กอลมาร์-สตราสบูร์ก: คู่มือเที่ยวเมืองเทพนิยายแคว้น Alsace ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศส

กอลมาร์-สตราสบูร์ก: คู่มือเที่ยวเมืองเทพนิยายแคว้น Alsace ฝรั่งเศส

พาเดิน Petite France, Ponts Couverts และ La Petite Venise พร้อมแผนทริป 3 วันจากปารีสสู่ Strasbourg-Colmar ช่วงตลาดคริสต์มาส Alsace ปี 2026

Gography1 สิงหาคม 25694 นาทีในการอ่าน

พาเดิน Petite France, Ponts Couverts และ La Petite Venise พร้อมแผนทริป 3 วันจากปารีสสู่ Strasbourg-Colmar ช่วงตลาดคริสต์มาส Alsace ปี 2026

สรุปก่อนอ่าน
  • ระยะเวลาที่พอดี: 3 วัน 2 คืนจากปารีส — Strasbourg 1.5-2 วัน ต่อด้วย Colmar 1 วัน เดินทางด้วย TGV + TER ไม่ต้องเช่ารถ
  • ตลาดคริสต์มาส 2026: Strasbourg เปิด 27 พ.ย. – 27 ธ.ค. 2026 · Colmar เปิด 23 พ.ย. – 29 ธ.ค. 2026 (โซน Marché Gourmand ยาวถึง 3 ม.ค. 2027) — วันที่ขยับได้ทุกปี เช็กก่อนจองตั๋วเสมอ
  • จุดถ่ายภาพหลัก: Petite France + Ponts Couverts + ดาดฟ้า Barrage Vauban (Strasbourg) และ La Petite Venise + ย่าน Tanneurs (Colmar)
  • วีซ่า: คนไทยต้องขอเชงเก้นล่วงหน้า (ยื่นได้ไกลสุด 180 วันก่อนเดินทาง) และตั้งแต่เม.ย. 2026 ด่านชายแดนเชงเก้นเริ่มใช้ระบบสแกนไบโอเมตริกซ์ EES เต็มรูปแบบ ให้เผื่อเวลาต่อคิวมากกว่าเดิม
  • ไม่ชอบคนแน่น: เลี่ยงช่วงคริสต์มาสไปเลือกกันยายน-ตุลาคมแทน แล้วต่อรถไปเส้นทางไวน์ Alsace (Riquewihr, Eguisheim, Kaysersberg) ซึ่งเป็นอีกหน้าของภูมิภาคนี้

เช้าหนึ่งที่ Petite France

ไอน้ำจากแก้ว vin chaud ลอยฟุ้งปนกับกลิ่นอบเชยตามตรอกแคบ บ้านโครงไม้สีพาสเทลเรียงตัวลงมาเกยขอบคลอง Ill น้ำนิ่งสะท้อนหน้าต่างบานเกล็ดที่ยังปิดอยู่ นี่คือ Petite France ย่านเก่าแก่ที่สุดของ Strasbourg — ก่อนที่ร้านค้าจะเปิดม่านและนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกจะเดินเข้ามาเต็มเฟรม มันเป็นแค่เมืองเล็กๆ ริมน้ำเงียบๆ ที่บังเอิญสวยเหมือนภาพวาด

แคว้น Alsace ทำแบบนี้ได้ทั้งภูมิภาค ไม่ใช่แค่มุมเดียว

Alsace: ดินแดนที่ชายแดนเคยสลับข้าง ทำไมบ้านถึงเป็นโครงไม้

Alsace อยู่ริมแม่น้ำ Rhine ตรงพรมแดนฝรั่งเศส-เยอรมนี ในรอบ 150 ปีที่ผ่านมา ดินแดนแถบนี้เปลี่ยนมือระหว่างสองประเทศมาแล้วหลายครั้ง — เข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเยอรมันหลังสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ปี 1871, กลับมาเป็นฝรั่งเศสหลังสงครามโลกครั้งที่ 1, ถูกนาซีเยอรมนีผนวกอีกครั้งระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนกลับเป็นฝรั่งเศสถาวรตั้งแต่ปี 1945 ประวัติศาสตร์แบบนี้ทิ้งร่องรอยไว้ในทุกอย่าง — ป้ายถนนสองภาษา อาหารที่ผสมชูครุตกับไวน์ขาว และสถาปัตยกรรมที่ไม่เข้าพวกกับส่วนอื่นของฝรั่งเศส

บ้านโครงไม้ที่เห็นทั่ว Alsace เรียกว่า colombage — เทคนิคก่อสร้างเก่าแก่ที่ใช้โครงไม้โอ๊กจากป่า Vosges วางเป็นตาราง แล้วอุดช่องว่างด้วยดินเหนียวหรืออิฐ เป็นวิธีสร้างบ้านที่ใช้กันทั่วลุ่มแม่น้ำ Rhine ทั้งฝั่งเยอรมันและฝรั่งเศส ไม่ได้ผูกกับชาติใดชาติหนึ่ง สิ่งที่ทำให้ Alsace มีบุคลิกเฉพาะตัวคือการผสมกัน — หลังคาทรงสูงชันแบบเยอรมัน กับหน้าต่างประดับกระถางดอกเจอเรเนียมสีสดแบบฝรั่งเศส บวกกับสีทาผนังพาสเทลที่แต่ละเมืองเลือกไม่ซ้ำกัน

Strasbourg: เดินตามคลอง Ill ไปหาเฟรมที่ใช่

Petite France

ย่านนี้เคยเป็นที่อยู่ของช่างฟอกหนัง ช่างสี และคนงานโรงสีในยุคกลาง คลอง Ill แยกเป็นสาขาเล็กๆ ไหลผ่านกลางย่าน บ้านโครงไม้บางหลังมีชั้นใต้หลังคาเปิดโล่งขนาดใหญ่ผิดปกติ — นั่นคือช่องตากหนังสัตว์ของช่างฟอกหนังในอดีต ถนนสายหลักคือ Rue du Bain-aux-Plantes เดินสวนทางกับคลอง จะเจอมุมกล้องที่ซ้ำกับโปสการ์ดทุกใบ แต่ก็ยังคุ้มค่าเดินอยู่ดี เพราะแสงเปลี่ยนทุกชั่วโมงตามตำแหน่งดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบผนังไม้

ช่วงเวลาที่เฟรมยังโล่งที่สุดคือตอนที่ร้านค้ายังไม่เปิดบานเกล็ด ไม่ใช่เพราะต้องรีบตื่นแต่เพราะจังหวะนั้นถนนยังเป็นของคนในพื้นที่ ไม่ใช่ของนักท่องเที่ยว — อยู่ถูกที่ในจังหวะที่ใช่สำคัญกว่าตื่นเช้าแค่ไหน

Ponts Couverts และ Barrage Vauban

เดินตามคลองไปทางใต้จะเจอ Ponts Couverts สะพานสามช่วงพร้อมหอคอยหินสี่หอที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงป้อมปราการยุคกลาง (ปัจจุบันหลังคาที่เคยคลุมสะพานหายไปแล้ว เหลือแต่ชื่อ) ถัดจากนั้นคือ Barrage Vauban เขื่อนกั้นน้ำที่ Sébastien Le Prestre de Vauban วิศวกรทหารคนสำคัญของฝรั่งเศสสร้างไว้ในศตวรรษที่ 17 เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันเมือง

จุดที่ต้องขึ้นไปยืนคือ ดาดฟ้าของ Barrage Vauban เปิดให้เข้าฟรีทุกวัน (ราว 9 โมงเช้าถึง 1 ทุ่มครึ่ง) ไม่ต้องซื้อตั๋ว เดินขึ้นบันไดในตัวอาคารที่มีงานปั้นสำเนาสถาปัตยกรรมเก่าของ Strasbourg จัดแสดงอยู่ชั้นล่าง แล้วโผล่ขึ้นดาดฟ้า — จากตรงนั้นมองเห็นทั้งหอคอย Ponts Couverts, หลังคา Petite France เรียงกันเป็นแพ และปลายยอดแหลมของมหาวิหาร Strasbourg ลอยอยู่ไกลๆ ในเฟรมเดียว เป็นมุมกว้างที่สรุปทั้งเมืองไว้ในภาพเดียว

มหาวิหาร Strasbourg

Cathédrale Notre-Dame de Strasbourg สร้างด้วยหินทรายสีชมพูอมส้ม มองเห็นได้จากแทบทุกมุมเมืองเพราะมียอดแหลมเดียว — แผนเดิมตั้งใจสร้างสองยอดแบบมหาวิหารทั่วไป แต่เงินหมดก่อน ยอดที่สร้างเสร็จสูง 142 เมตร เคยเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกอยู่นานกว่าสองร้อยปี (ตั้งแต่ปี 1647 จนถึงปี 1874) ด้านในมี นาฬิกาดาราศาสตร์ อายุหลายร้อยปีที่ยังทำงานอยู่ ทุกวันเวลา 12:30 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) จะมีการแสดงกลไก — รูปสลักไม้เดินขบวนแทนช่วงวัยต่างๆ ของชีวิต ก่อนจบด้วยพระเยซูและอัครสาวก ต้องซื้อตั๋วแยกต่างหาก (ราคาไม่แพง) และควรไปถึงก่อนเวลาราว 30-45 นาทีเพราะที่นั่งเต็มเร็ว

ตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศส

Strasbourg เรียกตลาดคริสต์มาสของตัวเองว่า Christkindelsmärik จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1570 ถือเป็นตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศส กระจายตัวอยู่หลายจัตุรัสทั่วเมืองเก่า ตั้งแต่ลานหน้ามหาวิหารไปจนถึง Place Kléber ที่มีต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ตั้งเด่นกลางจัตุรัสทุกปี และ Place Broglie ปีนี้ (2026) ตลาดที่ Strasbourg เปิด 27 พฤศจิกายน ถึง 27 ธันวาคม เวลาทำการทั่วไปคือ 11.00-20.00 น. วันจันทร์-พฤหัสบดี และ 10.00-21.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ ส่วนใหญ่ปิดตอน 18.00 น. ในวันคริสต์มาสอีฟ

Colmar: เมืองที่แสงตกลงบนสีบานเย็น

จาก Strasbourg นั่งรถไฟ TER ลงใต้ราวครึ่งชั่วโมง จะถึง Colmar เมืองที่เล็กกว่าแต่สีสันจัดกว่า บ้านโครงไม้ที่นี่ทาสีเข้มขึ้น — เหลืองมัสตาร์ด แดงอิฐ เขียวมะกอก — และผังเมืองเก่ายังคงสภาพสมบูรณ์ผิดปกติ เพราะรอดจากการทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สองมาได้เกือบทั้งหมด

La Petite Venise

ย่านที่ทุกคนมาถ่ายรูป คือแนวคลอง Lauch ที่ไหลผ่านย่าน Petite Venise (เวนิสน้อย) บ้านโครงไม้ตั้งเรียงชิดริมน้ำ มีเรือแคบพายรับส่งนักท่องเที่ยวผ่านซุ้มสะพานเล็กๆ จุดถ่ายภาพคลาสสิกคือสะพานข้าม Quai de la Poissonnerie (อดีตท่าขายปลา) มองย้อนไปทางแนวบ้านสีสัน น้ำในคลองนิ่งพอที่จะเห็นภาพสะท้อนคว่ำเกือบสมบูรณ์ในวันที่ลมสงบ

ย่านเมืองเก่า

เดินต่อเข้าเมืองเก่าจะเจอ Maison Pfister บ้านมุมสร้างปี 1537 มีระเบียงไม้แกะสลักและจิตรกรรมฝาผนังรอบตัวอาคาร ถือเป็นหนึ่งในอาคารสัญลักษณ์ของ Colmar และ Maison des Têtes บ้านที่ประดับหน้ากากปูนปั้นกว่าร้อยชิ้นบนผนัง ย่าน Quartier des Tanneurs (ย่านช่างฟอกหนัง) มีบ้านชั้นใต้หลังคาเปิดโล่งแบบเดียวกับที่ Strasbourg ให้เห็นเทคนิคก่อสร้างร่วมของภูมิภาคชัดเจนขึ้น Colmar ยังเป็นบ้านเกิดของ Frédéric Auguste Bartholdi ประติมากรผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพ มีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ อุทิศให้เขาโดยเฉพาะ

ตลาดคริสต์มาสกระจายทั่วเมือง

ตลาดคริสต์มาสในย่านเมืองเก่า Colmar
ตลาดคริสต์มาสในย่านเมืองเก่า Colmar

ตลาดคริสต์มาสของ Colmar ไม่รวมอยู่จุดเดียวเหมือน Strasbourg แต่กระจายเป็นหลายโซนทั่วเมืองเก่า ตั้งแต่ Place de l'Ancienne Douane (ศาลาศุลกากรเก่า) ไปจนถึงริมคลองใน Petite Venise เอง ทำให้บรรยากาศรู้สึกใกล้ชิดกว่า ไม่แออัดเป็นก้อนเดียว ปี 2026 ตลาดหลักเปิด 23 พฤศจิกายน ถึง 29 ธันวาคม ส่วนโซน Marché Gourmand (ตลาดอาหาร) เปิดยาวไปถึง 3 มกราคม 2027 เวลาทำการปกติคือ 11.00-19.00 น. วันจันทร์-พฤหัสบดี และ 10.00-20.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์

เลือกฤดู: ธันวาคม หรือฤดูอื่น

ธันวาคม — ไฟ ควันไวน์อุ่น ความหนาว

นี่คือฤดูที่ Alsace ขายภาพลักษณ์ "เมืองเทพนิยาย" เต็มที่ที่สุด ไฟประดับห้อยข้ามตรอก กลิ่น pain d'épices (ขนมปังขิงที่ Alsace ขึ้นชื่อ) ลอยปนกับกลิ่นไวน์อุ่นผสมอบเชย อุณหภูมิกลางวันมักอยู่แถวๆ 0-5 องศาเซลเซียส กลางคืนติดลบได้ ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวหลายชั้น ถุงมือ หมวก และรองเท้ากันลื่นเพราะบางวันมีน้ำแข็งเกาะพื้นหิน วันหยุดสุดสัปดาห์คือช่วงที่คนแน่นที่สุด ถ้าเลือกได้ให้ไปวันธรรมดาแทน

พฤษภาคม-มิถุนายน หรือ กันยายน-ตุลาคม — ฝั่งที่ไม่มีตลาดมาบัง

หมู่บ้าน Riquewihr บนเส้นทางไวน์ Alsace
หมู่บ้าน Riquewihr บนเส้นทางไวน์ Alsace

ถ้าไม่ผูกกับธีมคริสต์มาส ช่วงต้นฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงที่ Alsace โชว์อีกด้านหนึ่ง — เส้นทางไวน์ Alsace (Route des Vins d'Alsace) ที่ลากผ่านหมู่บ้านไร่องุ่นอย่าง Riquewihr, Eguisheim และ Kaysersberg หมู่บ้านเหล่านี้มีบ้านโครงไม้สวยไม่แพ้ Colmar แต่ไม่มีฝูงนักท่องเที่ยวมาบัง กันยายน-ตุลาคมคือช่วงเก็บเกี่ยวองุ่น เนินเขาเปลี่ยนเป็นสีทอง อากาศยังอุ่นพอเดินสบาย เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้ Alsace แบบเงียบกว่า

แผนเดินทางจริง 3 วันจากปารีส

วันที่ 1 — ปารีส → Strasbourg นั่ง TGV จาก Gare de l'Est ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 52 นาที (มีรถวิ่งวันละหลายเที่ยว เร็วสุดวิ่งด้วยความเร็วกว่า 300 กม./ชม. บนรางความเร็วสูง) เก็บกระเป๋าที่โรงแรมแล้วเดินเข้าเมืองเก่าตอนบ่าย เริ่มจากตลาดคริสต์มาสรอบมหาวิหาร ไล่ไปทาง Place Kléber แล้วปิดท้ายวันด้วย Petite France ตอนพลบค่ำ ไฟถนนกับไฟประดับเริ่มติด เป็นช่วงที่ภาพย่านนี้มีมิติมากกว่าตอนกลางวัน

วันที่ 2 — Strasbourg เต็มวัน เช้าเดิน Petite France อีกรอบตอนที่ถนนยังโล่ง ต่อด้วย Ponts Couverts และขึ้นดาดฟ้า Barrage Vauban ชมวิวรวมทั้งเมือง บ่ายเข้าคิวดูนาฬิกาดาราศาสตร์ในมหาวิหาร (โชว์ 12:30 น.) แล้วเดินชมตลาดโซนที่เหลือ เย็นถ้ามีเวลาลองล่องเรือ Batorama ชมเมืองจากผิวน้ำคลอง Ill

วันที่ 3 — Colmar เต็มวัน แล้วกลับ เช้านั่ง TER จาก Strasbourg ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีถึง Colmar (มีรถวิ่งบ่อย เที่ยวแรกออกตั้งแต่เช้ามืด เที่ยวสุดท้ายดึก) เดินเข้า La Petite Venise ก่อนตลาดคึกคัก ต่อด้วยย่านเมืองเก่า Maison Pfister และ Quartier des Tanneurs บ่ายแวะตลาดคริสต์มาสตามโซนต่างๆ เย็นนั่งรถไฟกลับ Strasbourg เพื่อต่อ TGV กลับปารีส หรือถ้าเที่ยวบินขากลับออกจากปารีสเช้าวันถัดไป ให้ค้างที่ Strasbourg อีกคืนแล้วเดินทางกลับตอนเช้า

ถ้ามีเวลามากกว่านี้ การเพิ่มอีก 1-2 วันไปแวะหมู่บ้านบนเส้นทางไวน์ Alsace อย่าง Riquewihr หรือ Eguisheim ก็ทำได้ง่าย เพราะทั้งสองอยู่ห่างจาก Colmar ไม่เกินครึ่งชั่วโมงโดยรถบัสท้องถิ่นหรือรถเช่า

ข้อควรรู้ก่อนไป

วีซ่า — คนไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าเสมอ ไม่มีสิทธิ์เข้าฟรีแบบบางสัญชาติ ยื่นขอได้ล่วงหน้าสูงสุด 180 วันก่อนวันเดินทาง วีซ่าอนุญาตให้พำนักในกลุ่มเชงเก้นได้สูงสุด 90 วันภายในทุกช่วง 180 วัน ยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมายหรือเว็บไซต์ France-Visas ที่เป็นช่องทางทางการ ควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารอย่างน้อยหนึ่งเดือน โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่คิวยื่นวีซ่าแน่นกว่าปกติ

ด่านตรวจคนเข้าเมือง — ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 กลุ่มเชงเก้นเริ่มใช้ระบบ EES (Entry/Exit System) เต็มรูปแบบ เป็นระบบบันทึกลายนิ้วมือและภาพใบหน้าแทนการประทับตราหนังสือเดินทางแบบเดิม สำหรับผู้ที่เข้าเชงเก้นครั้งแรกหลังระบบนี้เริ่มใช้ ให้เผื่อเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมากกว่าที่เคยประมาณไว้ เพราะมีรายงานคิวยาวในบางสนามบินช่วงที่ระบบยังปรับตัว

เงิน — ใช้สกุลยูโร ร้านค้าและตลาดคริสต์มาสส่วนใหญ่รับบัตร แต่แผงขายอาหารข้างทางบางร้านยังรับเฉพาะเงินสด ควรพกยูโรสดติดตัวสำหรับซื้อของกินริมทาง

อากาศและความแน่น — เดือนธันวาคมหนาวจัดและมืดเร็ว (พระอาทิตย์ตกราว 16.30-17.00 น.) วันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนคริสต์มาสคือช่วงคนแน่นสุด ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกเดินทางกลางสัปดาห์ และจองที่พักในเมืองเก่าล่วงหน้าหลายเดือน เพราะโรงแรมโซนใกล้ตลาดเต็มเร็วมาก

คำถามที่พบบ่อย

Strasbourg กับ Colmar ไปที่ไหนก่อนดี?

เริ่มที่ Strasbourg ก่อน เพราะเป็นเมืองหลักที่มีรถไฟ TGV ตรงจากปารีส แล้วค่อยนั่ง TER ต่อไป Colmar ซึ่งเล็กกว่าและเดินสำรวจได้เร็วกว่าในหนึ่งวัน

ไม่เช่ารถ เที่ยวได้ครบไหม?

ได้ ทั้ง Strasbourg และ Colmar เดินเท้าสำรวจย่านเก่าได้สบาย และมีรถไฟ TER เชื่อมสองเมืองบ่อยตลอดวัน การเช่ารถจะจำเป็นก็ต่อเมื่ออยากแวะหมู่บ้านเล็กๆ บนเส้นทางไวน์ Alsace เท่านั้น

ไปช่วงคริสต์มาสต้องจองที่พักล่วงหน้ากี่เดือน?

แนะนำอย่างน้อย 3-4 เดือนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะโรงแรมในเขตเมืองเก่าใกล้ตลาด เพราะเป็นช่วงพีคที่สุดของทั้งปีสำหรับทั้งสองเมือง

ตลาดคริสต์มาสเปิดกี่โมง ต้องซื้อบัตรเข้าไหม?

เข้าฟรีไม่ต้องซื้อบัตร เวลาทำการทั่วไปคือ 10-11 โมงเช้าถึง 20-21 น. แต่ละร้านในตลาดปิดเวลาต่างกันเล็กน้อย ควรเช็กเวลาปิดพิเศษช่วงวันคริสต์มาสอีฟกับวันคริสต์มาสก่อนไป เพราะร้านส่วนใหญ่ปิดเร็วกว่าปกติวันนั้น

อากาศหนาวขนาดไหน ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?

กลางวันเฉลี่ยราว 0-5 องศาเซลเซียส กลางคืนติดลบได้ ควรใส่เสื้อกันหนาวแบบชั้น (layer) เสื้อกันลม หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และรองเท้าพื้นกันลื่น เพราะบางเช้าพื้นหินในเมืองเก่ามีน้ำค้างแข็งเกาะ

เมื่อถึงเวลาวางแผนจริง

เส้นทาง Strasbourg-Colmar ในช่วงตลาดคริสต์มาสเป็นหนึ่งในภาพที่คนพูดถึงบ่อยที่สุดเวลานึกถึงยุโรปหน้าหนาว — แต่การไปเองต้องต่อรถไฟหลายทอด เช็กวันตลาดที่ขยับทุกปี และแข่งจองที่พักกับนักท่องเที่ยวทั้งทวีป

ธันวาคม 2026 Gography มีทริปที่เดินเส้นทางนี้จริง ครอบคลุมทั้งออสเตรีย เยอรมนี และฝรั่งเศส ผ่านตลาดคริสต์มาสหลายเมืองในทริปเดียว ถ้าอยากได้เวลา 5-13 ธันวาคม ดูรายละเอียดได้ที่ Enchanting Christmas Classic — Austria, Germany, France หรือถ้าต้องการช่วง 4-12 ธันวาคม มีอีกเส้นทางที่ Christmas Fairytale — Austria, Germany, France

แท็ก

#ฝรั่งเศส#Colmar#Strasbourg#Alsace#ตลาดคริสต์มาส#ยุโรป

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ