
เที่ยวยุโรปครั้งแรก เริ่มจากประเทศไหนดี
5 เกณฑ์เลือกประเทศแรกในยุโรป จาก 4 ตัวเลือกที่มือใหม่เริ่มได้จริง พร้อมข้อผิดพลาดที่คนไปครั้งแรกทำบ่อย และของที่ต้องเตรียมก่อนบิน
5 เกณฑ์เลือกประเทศแรกในยุโรป จาก 4 ตัวเลือกที่มือใหม่เริ่มได้จริง พร้อมข้อผิดพลาดที่คนไปครั้งแรกทำบ่อย และของที่ต้องเตรียมก่อนบิน
- 5 เกณฑ์เลือกประเทศแรก: ระบบขนส่งสาธารณะ · ความปลอดภัยเวลาเดินเมือง · ภาษาอังกฤษใช้ได้จริง · ระยะบิน/จำนวนต่อเครื่อง · ความคุ้มค่าต่อวันของสิ่งที่ได้เห็น
- 4 ประเทศที่เข้าเกณฑ์ชัดที่สุดสำหรับทริปแรก: สวิตเซอร์แลนด์ (รถไฟพาไปได้ทุกที่) · โปรตุเกส (ค่าใช้จ่ายเบากว่ายุโรปตะวันตกส่วนใหญ่) · ไอซ์แลนด์ (ธรรมชาติเข้มข้น ขับรถเองง่าย) · เยอรมนี-ออสเตรีย (เมืองเก่าเชื่อมกันด้วยรถไฟ)
- ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อยที่สุดคือยัดหลายประเทศในทริปเดียว จนเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับสถานีรถไฟและสนามบินแทนที่จะได้อยู่กับสถานที่จริง
- ก่อนกดจองตั๋ว มีอีก 6 เรื่องที่ควรอ่านให้จบ: วีซ่า/พาสปอร์ต ประกันเดินทาง การแลกเงิน ซิม/เน็ต การแพ็คกระเป๋า และทัวร์กับเที่ยวเองต่างกันตรงไหน
ยุโรปมีประเทศทั้งหมด 44 ประเทศ ถ้านับเฉพาะที่คนไทยเดินทางไปเที่ยวบ่อยก็ยังเหลือให้เลือกไม่ต่ำกว่า 15-20 ประเทศ คนที่วางแผนทริปแรกส่วนใหญ่เริ่มจากถามว่า "ที่ไหนสวยที่สุด" ทั้งที่คำถามนั้นตอบยาก เพราะแทบทุกประเทศในยุโรปมีมุมสวยของตัวเอง คำถามที่ตอบง่ายกว่าและสำคัญกว่าสำหรับทริปแรกคือ "ที่ไหนเที่ยวง่ายที่สุดสำหรับคนที่ไม่เคยไปมาก่อน"
บทความนี้วางเกณฑ์ไว้ 5 ข้อสำหรับตัดสินใจ ก่อนจะแนะนำ 4 ประเทศที่ผ่านเกณฑ์ชัดที่สุด ปิดท้ายด้วยข้อผิดพลาดที่คนไปครั้งแรกทำซ้ำกันบ่อยที่สุด และสิ่งที่ควรอ่านให้จบก่อนออกเดินทางจริง
เกณฑ์เลือกประเทศแรก 5 ข้อ
1. ระบบขนส่งสาธารณะดีพอที่จะไม่ต้องพึ่งรถเช่า ทริปแรกไม่ใช่เวลาที่ควรหัดขับรถบนถนนที่ป้ายจราจรเป็นภาษาที่อ่านไม่ออก กฎการแซง กฎวงเวียน หรือระบบจอดรถในเมืองเก่าที่ถนนแคบกว่ารถ ประเทศที่มีรถไฟ รถราง และรถบัสเชื่อมกันหนาแน่นจะตัดปัญหานี้ทิ้งไปทั้งหมด เหลือแค่ซื้อตั๋วแล้วขึ้นรถ
2. เดินเมืองได้อย่างปลอดภัย ทริปแรกมักไม่มีใครคอยประกบตลอดเวลา ต้องเดินเองตอนเย็น ถ่ายภาพเอง ถามทางเอง ประเทศที่อัตราอาชญากรรมเล็กๆ อย่างการล้วงกระเป๋าหรือหลอกนักท่องเที่ยวต่ำ จะทำให้พลังงานทั้งหมดไปอยู่กับการเที่ยว ไม่ใช่กับความระแวง
3. ภาษาอังกฤษใช้สื่อสารได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่พนักงานโรงแรมพูดอังกฤษได้ แต่หมายถึงป้ายรถไฟ เมนูอาหาร คนขับรถแท็กซี่ หรือคนแปลกหน้าที่เดินถามทางได้ ยิ่งใช้อังกฤษสื่อสารในชีวิตประจำวันได้กว้างเท่าไหร่ ความเครียดของการหลงทางก็ยิ่งลดลงเท่านั้น
4. ระยะบินและจำนวนครั้งต่อเครื่องไม่เยอะเกินไป จากกรุงเทพฯ บินตรงหรือต่อเครื่องครั้งเดียวไปยุโรปกินเวลารวมราว 12-16 ชั่วโมง ต่อเครื่องสองครั้งขึ้นไปจะยืดเวลาการเดินทางและความเหนื่อยล้าออกไปอีก สำหรับคนที่ยังไม่เคยผ่านเจ็ตแล็กมาก่อน ยิ่งเส้นทางเรียบง่ายเท่าไหร่ วันแรกๆ ของทริปยิ่งไม่เสียไปกับความอ่อนเพลีย
5. ความคุ้มค่าต่อวันของสิ่งที่ได้เห็น บางประเทศต้องขับรถหรือนั่งรถไฟหลายชั่วโมงเพื่อไปถึงจุดสวยจุดเดียว บางประเทศมีจุดที่น่าไปหลายจุดอยู่ใกล้กันจนหนึ่งวันเก็บได้ครบ สำหรับทริปแรกที่เวลาจำกัด ประเทศแบบหลังให้ความรู้สึกคุ้มค่ากว่าอย่างชัดเจน
4 ประเทศที่เข้าเกณฑ์มากที่สุดสำหรับทริปแรก
สวิตเซอร์แลนด์ — ระบบรถไฟที่ทำให้วางแผนง่ายที่สุดในยุโรป
รถไฟสวิสเชื่อมเมืองใหญ่ หมู่บ้านเล็ก และสถานีกระเช้าขึ้นเขาเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายเดียว ตั๋วใบเดียวพาไปได้แทบทุกที่ที่อยากไป ป้ายบอกทางในสถานีมีทั้งภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี และอังกฤษ ความปลอดภัยอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องมาหลายปี จากสนามบิน Zurich หรือ Geneva ส่วนใหญ่ต่อเครื่องจากกรุงเทพฯ เพียงครั้งเดียว และในหนึ่งวันสามารถขึ้นรถไฟจากเมืองไปถึงจุดชมวิวเทือกเขาแอลป์ได้โดยไม่ต้องเช่ารถเลยสักคัน — นี่คือเหตุผลที่สวิตเซอร์แลนด์มักถูกแนะนำเป็นประเทศแรกของคนที่ไม่เคยเที่ยวยุโรปด้วยตัวเองมาก่อน
อ่านเพิ่ม: สวิตเซอร์แลนด์ ภาพรวมประเทศและเส้นทาง · Grindelwald-First และ Bachalpsee เดินป่าวิวเทือกเขาแอลป์แบบไม่ต้องมีประสบการณ์ · Jungfraujoch Top of Europe ขึ้นรถไฟไปจุดสูงสุดของยุโรปในวันเดียว
โปรตุเกส — สบายกระเป๋า อากาศดีเกือบทั้งปี
เทียบกับยุโรปตะวันตกส่วนใหญ่ ค่าที่พัก อาหาร และค่าเดินทางในโปรตุเกสเบากว่าอย่างชัดเจน ทำให้ทริปแรกที่มักมีค่าใช้จ่ายบานปลายจากความไม่คุ้นเคยมีพื้นที่ผิดพลาดได้มากขึ้น Lisbon เป็นเมืองที่เดินสำรวจได้สบายแม้จะมีเนินเขาเยอะ เพราะมีรถราง รถไฟใต้ดิน และรถบัสช่วยผ่อนแรง ความปลอดภัยอยู่ในระดับสูง ภาษาอังกฤษใช้ได้ดีในเขตท่องเที่ยว และอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนทำให้ไปได้เกือบทั้งปีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหิมะหรือความหนาวจัด
อ่านเพิ่ม: Lisbon เมืองหลวงริมแม่น้ำ Tagus · ย่าน Alfama ย่านเก่าแก่ที่สุดของเมือง เดินเท้าได้ทั้งย่าน
ไอซ์แลนด์ — ธรรมชาติจัดเต็ม ขับรถเองง่ายกว่าที่คิด
ไอซ์แลนด์เป็นข้อยกเว้นของเกณฑ์ข้อ 1 — ที่นี่ขับรถเองคือวิธีเที่ยวหลัก แต่เป็นการขับรถที่ง่ายผิดคาด ถนนสาย 1 (Ring Road) ที่วิ่งรอบเกาะดูแลรักษาดี รถไม่พลุกพล่าน ป้ายจราจรชัดเจน ไอซ์แลนด์ยังติดอันดับประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลกต่อเนื่องมาหลายปีในการจัดอันดับ Global Peace Index และคนไอซ์แลนด์ใช้ภาษาอังกฤษได้เกือบเป็นภาษาที่สอง สิ่งที่ทำให้ที่นี่คุ้มค่าต่อวันเป็นพิเศษคือจุดธรรมชาติหลายแห่งกระจุกตัวอยู่ใกล้ Reykjavik พอที่จะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ในวันเดียว ข้อควรรู้คือเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่ต้องต่อเครื่องผ่านเมืองหลักในยุโรปอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ยาวกว่าสวิตเซอร์แลนด์หรือเยอรมนีเล็กน้อย แต่ยังจัดการได้ถ้าเผื่อวันแรกไว้เป็นวันพักฟื้นจากการเดินทาง
อ่านเพิ่ม: ไอซ์แลนด์ ภาพรวมประเทศและฤดูที่ควรไป · Golden Circle เส้นทางน้ำตก ไกเซอร์ และรอยแยกเปลือกโลกในวันเดียว
เยอรมนี-ออสเตรีย — เมืองเก่าที่เดินถึงกันด้วยรถไฟ
เครือข่ายรถไฟ DB ของเยอรมนีและ ÖBB ของออสเตรียหนาแน่นพอที่จะพาไปจากเมืองใหญ่สู่เมืองเก่าขนาดเล็กได้โดยไม่ต้องเช่ารถ เมืองเก่าหลายแห่งในสองประเทศนี้มีขนาดกะทัดรัด เดินเท้าสำรวจให้ครบได้ในหนึ่งวัน ความปลอดภัยอยู่ในระดับสูง ภาษาอังกฤษใช้ได้ดีในเมืองท่องเที่ยวแม้จะลดลงบ้างในหมู่บ้านเล็กๆ เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ มีตัวเลือกต่อเครื่องผ่าน Frankfurt, Munich หรือ Vienna ค่อนข้างสะดวก และสิ่งที่ทำให้สองประเทศนี้คุ้มค่าต่อวันคือเมืองเทพนิยายหลายแห่งอยู่ใกล้กันพอที่จะแวะได้หลายเมืองในทริปเดียวโดยไม่ต้องเดินทางไกล
อ่านเพิ่ม: Rothenburg ob der Tauber เมืองกำแพงยุคกลางบนเส้นทาง Romantic Road ของเยอรมนี · Hallstatt หมู่บ้านริมทะเลสาบในเขต Salzkammergut ของออสเตรีย
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อย
1. ยัดหลายประเทศในทริปเดียว แผนแบบ "10 ประเทศใน 12 วัน" ฟังดูคุ้มค่าตอนวางแผน แต่พอเดินทางจริงเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนั่งรถไฟ ต่อเครื่องบิน เช็กอินเช็กเอาต์โรงแรม แทนที่จะได้อยู่กับสถานที่จริงนานพอจะจดจำอะไรได้ ทริปแรกควรจำกัดไว้ที่ 1-2 ประเทศ แล้วปล่อยให้ตัวเองอยู่กับแต่ละที่นานขึ้น
2. ไม่เผื่อเวลาให้ jet lag เวลาที่ต่างกัน 5-6 ชั่วโมงบวกกับการบินยาว 12 ชั่วโมงขึ้นไป ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันในวันแรกๆ การจัดโปรแกรมแน่นตั้งแต่วันที่ลงเครื่องมักจบด้วยความเหนื่อยล้าที่กลบความประทับใจ ควรเผื่อวันแรกเป็นวันเบาๆ เดินใกล้ที่พัก ปรับนาฬิกาชีวิตก่อนเริ่มโปรแกรมเต็มวันในวันถัดไป
3. จองที่พักไกลจากสถานีรถไฟหรือขนส่งหลัก ที่พักนอกเมืองมักถูกกว่าและดูสวยกว่าในรูป แต่ต้นทุนที่มองไม่เห็นคือการลากกระเป๋าไกล พลาดรถไฟเที่ยวเช้า หรือต้องจ่ายค่าแท็กซี่เพิ่มทุกวัน สำหรับทริปแรกที่ยังไม่คุ้นเส้นทาง ที่พักในระยะเดินถึงสถานีหลักหรือใจกลางเมืองเก่าคุ้มค่ากว่าที่คิด
4. มองข้ามประกันเดินทาง สำหรับผู้ที่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น ประกันเดินทางเป็นเอกสารบังคับอยู่แล้ว แต่ต่อให้ไม่ต้องขอวีซ่า ค่ารักษาพยาบาลในยุโรปสำหรับชาวต่างชาติสูงกว่าที่คิดมาก ยังไม่นับเที่ยวบินล่าช้าหรือกระเป๋าสูญหายที่เกิดขึ้นได้ทุกทริป อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ คู่มือประกันเดินทาง
5. แลกเงินผิดจังหวะ แลกเงินที่เคาน์เตอร์สนามบินไทยหรือสนามบินปลายทางมักได้เรตแย่ที่สุดของทั้งทริป ขณะที่การพกเงินสดเยอะเกินไปก็เสี่ยงโดยไม่จำเป็น วิธีที่จัดการง่ายกว่าคือผสมระหว่างบัตรเดบิต/บัตรเติมเงินสกุลต่างประเทศกับเงินสดที่ถอนจากตู้ ATM ในเมืองเป็นจำนวนพอดีใช้ อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ แลกเงินและใช้บัตรต่างประเทศ
ก่อนกดจองตั๋ว
เกณฑ์และตัวเลือกประเทศตอบคำถามว่า "ไปที่ไหน" ส่วนอีก 6 เรื่องนี้ตอบคำถามว่า "เตรียมตัวยังไง" ควรอ่านให้ครบก่อนวันเดินทางจริง
- คู่มือพาสปอร์ตและวีซ่า
- คู่มือประกันเดินทาง
- แลกเงินและใช้บัตรต่างประเทศ
- ซิมและอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ
- แพ็คกระเป๋าเดินทาง
- ทัวร์ vs เที่ยวเอง ต่างกันตรงไหน
คำถามที่พบบ่อย
เที่ยวยุโรปครั้งแรกควรไปกี่วัน?
อย่างน้อย 7-10 วันสำหรับ 1 ประเทศ เผื่อวันแรกไว้พัก jet lag และเผื่อวันสำรองกรณีรถไฟล่าช้าหรืออากาศไม่เป็นใจ ถ้ามีเวลาน้อยกว่านี้ ควรเลือกเมืองหลักไม่กี่เมืองแทนการพยายามครอบคลุมทั้งประเทศ
ไปคนเดียวครั้งแรกปลอดภัยไหม เลือกประเทศไหนดี?
ไปได้ ถ้าเลือกประเทศที่เข้าเกณฑ์ความปลอดภัยและระบบขนส่งดี สวิตเซอร์แลนด์และไอซ์แลนด์มักถูกแนะนำเป็นอันดับต้นสำหรับคนเดินทางคนเดียว เพราะทั้งอาชญากรรมต่ำและระบบขนส่ง/ถนนคาดเดาได้ ไม่ต้องพึ่งใครช่วยตัดสินใจกลางทาง
งบเท่าไหร่ถึงจะพอสำหรับทริปแรก?
งบผันแปรตามฤดูกาลและสไตล์การเที่ยวมาก แต่เทียบกันในภาพรวมแล้วโปรตุเกสถูกกว่าเยอรมนี-ออสเตรียอย่างชัดเจน และเยอรมนี-ออสเตรียมักถูกกว่าสวิตเซอร์แลนด์กับไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นสองประเทศที่ค่าครองชีพสูงสุดในกลุ่มนี้ ควรเช็กราคาที่พักและตั๋วรถไฟช่วงที่ตัวเองจะไปโดยตรงก่อนตั้งงบจริง
ไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย เที่ยวยุโรปได้ไหม?
ได้ แต่ยิ่งเลือกประเทศที่เกณฑ์ข้อภาษาอังกฤษสูง (อย่างสวิตเซอร์แลนด์หรือไอซ์แลนด์) ยิ่งลดความเครียดจากการสื่อสารได้มาก แอปแปลภาษาช่วยได้ในสถานการณ์ทั่วไป แต่ป้ายรถไฟและเมนูอาหารที่มีภาษาอังกฤษกำกับอยู่แล้วยังทุ่นแรงกว่าเสมอ
เมื่อถึงเวลาวางแผนจริง
เกณฑ์ 5 ข้อและ 4 ประเทศในบทความนี้ตอบคำถาม "ไปที่ไหน" แต่ยังไม่ตอบคำถามที่มือใหม่กังวลมากที่สุด — "ถ้าวางแผนเองแล้วพลาดจะทำยังไง" ความแตกต่างระหว่างการวางแผนเองกับการมีทีมดูแลอ่านเพิ่มได้ที่ ทัวร์ vs เที่ยวเอง ต่างกันตรงไหน
สำหรับคนที่อยากได้ทริปแรกที่ไม่ต้องคิดเรื่องต่อรถไฟ จองที่พัก หรือหาจุดถ่ายภาพเอง Gography มีทริปที่มีช่างภาพและทีมดูแลตลอดเส้นทาง ดูตัวเลือกทั้งหมดได้ที่ หน้ารวมทริป
แท็ก
เขียนโดย
Gography