Múlafossur: น้ำตกปลายโลกที่ Gásadalur
เดนมาร์ก (Faroe Islands)

Múlafossur: น้ำตกปลายโลกที่ Gásadalur

Múlafossur น้ำตกตกทะเลที่ Gásadalur หมู่บ้าน 11-18 คน ไปช่วงไหน เดินทางยังไง เตรียมตัวอะไร ครบใน 1 บทความ

Gography1 สิงหาคม 25693 นาทีในการอ่าน

Múlafossur น้ำตกตกทะเลที่ Gásadalur หมู่บ้าน 11-18 คน ไปช่วงไหน เดินทางยังไง เตรียมตัวอะไร ครบใน 1 บทความ

สรุปก่อนอ่าน
  • Múlafossur ตกจากหน้าผาลงทะเลโดยตรง สูง 30 เมตร (98 ฟุต) อยู่ที่หมู่บ้าน Gásadalur เกาะ Vágar
  • หมู่บ้าน Gásadalur มีประชากรเพียง 11-18 คน และเพิ่งมีถนนตัดผ่านอุโมงค์เข้าถึงได้ตั้งแต่ปี 2004 เท่านั้น
  • ช่วงดีที่สุดคือมิถุนายน-สิงหาคม อุณหภูมิสูงสุดแค่ 7-13°C ควรเตรียมเสื้อกันลมกันน้ำและรองเท้าเดินป่าเสมอ
  • ในหมู่บ้านไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหาร ต้องเตรียมของมาจากเมืองก่อนเข้า
  • puffin ดูได้ที่หน้าผาโดยรอบตั้งแต่เมษายนถึงกันยายน หมู่เกาะแฟโรมีประชากร puffin ประมาณ 550,000 คู่ผสมพันธุ์

มีน้ำตกหลายพันแห่งบนโลก แต่มีน้อยมากที่ไหลตรงลงทะเลเปิดโดยไม่มีอะไรขวางกั้น Múlafossur คือหนึ่งในนั้น — สายน้ำกว้างพุ่งออกจากขอบหน้าผา ตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก 30 เมตรข้างล่าง โดยมีหมู่บ้านเล็กที่สุดแห่งหนึ่งของแฟโรเป็นฉากหลัง ทั้งหมดนี้อยู่ที่ Gásadalur หมู่บ้านที่เพิ่งมีถนนตัดเข้าถึงเมื่อปี 2004 นี้เอง

ไม่มีคำว่า "แวะผ่าน" สำหรับที่นี่ คนที่มาถึง Gásadalur ต้องตั้งใจมาจริง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้มันยังรู้สึกพิเศษ

มุมสูงของหมู่บ้าน Gásadalur บนเกาะ Vágar ล้อมรอบด้วยภูเขาและหน้าผาชายฝั่ง
Gásadalur มองจากด้านบน — หมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติทุกทิศ

Múlafossur และ Gásadalur คืออะไร ทำไมถึงพิเศษ?

Gásadalur คือหมู่บ้านบนเกาะ Vágar ทางตะวันตกของหมู่เกาะแฟโร มีประชากรอาศัยอยู่จริงเพียง 11-18 คนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เป็นหนึ่งในชุมชนที่ห่างไกลที่สุดในหมู่เกาะแฟโรทั้งหมด Múlafossur คือน้ำตกที่ไหลอยู่ขอบหมู่บ้านนั้น — สายน้ำตกลงจากหน้าผาชันตรงลงทะเลด้วยความสูง 30 เมตร (98 ฟุต) พร้อมเกาะ Mykines ลอยอยู่ไกลออกไปในมหาสมุทรเป็นฉากหลัง

สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นจากน้ำตกชายฝั่งอื่นคือองค์ประกอบที่มาพร้อมกันพอดี ทั้งตัวน้ำตก หน้าผา หมู่บ้านเล็ก และเส้นขอบฟ้าของมหาสมุทรที่ไม่มีอะไรบัง มันเป็นภาพที่ดูเหมือนจงใจวางจัดมา แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นตามธรรมชาติทั้งหมด

มีเรื่องที่น้อยคนรู้คือก่อนปี 2004 ผู้อยู่อาศัยที่นี่ต้องข้ามภูเขาสูงกว่า 400 เมตรด้วยเท้า หรือนั่งเรือ หรือเฮลิคอปเตอร์ทุกครั้งที่ต้องการออกจากหมู่บ้าน แม้แต่ไปรษณีย์ยังต้องให้คนเดินข้ามเขามาส่งสัปดาห์ละสามครั้ง จนกระทั่งมีการเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขาสำเร็จในปี 2004 ที่นี่ถึงกลายเป็นหมู่บ้านที่ขับรถเข้าถึงได้ — นั่นแปลว่าภาพที่เราเห็นวันนี้ นักท่องเที่ยวทั่วไปเพิ่งเข้าถึงได้ไม่ถึง 25 ปีนี้เอง

นก puffin หน้าผาใกล้ Múlafossur หมู่เกาะแฟโร ช่วงฤดูผสมพันธุ์เดือนมิถุนายน
puffin ทำรังบนหน้าผาโดยรอบ Múlafossur ตั้งแต่เมษายนถึงกันยายนของทุกปี

ไป Gásadalur ช่วงไหนดีที่สุด?

ช่วงที่ดีที่สุดคือเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม — อุณหภูมิสูงสุดในรอบปี (ยังเฉลี่ยแค่ 7-13°C) กลางวันยาวเกือบ 20 ชั่วโมงใกล้ช่วง summer solstice และเส้นทางเดินทุกสายเปิด ถ้าต้องเลือกเดือนเดียว เราแนะนำ กรกฎาคม — แสงอ่อนช่วงหัวค่ำยาวนานเป็นพิเศษ บวกกับโอกาสเจอ puffin ยังสูงก่อนที่นกจะเริ่มอพยพออกไปในสิงหาคม

พัฟฟิน (Atlantic puffin) คือสัตว์ที่หลายคนมาเพื่อมันโดยเฉพาะ นกเหล่านี้จะมาทำรังที่หน้าผาใกล้ Múlafossur และหมู่เกาะโดยรอบตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน หมู่เกาะแฟโรเป็นหนึ่งในแหล่งเพาะพันธุ์ puffin สำคัญที่สุดในโลก มีประชากรนกประมาณ 550,000 คู่ผสมพันธุ์ ช่วงมิถุนายนถึงกรกฎาคมคือช่วงที่หาดูได้ง่ายที่สุดก่อนที่นกรุ่นใหม่จะออกสู่ทะเล

แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าอากาศที่นี่ไม่เคยมีคำว่า "รับประกัน" หมอก ลม และฝนสามารถมาแทนที่แดดได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง บางวันลมแรงถึงขนาดที่สายน้ำตกพัดกลับขึ้นไปแทนที่จะตกลง — ถ้าโชคดีพอจะได้เห็น น้ำตกที่ไหลย้อนขึ้นฟ้าเป็นภาพที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ภายในอุโมงค์ Gásadalstunnilin ที่เจาะผ่านภูเขาในปี 2004 เปิดการเข้าถึงหมู่บ้าน Gásadalur ทางรถยนต์
อุโมงค์ Gásadalstunnilin เปิดให้บริการในปี 2004 เปลี่ยนชีวิตของชาวหมู่บ้านที่เคยต้องข้ามภูเขาสูงกว่า 400 เมตรด้วยเท้า

เดินทางจากไทยไป Gásadalur ยังไง?

จากไทยต้องต่อเครื่องอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยมากผ่านโคเปนเฮเกน (Copenhagen) แล้วขึ้น Atlantic Airways หรือ SAS ต่อไปยังสนามบิน Vágar (Vágar Floghavn) ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติเดียวของหมู่เกาะแฟโร Gásadalur อยู่บนเกาะ Vágar เช่นกัน ขับรถจากสนามบินประมาณ 30-40 นาที

อุโมงค์ Gásadalstunnilin ที่เจาะผ่านภูเขาในปี 2004 คือเส้นทางรถยนต์เดียวที่เข้าหมู่บ้านได้ — ขับผ่านอุโมงค์มืดแล้วออกมาเจอหมู่บ้านและหน้าผาใหญ่อยู่ตรงหน้า เป็น moment ที่หลายคนบอกว่าจำได้ไม่ลืม

ถ้าจะขับรถเองในหมู่เกาะแฟโร ควรรู้ว่าระบบอุโมงค์และสะพานเชื่อมเกาะต่างๆ นั้นพัฒนาขึ้นมากในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา รวมถึง Eysturoy Tunnel อุโมงค์ใต้ทะเลยาว 6.8 ไมล์ที่มีวงเวียนอยู่ใต้น้ำลึกประมาณ 620 ฟุต — ซึ่งว่ากันว่าเป็นวงเวียนใต้ทะเลแห่งเดียวในโลก มีงานศิลปะ projection บนผนัง ทำให้การขับรถข้ามเกาะกลายเป็นประสบการณ์ในตัวมันเอง

นักท่องเที่ยวยืนบนจุดชมวิว Múlafossur มองออกไปยังมหาสมุทรและเกาะ Mykines
จุดชมวิวหลักเหนือหมู่บ้าน เดินประมาณ 15 นาทีจากที่จอดรถ ไม่มีรั้วกั้น ต้องระวังลมแรง

จุดชมวิว Múlafossur: ไปยืนที่ไหน เห็นอะไรบ้าง?

จุดชมวิวหลักอยู่บนสันเนินหญ้าเหนือหมู่บ้าน เดินจากที่จอดรถประมาณ 10-15 นาทีตามเส้นทางที่มีป้ายชัดเจน มองลงไปเห็นสายน้ำตกทั้งสาย หมู่บ้าน Gásadalur ด้านล่าง และเส้นขอบฟ้าของมหาสมุทรพร้อมเกาะ Mykines ลอยอยู่ไกลออกไป

มุมบนนั้นเห็นภาพรวมที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ถ้าอยากลงไปใกล้กว่านี้ก็มีเส้นทางลงไปยังหมู่บ้านด้านล่างซึ่งจะเห็นฐานน้ำตกและหน้าผาในระยะใกล้มากขึ้น เส้นทางชัน ควรใส่รองเท้าที่มีดอกยางดีไว้เสมอ

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือตัวหมู่บ้าน Gásadalur เอง ก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ควรเดินสำรวจ บ้านไม้สีสดใส หลังคาหญ้าบางหลัง และความเงียบที่หนาแน่นผิดปกติสำหรับสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมมาก — เพราะคนส่วนใหญ่ถ่ายรูปแล้วก็กลับขึ้นรถ ถ้าคุณเดินในหมู่บ้านช้าๆ สักสิบห้านาที โอกาสที่จะได้ยินเสียงแค่ลมและน้ำมีสูงมาก

Múlafossur ในวันที่ลมแรง สายน้ำถูกพัดย้อนกลับขึ้นไปแทนที่จะตกลง
วันที่ลมชายฝั่งแรงพอ Múlafossur จะไหลย้อนขึ้นฟ้า — ภาพที่ไม่มีที่ไหนบนโลกเหมือน

เตรียมตัวอะไรบ้างก่อนไป Gásadalur?

ข้อแรกและสำคัญที่สุด: เสื้อกันลมกันน้ำดีๆ ที่ไม่เหมือนกับแจ็กเก็ตฝนทั่วไป อุณหภูมิในฤดูร้อนยังอยู่ที่ 7-13°C และลมชายฝั่งทำให้รู้สึกหนาวกว่าตัวเลขมาก ชั้นชุดชั้นใน merino wool ช่วยได้มากกว่าเสื้อฝ้ายหนาๆ

รองเท้าเดินป่ากันน้ำเป็นสิ่งจำเป็น เส้นทางหญ้าชื้นตลอดปี และพื้นที่บางส่วนอาจลื่นโดยเฉพาะหลังฝน การ์ดเตือนหนึ่งอย่างที่ควรรู้: ลมที่ชายฝั่งบางวันแรงมากจนยืนตรงขอบผาอาจเป็นอันตราย ถ้าวันไหนลมแรงผิดปกติให้ถอยห่างจากขอบทุกครั้ง

Gásadalur ไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร หรือปั๊มน้ำมันในหมู่บ้าน ควรเตรียมน้ำ อาหาร และน้ำมันรถมาจากเมือง Sørvágur หรือ Tórshavn ก่อนเดินทางมาถึง เน็ตมือถือในพื้นที่ห่างไกลแบบนี้อาจไม่เสถียร ดาวน์โหลดแผนที่ offline ไว้ล่วงหน้า

เรื่องจองที่พัก: ถ้าเดินทางช่วง มิ.ย.-ส.ค. ที่พักในเกาะ Vágar และ Tórshavn เต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน

ทำไม Múlafossur ถึงยังรู้สึกไม่เหมือนที่ท่องเที่ยวทั่วไป?

ทั้งๆ ที่ Múlafossur เป็นหนึ่งในภาพที่ถ่ายมากที่สุดของหมู่เกาะแฟโร แต่ประสบการณ์จริงที่นั่นยังให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างพื้นฐานที่นี่แทบไม่มีสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่มีร้านของที่ระลึก ไม่มีคาเฟ่ ไม่มีชานชาลาชมวิวที่สร้างมาเป็นพิเศษ คุณยืนบนหญ้าชื้น ลมพัดผ่าน แค่นั้นเอง

อีกส่วนหนึ่งมาจากความเป็น "สถานที่จริงที่มีคนอยู่" ประชากร 11-18 คนของ Gásadalur ยังอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ บ้านที่เห็นในภาพไม่ใช่ศูนย์อนุรักษ์หรือพิพิธภัณฑ์ แต่คือบ้านของคนที่ตื่นมากินข้าวเช้าและมองเห็นน้ำตกนั้นทุกวัน ตามที่นักข่าวเดินทางของ National Geographic บรรยายไว้ว่า "วิญญาณของหมู่เกาะแฟโรอยู่ในมหาสมุทร" ซึ่งสะท้อนออกมาในทุกหมู่บ้านชายฝั่งที่นี่ รวมถึง Gásadalur

วางแผนทริป Múlafossur ยังไงให้ครบ?

ช่วงเวลา: มิ.ย.-ส.ค. ดีที่สุดสำหรับทั้งอากาศ แสง และ puffin — กรกฎาคมเป็นตัวเลือกที่สมดุลที่สุด ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวมากที่สุด เดือนกันยายนให้ความเป็นส่วนตัวกว่า อุณหภูมิยังรับได้ แต่ puffin เริ่มอพยพออกแล้ว

ระยะเวลา: Gásadalur เป็นจุดครึ่งวัน แต่เกาะ Vágar มีจุดอื่นที่ควรไปด้วยในวันเดียวกัน เช่น Sørvágsvatn ทะเลสาบใหญ่สุดของแฟโรที่หน้าผา Trælanípa ให้ภาพลวงตาว่าทะเลสาบ "ลอย" อยู่เหนือมหาสมุทร และ Trøllkonufingur เสาหินบะซอลต์ขนาดมหึมาบนเกาะเดียวกัน

Gásadalur เป็นส่วนหนึ่งของทริปแฟโรที่ดีกว่า: ถ้ามาถึงหมู่เกาะแฟโรแล้ว ไม่ควรมาแค่เกาะ Vágar เกาะอื่นอย่าง Kalsoy (เฟอร์รีข้าม ชมประภาคาร Kallur และหน้าผาที่มองเห็นตลอด) และ Mykines (เกาะ puffin ที่เข้าถึงได้ตามสภาพอากาศ) เพิ่มมิติให้ทริปอีกมาก แนะนำวางแผนอย่างน้อย 5-7 วันสำหรับทริปที่รู้สึกไม่รีบ

สิ่งที่ต้องจองล่วงหน้า: ที่พักในช่วงฤดูร้อน (3-4 เดือน) เฟอร์รีไป Mykines และ Kalsoy ที่มีเที่ยวจำกัดและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และถ้าสนใจ heimablídni มื้ออาหารในบ้านชาวแฟโรแบบดั้งเดิมซึ่งรับแขกจำนวนน้อย ควรติดต่อล่วงหน้าหลายสัปดาห์

หมู่เกาะแฟโรเริ่มเก็บภาษีนักท่องเที่ยวตั้งแต่ตุลาคม 2025 เพื่อนำเข้ากองทุนอนุรักษ์ธรรมชาติ — ซึ่งบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับทิศทางที่หมู่เกาะนี้กำลังไป ยิ่งไปเร็วเท่าไหร่ ยิ่งได้เห็นสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน

คำถามที่พบบ่อย

ไป Múlafossur เดือนไหนดีที่สุด?

ช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมดีที่สุด กลางวันยาวเกือบ 20 ชั่วโมงในช่วง summer solstice อุณหภูมิสูงสุดในรอบปีที่ 7-13°C และ puffin ยังอยู่ที่หน้าผาโดยรอบ ถ้าต้องเลือกเดือนเดียวแนะนำกรกฎาคม — แสงดี นกชุม ที่พักยังมีบางส่วน แต่ต้องจองล่วงหน้า 3-4 เดือน กันยายนเป็นทางเลือกสำหรับคนอยากเงียบกว่า แต่ puffin เริ่มอพยพออกแล้ว

จากไทยไป Múlafossur ยังไง?

บินจากไทยต่อเครื่องที่โคเปนเฮเกน (Copenhagen) แล้วขึ้นสายการบิน Atlantic Airways หรือ SAS ต่อไปยังสนามบิน Vágar (Vágar Floghavn) ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติเดียวของหมู่เกาะแฟโร จากสนามบินขับรถประมาณ 30-40 นาทีผ่านอุโมงค์ Gásadalstunnilin เข้าสู่หมู่บ้าน Gásadalur ที่อยู่บนเกาะ Vágar เช่นกัน

Gásadalur มีที่พักไหม ต้องนอนที่ไหน?

ในหมู่บ้าน Gásadalur ไม่มีที่พักหรือร้านอาหาร ฐานที่พักที่ดีที่สุดคือ Sørvágur (เมืองใกล้สุดบนเกาะ Vágar) หรือ Tórshavn เมืองหลวงของหมู่เกาะแฟโร ขับรถจาก Tórshavn มาถึง Gásadalur ใช้เวลาราว 45-60 นาที ช่วงมิ.ย.-ส.ค. ที่พักในเกาะ Vágar เต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน

เที่ยว Múlafossur กี่วันพอ ต้องไปไหนเพิ่มอีก?

Múlafossur และ Gásadalur ใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวัน สามารถรวมกับจุดอื่นบนเกาะ Vágar ในวันเดียวกันได้ เช่น ทะเลสาบ Sørvágsvatn และหน้าผา Trælanípa ที่ให้ภาพลวงตาน้ำลอยเหนือทะเล สำหรับทริปหมู่เกาะแฟโรที่ครบแนะนำอย่างน้อย 5-7 วัน เพื่อข้ามเกาะ Kalsoy (ประภาคาร Kallur) และ Mykines (puffin) ด้วย

ขับรถเองใน Faroe Islands ได้เลยไหม หรือต้องจ้างไกด์?

ขับรถเองได้และเป็นวิธีที่ยืดหยุ่นที่สุด ถนนในหมู่เกาะแฟโรมีป้ายชัดเจน และอุโมงค์เชื่อมเกาะส่วนใหญ่ขับรถผ่านได้ ควรดาวน์โหลดแผนที่ offline ไว้เพราะสัญญาณในพื้นที่ห่างไกลอาจไม่เสถียร สำหรับเกาะ Mykines และ Kalsoy ต้องนั่งเฟอร์รีข้าม ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ควรเช็กตารางเรือล่วงหน้าและมีแผนสำรองเสมอ

ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษตอนไป Múlafossur?

อากาศเปลี่ยนเร็วมาก แม้แต่กลางฤดูร้อน ควรเตรียมเสื้อกันลมกันน้ำและชั้นเสื้อ merino wool ติดตัวเสมอ รองเท้าเดินป่ากันน้ำสำคัญมาก พื้นหญ้าชื้นตลอดปี วันที่ลมแรงต้องระวังขอบผาเป็นพิเศษ และต้องเตรียมน้ำ อาหาร และน้ำมันรถจากเมืองก่อนเข้า Gásadalur เพราะในหมู่บ้านไม่มีร้านค้าหรือปั๊มน้ำมัน

Faroe Islands มีอะไรน่าเที่ยวนอกจาก Múlafossur?

บนเกาะ Vágar ยังมีทะเลสาบ Sørvágsvatn และหน้าผา Trælanípa (ภาพลวงตาน้ำลอยเหนือทะเล) เกาะ Kalsoy มีประภาคาร Kallur และหน้าผาดราม่าสูง เกาะ Mykines เป็นแหล่งดู puffin ชื่อดัง ส่วนเมืองหลวง Tórshavn บนเกาะ Streymoy มีอาหารระดับ Michelin และวัฒนธรรมท้องถิ่นครบถ้วน

แหล่งอ้างอิง · 7 แหล่ง
  1. Faroe Islands itineraries: 3 ways to see the archipelago - Lonely Planet
  2. Gásadalur - Wikipedia
  3. An adventure in the Faroe Islands by land, sea and story - Lonely Planet
  4. Plan an epic weekend in the Faroe Islands | National Geographic
  5. The best time to visit the Faroe Islands - Lonely Planet
  6. List of birds of the Faroe Islands - Wikipedia
  7. Why the Faroe Islands should be your next road trip destination | National Geographic

แท็ก

#Faroe Islands#หมู่เกาะแฟโร#ยุโรปเหนือ#น้ำตกชายฝั่ง#ดูนก puffin#เที่ยวฤดูร้อน#วิวทะเลหน้าผา#หมู่บ้านห่างไกล#เดนมาร์ก (Faroe Islands)#Múlafossur น้ำตก Faroe Islands

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ