
ขับรถเที่ยวยุโรปครั้งแรก: 5 เส้นทางสำหรับมือใหม่
5 เส้นทางขับรถเที่ยวยุโรปสำหรับมือใหม่ คัดจากเกณฑ์ระยะไม่เกิน 400 กม. ถนนไม่อันตราย ป้ายชัด พร้อมพื้นฐานใบขับขี่สากล vignette ยางหิมะ และ ZTL ที่ต้องเช็คก่อนออกเดินทาง
5 เส้นทางขับรถเที่ยวยุโรปสำหรับมือใหม่ คัดจากเกณฑ์ระยะไม่เกิน 400 กม. ถนนไม่อันตราย ป้ายชัด พร้อมพื้นฐานใบขับขี่สากล vignette ยางหิมะ และ ZTL ที่ต้องเช็คก่อนออกเดินทาง
- 5 เส้นทางคัดมาสำหรับมือใหม่: Alsace ฝรั่งเศส (~105 กม.), Romantic Road เยอรมนี (350 กม.), Golden Circle ไอซ์แลนด์ (~300 กม.), Tuscan Wine Tour อิตาลี (185 กม.), Douro Valley โปรตุเกส (381 กม.)
- เกณฑ์คัด 3 ข้อ (ประกาศไว้ในบทความนี้): ระยะทางไม่เกิน ~400 กม. ต่อทริป · ถนนสายหลักไม่ใช่เขาสูงอันตราย · ป้ายบอกทาง/บริการนักท่องเที่ยวพร้อม
- พื้นฐานที่มือใหม่มักไม่รู้จนไปถึงหน้างาน: ใบขับขี่สากล (IDP), vignette แบบสติกเกอร์ในสวิตเซอร์แลนด์/ออสเตรีย, กฎยางฤดูหนาวสัญลักษณ์ Alpine ในเยอรมนี, เขตจำกัดรถ ZTL ในเมืองเก่าอิตาลี
- ทุกเส้นทางอ้างอิงระยะทาง/วัน/ฤดูจากหนังสือ Best Road Trips Europe (Lonely Planet) และคู่มือเมืองที่ Gography เขียนไว้แล้ว ไม่ใช่ตัวเลขกะประมาณ
- ถ้าอ่านจบแล้วยังไม่อยากขับเอง มีทางเลือกที่ /trips — ทริปที่มีคนขับและช่างภาพมืออาชีพดูแลตลอดเส้นทาง
พวงมาลัยอยู่ฝั่งซ้ายของรถ ถนนไหลไปทางขวา วงเวียนหมุนทวนเข็มนาฬิกาแทนที่จะเป็นตามเข็มแบบที่ชินมาทั้งชีวิตในไทย — นาทีแรกที่เลี้ยวออกจากลานเช่ารถในทวีปยุโรป มือใหม่แทบทุกคนเจอความรู้สึกเดียวกัน สมองสั่งงานถูกทาง แต่ร่างกายยังอยากบังคับรถไปอีกฝั่ง ความลังเลนั้นหายไปเองภายในไม่กี่กิโลเมตรแรก แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ จะเลือกขับเส้นทางไหนในทริปแรก
ไม่ใช่ทุกเส้นทางในยุโรปเหมาะกับคนที่เพิ่งขับรถต่างประเทศเป็นครั้งแรก หนังสือ Best Road Trips Europe ของ Lonely Planet ที่รวบรวมไว้ 41 เส้นทางใน 10 ประเทศ มีทั้งเส้นทางที่ขับสบายอย่างทุ่งไร่องุ่น และเส้นทางที่ต้องใช้ประสบการณ์จริง เช่น Grossglockner Road ในออสเตรีย ที่ยาว 711 กม. และมีโค้งหักศอกถึง 36 โค้งไต่เขาแอลป์ หรือ Amalfi Coast ในอิตาลีที่แม้ระยะทางแค่ 100 กม. แต่เป็นถนนเลียบหน้าผาแคบสลับโค้งตลอดสาย ระยะทางสั้นอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าขับง่าย
เกณฑ์ที่ใช้เลือก 5 เส้นทางนี้
บทความนี้คัดจาก 3 เงื่อนไข: ระยะทางไม่เกินประมาณ 400 กม. ต่อทริป (ขับได้ในครึ่งวันถึงหนึ่งวันโดยไม่เหนื่อยเกิน) ถนนสายหลักไม่ใช่เขาสูงอันตราย (ไม่มีโค้งหักศอกไต่หน้าผาต่อเนื่องแบบ Grossglockner หรือ Amalfi) และ มีป้ายบอกทางและบริการนักท่องเที่ยวพร้อม (รถเช่า ปั๊มน้ำมัน จุดพัก หาได้ตลอดเส้นทาง ไม่ใช่ถนนชนบทที่ต้องพึ่ง GPS อย่างเดียว) ทั้ง 5 เส้นทางด้านล่างผ่านทั้งสามข้อนี้ ตัวเลขระยะทาง จำนวนวัน และฤดูที่แนะนำ อ้างอิงจากหนังสือเล่มดังกล่าวและคู่มือเฉพาะพื้นที่ที่ Gography เคยเขียนไว้แล้ว
1. เส้นทางไวน์ Alsace ฝรั่งเศส — Colmar, Obernai, Bergheim (~105 กม.)
นี่คือเส้นทางที่สั้นที่สุดในลิสต์นี้ หนังสือแนะนำไว้ที่ 3 วัน วิ่งผ่านเมืองฐาน Colmar, Obernai และ Bergheim บนถนนราบเรียบผ่านทุ่งไร่องุ่นของแคว้น Alsace ไม่มีภูเขาสูงให้ไต่ จุดเด่นของเส้นทางคือวัฒนธรรมฝรั่งเศส-เยอรมันที่ผสมกันในบ้านโครงไม้สีพาสเทล ปราสาทเล็กๆ ริมทาง และ winstubs โรงเตี๊ยมท้องถิ่นที่เสิร์ฟไวน์ขาวคู่กับอาหาร Alsace ฤดูที่หนังสือแนะนำคือพฤษภาคมถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ถนนแห้งและไร่องุ่นเขียวหรือกำลังเปลี่ยนสี
ถ้าอยากได้ภาพสัญลักษณ์ของเส้นทางนี้ ให้แวะ Colmar แล้วเดินหรือนั่งเรือเล็กตามคลอง Lauch ในย่าน La Petite Venise บ้านโครงไม้ตั้งเรียงริมน้ำเป็นมุมกล้องคลาสสิกของทั้งภูมิภาค เมือง Colmar และ Strasbourg ที่อยู่ใกล้กันมีคู่มือแยกไว้แล้วที่ colmar-strasbourg-alsace-travel-guide ซึ่งบอกไว้ตรงๆ ว่าสองเมืองนี้ไม่ต้องเช่ารถก็เที่ยวได้ครบเพราะมีรถไฟ TER เชื่อม รถจะจำเป็นก็ต่อเมื่ออยากต่อไปหมู่บ้านเล็กบนเส้นทางไวน์อย่าง Riquewihr หรือ Eguisheim — และนั่นคือจุดที่เส้นทางขับรถมือใหม่เริ่มมีประโยชน์จริง เพราะระยะสั้น ถนนง่าย ไม่ต้องมีทักษะขับเขาเลย
2. Romantic Road เยอรมนี — Rothenburg ob der Tauber ถึง Dinkelsbühl (350 กม.)
หนังสือระบุช่วง Rothenburg ob der Tauber–Dinkelsbühl ไว้ที่ 350 กม. และแนะนำเวลาถึง 10 วันสำหรับคนที่อยากแวะทุกเมืองยุคกลางระหว่างทางแบบไม่รีบ แต่ถ้ามีเวลาน้อยกว่านั้น 3-4 วันก็เพียงพอสำหรับสองเมืองหลัก จุดเด่นตามหนังสือคืออาคารครึ่งไม้ที่ Plönlein มุมถ่ายภาพที่คุ้นตาที่สุดของ Rothenburg และภาพรวมของเมืองมีกำแพงล้อมรอบยุคกลางที่ยังสมบูรณ์ ถนนสายนี้มีป้าย "Romantische Straße" สีน้ำตาลติดเป็นระยะตลอดทาง ทำให้แทบไม่มีทางหลง
ตัวเลข 350 กม. คือช่วงกลางของเส้นทาง Romantic Road ที่แท้จริงยาวกว่านั้น เต็มสายจาก Würzburg ถึง Füssen รวมประมาณ 460 กม. ถ้าอยากขับต่อไปถึงปราสาท Neuschwanstein ที่ปลายทาง รายละเอียดเต็มเส้นทางอยู่ที่ romantic-road-germany-winter-guide ส่วนเมือง Rothenburg เดี่ยวๆ มีคู่มือเฉพาะที่ rothenburg-ob-der-tauber-guide ซึ่งย้ำไว้ชัดว่าควรค้างคืนอย่างน้อยหนึ่งคืนในกำแพงเมือง เพราะเสน่ห์จริงของที่นี่อยู่หลังรถทัวร์กลุ่มใหญ่ออกไปหมดแล้ว หนังสือแนะนำฤดูมกราคม-กุมภาพันธ์เพราะหิมะสวยและไร้ฝูงชน แต่สำหรับทริปขับรถครั้งแรกจริงๆ ฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วงจะขับง่ายกว่ามาก เพราะไม่มีน้ำแข็งบนถนน
3. Golden Circle ไอซ์แลนด์ — วนกลับ Reykjavik (~300 กม.)
Golden Circle คือลูปถนนที่วิ่งวนกลับมาจุดเดิม ระยะทางรวมประมาณ 300 กม. ผ่านเส้นทางลาดยางหลักคือ Route 35 และ Route 36 ไม่ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และสภาพถนนดีตลอดปียกเว้นช่วงพายุหนัก จุดหลักที่ผ่านคือ Þingvellir อุทยานที่เดินคร่อมรอยต่อแผ่นเปลือกโลกได้จริง ต่อด้วย Geysir ที่กีย์เซอร์ Strokkur พ่นน้ำเองทุก 5-10 นาที และน้ำตก Gullfoss สองชั้นกลางหุบเขา ทั้งหมดขับจบได้ในหนึ่งวันเต็ม หรือถ้าไม่อยากรีบ แบ่งเป็น 1.5-2 วันแล้วแวะแช่น้ำแร่ที่ Laugarvatn Fontana ระหว่างทาง
รายละเอียดเต็มของเส้นทางนี้ รวมจุดแวะ เวลาที่แนะนำ และการเดินทางจากสนามบิน Keflavík อยู่ที่ golden-circle-laugarvatn-fontana-travel-guide ฤดูที่ดีที่สุดคือมิถุนายนถึงกันยายน อากาศเปิดและวันยาว ซึ่งเหมาะกับมือใหม่มากเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำแข็งบนถนนหรือแสงแดดสั้นแบบฤดูหนาว
4. Tuscan Wine Tour อิตาลี — Montepulciano ถึง Panzano in Chianti (185 กม.)
เส้นทางนี้หนังสือให้เวลาไว้ 4 วัน ระยะทาง 185 กม. วิ่งผ่านเนินไร่องุ่นของแคว้น Tuscany จากเมืองฐาน Montepulciano ถึง Panzano in Chianti ถนนเป็นทางสองเลนคดโค้งไปตามเนินเขา ไม่ใช่ถนนภูเขาสูงชันแบบ Dolomites หรือ Grossglockner ภาพที่หนังสือชี้ว่าเป็นภาพสัญลักษณ์ของเส้นทางคือพาโนรามาของ Val di Chiana และ Val d'Orcia ที่มองเห็นจากเมืองบนเนินอย่าง Montepulciano ส่วนของกินของดื่มคือ bistecca หรือสเต๊กเนื้อ Chianina คู่กับไวน์แดงท้องถิ่น ฤดูที่แนะนำคือฤดูใบไม้ร่วงระหว่างกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเก็บเกี่ยวองุ่นและเนินเขาเปลี่ยนเป็นสีทอง
เส้นทางนี้ยังไม่มีคู่มือแยกในเว็บ Gography ข้อควรระวังเดียวคือเมืองบนเนินแบบ Montepulciano มักจำกัดรถยนต์เข้าเขตเมืองเก่า ควรเช็กก่อนขับเข้าไป (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ ZTL ด้านล่าง)
5. Douro Valley โปรตุเกส — Porto ถึง Casal de Loivos (381 กม.)
เส้นทางนี้ยาวที่สุดในลิสต์ 381 กม. เกือบชนเพดาน 400 กม. ที่วางเกณฑ์ไว้ แต่ยังอยู่ในขอบเขต หนังสือให้เวลา 5-7 วัน วิ่งจาก Porto เข้าไปตามหุบเขาแม่น้ำ Douro จนถึง Casal de Loivos จุดเด่นคือไร่องุ่นขั้นบันไดที่มองเห็นจาก miradouro หรือจุดชมวิวที่ Casal de Loivos ภาพที่คนเดินทางส่วนใหญ่ถ่ายกลับมา ของกินของดื่มผูกกับไวน์ท่าเรือ (port wine) จากไร่องุ่นสองข้างทาง และกระเบื้อง azulejos ตามอาคารเก่า ฤดูที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิตอนดอกไม้บาน หรือต้นฤดูใบไม้ร่วงตอนเก็บเกี่ยว
จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้คือ Porto ไม่ใช่ Lisbon แต่สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ที่บินเข้ายุโรปทาง Lisbon ก่อน แล้วค่อยต่อรถไฟหรือเที่ยวบินภายในไป Porto การวางแผนทริป Portugal ทั้งก้อนควรเริ่มดูภาพรวมเมืองหลวงก่อนที่ lisbon-premium-travel-guide แล้วค่อยแยกช่วงขับรถ Douro ต่อจากนั้น ถนนในหุบเขาเลียบแม่น้ำมีโค้งถี่ตามแนวน้ำแต่เป็นทางสองเลนมาตรฐาน ไม่ต้องใช้รถ 4WD แนะนำขับเฉพาะช่วงกลางวันเพราะบางช่วงแคบและมีรถท้องถิ่นสวนบ่อย
พื้นฐานขับรถยุโรปที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนออกเดินทาง
กฎจราจรของแต่ละประเทศในยุโรปไม่เหมือนกันทั้งหมด รายการด้านล่างเป็นเรื่องที่พบบ่อยที่สุดสำหรับคนขับรถต่างชาติ ควรเช็กกับบริษัทเช่ารถหรือเว็บทางการของประเทศที่จะไปอีกครั้งก่อนเดินทางจริง เพราะกฎบางอย่างเปลี่ยนได้ทุกปี
ใบขับขี่สากล (International Driving Permit)
คนไทยที่จะเช่ารถขับเองในยุโรปต้องมีใบขับขี่สากล (International Driving Permit หรือ IDP) ควบคู่กับใบขับขี่ไทยตัวจริงเสมอ ขอได้ที่กรมการขนส่งทางบกก่อนเดินทาง ใบอนุญาตนี้ไม่ได้แทนที่ใบขับขี่ไทย แต่เป็นเอกสารแปลที่ตำรวจและบริษัทเช่ารถในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษหรือไทยยอมรับ ควรพกทั้งสองใบติดตัวตลอดทริป
Vignette — ค่าผ่านทางแบบสติกเกอร์ในสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย
ถ้าเส้นทางพาดผ่านสวิตเซอร์แลนด์หรือออสเตรีย ทางด่วนสองประเทศนี้ไม่เก็บค่าผ่านทางแบบด่านทั่วไป แต่ใช้ระบบ vignette คือสติกเกอร์หรือป้ายอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องซื้อล่วงหน้าแล้วติดหรือลงทะเบียนกับรถก่อนขึ้นทางด่วน รถเช่าบางเจ้ามีติดมาให้แล้ว บางเจ้าต้องซื้อเอง ควรถามบริษัทเช่ารถให้ชัดตั้งแต่วันรับรถ เพราะขับผ่านด่านตรวจโดยไม่มี vignette มีโทษปรับ
ยางฤดูหนาวในเยอรมนี — สัญลักษณ์ Alpine
เยอรมนีบังคับใช้ยางฤดูหนาวแบบมีเงื่อนไข (situational winter tyre law) คือต้องใช้ยางที่มีสัญลักษณ์ Alpine (รูปภูเขาสามยอดกับเกล็ดหิมะ) เมื่อสภาพถนนเป็นหิมะ น้ำแข็ง หรือน้ำแข็งดำ ไม่ใช่บังคับทุกวันตลอดปี แต่ถ้าขับเส้นทางอย่าง Romantic Road ในช่วงฤดูหนาวตามที่หนังสือแนะนำ ควรเช็กกับบริษัทเช่ารถว่ารถติดยางที่มีสัญลักษณ์นี้แล้วหรือยัง โดยเฉพาะถ้าเดินทางช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์
เขตจำกัดรถยนต์ในเมืองเก่าอิตาลี (ZTL)
เมืองเก่าในอิตาลีหลายแห่ง รวมถึงเมืองบนเนินในแคว้น Tuscany บางเมือง มีเขตที่เรียกว่า ZTL (Zona a Traffico Limitato) คือพื้นที่จำกัดรถยนต์เข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีกล้องตรวจจับอัตโนมัติและออกใบสั่งตามหลังได้แม้ไม่มีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ ป้ายเขต ZTL มักเป็นวงกลมสีแดงขอบขาว ติดตั้งไว้ตรงทางเข้าเขตเมืองเก่า ก่อนขับเข้าเมืองไหนในอิตาลี ควรเช็กกับที่พักหรือบริษัทเช่ารถว่าเขตนั้นมี ZTL หรือไม่ และจอดรถนอกเขตแล้วเดินเข้าไปแทนถ้าไม่แน่ใจ
คำถามที่พบบ่อย
ไม่เคยขับรถต่างประเทศมาก่อนเลย ควรเริ่มจากเส้นทางไหน
เริ่มจาก Golden Circle ไอซ์แลนด์หรือเส้นทางไวน์ Alsace ก่อน เพราะทั้งสองระยะสั้น ถนนตรง ไม่มีภูเขาสูง และมีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดสาย เหมาะเป็นทริปฝึกมือก่อนไปเส้นทางที่ยาวหรือซับซ้อนกว่า
เช่ารถที่ยุโรปต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ใบขับขี่ไทยตัวจริง ใบขับขี่สากล (IDP) พาสปอร์ต และบัตรเครดิตที่มีชื่อตรงกับผู้เช่า บริษัทเช่ารถส่วนใหญ่ต้องการบัตรเครดิตเพื่อ hold วงเงินประกัน ไม่รับบัตรเดบิตในหลายกรณี
รถส่วนใหญ่ในยุโรปเป็นเกียร์ธรรมดา ถ้าขับเกียร์ธรรมดาไม่เป็นทำยังไง
เลือกจองรถเกียร์ออโต้ตั้งแต่ตอนจอง เพราะรถออโต้มีสัดส่วนน้อยกว่าและราคาสูงกว่าเกียร์ธรรมดาในหลายประเทศ ถ้าจองใกล้วันเดินทางมีโอกาสหมดเร็ว
ถ้าอ่านครบแล้วยังไม่มั่นใจจะขับเอง มีทางเลือกอื่นไหม
มี ไม่จำเป็นต้องขับเองเพื่อเห็นเส้นทางเหล่านี้ ดูรายละเอียดที่หัวข้อถัดไป
ถ้ายังไม่พร้อมขับเอง
ทั้ง 5 เส้นทางนี้คัดมาให้เหมาะกับคนที่อยากลองขับเองครั้งแรกจริงๆ แต่ถ้าอ่านจบแล้วรู้สึกว่ายังไม่พร้อม ไม่ใช่เรื่องผิด — เส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับมือใหม่บางเส้นก็ยังมีรายละเอียดที่คนไม่คุ้นถนนต่างประเทศพลาดได้ง่าย ตั้งแต่ป้าย ZTL ที่มองข้าม ไปจนถึงจังหวะที่ต้องมี vignette
ถ้าอยากได้ประสบการณ์แบบเดียวกัน ทั้งหมู่บ้านไวน์ เมืองยุคกลาง หรือทะเลสาบน้ำแร่ในไอซ์แลนด์ โดยไม่ต้องนั่งบังคับพวงมาลัยเอง ดูทริปของ Gography ที่ /trips ทุกทริปมีคนขับและช่างภาพมืออาชีพดูแลตลอดเส้นทาง เหลือแค่มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วปล่อยให้คนอื่นจัดการเรื่องถนน
แท็ก
เขียนโดย
Gography