ้ามีอะไรที่ต้องกินที่นี่โดยไม่มีข้อแม้ก็คือ Schneeball ขนมทอดรูปทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8–10 เซนติเมตร ชื่อแปลตรงตัวว่า "ลูกหิมะ" หน้าตาคล้ายก้อนเส้นพาสต้าทอดกรอบจัดเรียงเป็นทรงกลม โรยน้ำตาลไอซิ่ง หรือราดช็อกโกแลต หรือเคลือบอบเชยตามร้าน เป็นขนมพื้นเมืองแถบ Franconia ที่หากินได้ในเมืองนี้และพื้นที่ใกล้เคียง สูตรนี้มีต้นกำเนิดในแถบ Franconia มาไม่น้อยกว่า 400 ปีแล้ว รสชาติเป็นแบบขนมอบดั้งเดิม — กรอบนอกนุ่มใน ไม่หวานจัด ควรกินตอนยังอุ่น

ร้านค้าในเมืองขาย Schneeball เกือบทุกร้านบนถนนสายหลัก แต่คุณภาพและสูตรต่างกันพอสังเกตได้ ลองชิมสักสองสามร้านแล้วตัดสินใจเองว่าชอบสูตรไหน

เรื่องที่ทำให้ Rothenburg ob der Tauber พิเศษกว่าเมืองยุคกลางอื่น

ในปี 1631 ระหว่างสงคราม Thirty Years' War กองทัพจากฝั่งศัตรูเข้าล้อมเมืองและบัญชาการทหารท้าชาวเมืองว่า ถ้าใครสามารถดื่มไวน์ได้มากกว่าสามควอร์ต (ราว 3.25 ลิตร) ในครั้งเดียวได้ เมืองจะรอดพ้นจากการถูกทำลาย อดีตนายกเทศมนตรีรับคำท้าและดื่มสำเร็จ — เมืองรอด ตำนานนี้ยังคงถูกเล่าขานและแสดงซ้ำในเทศกาล Meistertrunk ทุกปีในช่วงปิงสเทน (Pentecost)

เมืองนี้เคยเป็น "นครเสรีของจักรวรรดิ" (Freie Reichsstadt) มาตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปี 1803 ซึ่งหมายความว่าปกครองตัวเองได้โดยตรงขึ้นต่อจักรพรรดิ ไม่ขึ้นกับเจ้าเมืองระดับกลาง ความภาคภูมิใจนั้นทิ้งร่องรอยไว้ในสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตที่ยังสัมผัสได้

ในปี 1962 ทีมสร้างภาพยนตร์เรื่อง *The Wonderful Life of the Brothers Grimm* เลือกถ่ายทำที่นี่ — ไม่ใช่เพราะสร้างฉากขึ้นมา แต่เพราะเมืองนี้ดูเป็นฉากในนิทานได้โดยไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่ม

Reichsstadtmuseum เก็บภาพวาด Rothenburger Passion (ค.ศ. 1494) ฝีมือ Martinus Schwarz ชุด 12 แผง รวมถึงครัวของสำนักชีที่เก่าแก่ที่สุดในเยอรมนีที่ยังหลงเหลืออยู่ ไม่ได้อยู่ในทุก travel blog แต่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากเห็นหลักฐานชีวิตยุคกลางในรูปแบบที่เป็นรูปธรรม

วางแผนให้ดี — เหตุผลที่ต้องค้างคืน

ค้างคืนในเมืองเก่าอย่างน้อย 1 คืน คือสิ่งที่แยกประสบการณ์จริงออกจากการแวะถ่ายรูปแล้วผ่าน หลังรถทัวร์คันสุดท้ายออกไปประมาณหกโมงเย็น ถนนที่เต็มไปด้วยคนตลอดวันจะกลับมาเป็นของชาวเมืองและผู้ที่ค้างคืน แสงโคมไฟส่องบนหินกรวด เสียงฝีเท้าดังชัดในตรอกเงียบ บรรยากาศนั้นต่างจากกลางวันโดยสิ้นเชิง

ที่พัก: โรงแรมในกำแพงเมือง เช่น Hotel Herrnschlösschen และ Hotel Eisenhut อยู่ในย่านเมืองเก่า ราคาสูงกว่าโรงแรมนอกกำแพง แต่ให้ประสบการณ์แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงตลาดคริสต์มาสควรจองล่วงหน้าหลายเดือน ความต้องการสูงมาก

งบประมาณ: ค่าเข้าชมส่วนใหญ่ถูก — หอคอย Roedertor 2.50 ยูโร (ผู้ใหญ่)

เวลาที่เหมาะ: เปิดเช้ามาก่อน 9 โมงช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว Marktplatz จะเงียบพอที่จะเดินโดยไม่ต้องหลบใคร ช่วงกลางวันวันเสาร์–อาทิตย์ในฤดูร้อนคือช่วงที่คนมากที่สุด

Rothenburg ob der Tauber ไม่ได้เก็บตัวเองไว้เป็นความลับ แต่ยังมีช่วงเวลาและมุมที่ทำให้รู้สึกว่าเมืองนี้เป็นของคุณคนเดียว — แค่ต้องรู้จักเวลาของมัน

อยากไปเยอรมนีกับ Gography?

ทริปแนะนำ: Christmas Fairytale | Austria Germany France

ดูรายละเอียดทริป →

คำถามที่พบบ่อย

ควรไปเที่ยว Rothenburg ob der Tauber เดือนไหนดีที่สุด

ช่วงไฮไลต์หลักคือปลายพฤศจิกายน–23 ธันวาคม ช่วงตลาดคริสต์มาส Reiterlesmarkt โดยต้น–กลางธันวาคมเป็นจังหวะที่บรรยากาศเต็มที่ที่สุด ส่วนพฤษภาคม–กันยายนอากาศดี เดินเล่นสบาย แต่นักท่องเที่ยวมากในฤดูร้อน เมษายนและตุลาคมเป็นช่วง shoulder season คนน้อยกว่าและอากาศยังรับได้

เดินทางจากมิวนิคหรือแฟรงก์เฟิร์ตมา Rothenburg ob der Tauber ใช้เวลาเท่าไหร่

จากมิวนิคขับรถประมาณ 2.5 ชั่วโมง นั่งรถไฟต่อที่ Steinach ประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง จากแฟรงก์เฟิร์ตขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง หรือนั่งรถไฟผ่าน Würzburg ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า

ต้องใช้เวลากี่วันในการเที่ยว Rothenburg ob der Tauber

1 คืน 2 วันพอสำหรับครอบคลุมไฮไลต์หลัก กำแพงเมือง หอคอย พิพิธภัณฑ์ และ Night Watchman Tour การค้างคืนช่วยหลีกเลี่ยงฝูงชนตอนกลางวันและได้บรรยากาศยามเย็นที่เงียบกว่ามาก

Schneeball คืออะไรและต้องลองไหม

Schneeball คือขนมทอดรูปทรงกลมขนาดราว 8–10 เซนติเมตร โรยน้ำตาลหรือราดช็อกโกแลต เป็นขนมพื้นเมืองของแถบ Franconia ที่มีประวัติมากกว่า 400 ปี หากินได้ในเมืองนี้และพื้นที่ใกล้เคียง ถือเป็น must-try

Night Watchman Tour คืออะไร และต้องจองล่วงหน้าไหม

ทัวร์เดินยามค่ำคืนโดยไกด์แต่งกายเป็นยามยุคกลาง พาเดินรอบเมืองเก่าพร้อมเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และตำนาน มักออกเดินช่วง 20:00 น.

แหล่งอ้างอิง · 13 แหล่ง
  1. Rothenburg ob der Tauber - Wikipedia
  2. Rothenburg ob der Tauber travel - Lonely Planet | Germany, Europe
  3. Drive Germany's Romantic Road | National Geographic
  4. These European Cities Have Stellar Christmas Markets and Festivals—and Fewer Crowds | AFAR
  5. Romantic Road - Wikipedia
  6. Review of Rothenburg ob der Tauber | Rothenburg ob der Tauber, Germany - AFAR
  7. Stadtmauer | Rothenburg ob der Tauber, Germany Attractions - Lonely Planet
  8. Rathausturm | Rothenburg ob der Tauber, Germany | Attractions - Lonely Planet
  9. Mittelalterliches Kriminalmuseum | Rothenburg ob der Tauber, Germany | Attractions - Lonely Planet
  10. Shopping in Rothenburg ob der Tauber, Germany - Lonely Planet
  11. Schneeball (pastry) - Wikipedia
  12. Rothenburg ob der Tauber | Medieval Town, Wall-Enclosed City | Britannica
  13. Reichsstadtmuseum | Rothenburg ob der Tauber, Germany | Attractions - Lonely Planet

แท็ก

#เยอรมนี#บาวาเรีย#เมืองยุคกลาง#ตลาดคริสต์มาส#Romantic Road#ถ่ายภาพสถาปัตยกรรม#ทริปฤดูหนาว#ยุโรปสายประวัติศาสตร์#เที่ยว Rothenburg ob der Tauber

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ