มีเวลา 10 วัน เที่ยวยุโรปที่ไหนดี
วางแผนเที่ยว

มีเวลา 10 วัน เที่ยวยุโรปที่ไหนดี

10 วันเที่ยวยุโรปพอสำหรับ 1 ประเทศแบบลึก หรือ 2 ภูมิภาคที่ต่อกันจริง ไม่ใช่ทัวร์กวาดหลายประเทศ เทียบ 4 เส้นทางจริงพร้อมแบ่งวันครบ 10 วัน และวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

Gography2 สิงหาคม 25694 นาทีในการอ่าน

10 วันเที่ยวยุโรปพอสำหรับ 1 ประเทศแบบลึก หรือ 2 ภูมิภาคที่ต่อกันจริง ไม่ใช่ทัวร์กวาดหลายประเทศ เทียบ 4 เส้นทางจริงพร้อมแบ่งวันครบ 10 วัน และวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

สรุปก่อนอ่าน
  • หลักคิดหลัก: 10 วันคือเวลาที่พอดีสำหรับ "1 ประเทศแบบลึก" หรือ "2 ภูมิภาคที่ต่อกันจริง" — ไม่ใช่โควตาสำหรับกวาด 3-4 ประเทศ เพราะเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการขนกระเป๋าและนั่งรอต่อเครื่อง ไม่ใช่การเที่ยว
  • 4 เส้นทางที่เทียบในบทความนี้: Madeira + ลิสบอน (โปรตุเกสสองมุม) · ไอซ์แลนด์เกือบรอบเกาะ + เวสต์ฟยอร์ด · สวิตเซอร์แลนด์ + Alsace ข้ามพรมแดน · กรีซสองภูมิทัศน์ Santorini + Meteora
  • แต่ละเส้นทางแบ่งวันจริงให้ครบ 10 วัน ตั้งแต่วันขึ้นเครื่องออกจนถึงวันบินกลับ พร้อมบอกว่าต้องขับรถเองหรือไม่ ต้องต่อเครื่อง/รถไฟกี่ทอด
  • ตารางเทียบท้ายบทความช่วยจับคู่เส้นทางกับโปรไฟล์นักเดินทาง — สายขับรถธรรมชาติ / สายรถไฟไม่อยากขับเอง / สายเกาะ+เมืองเก่า / สายภูมิทัศน์สุดขั้ว
  • Gography มีทริปจริง 10 วันเต็มที่เดินสูตรนี้อยู่แล้ว — Madeira & Lisbon Discovery Tour 22-31 มีนาคม 2027

วันลาต่อเนื่องของคนทำงานส่วนใหญ่ในไทยแตะเพดานที่ราว 10 วันต่อครั้ง นั่นคือกรอบเวลาจริงที่ต้องวางแผนทริปยุโรปให้พอดี ปัญหาที่เกิดซ้ำแทบทุกครั้งคือคนวางแผนเปิดแผนที่ยุโรปแล้วอยากได้ทุกจุดหมายที่เคยเห็นในรูป — ปารีสสองวัน สวิสสามวัน อิตาลีอีกสองวัน ปิดท้ายด้วยเนเธอร์แลนด์ พอบวกเวลาเดินทางจริงเข้าไปถึงรู้ว่าแผนนั้นใช้ไม่ได้ เพราะเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปยุโรปส่วนใหญ่ต้องต่อเครื่องอย่างน้อยหนึ่งทอด รวมเวลาบินบนอากาศและรอต่อเครื่องแล้วมักกินเกือบหนึ่งวันเต็มทั้งขาไปและขากลับ เท่ากับว่าจาก 10 วันในปฏิทิน เหลือเวลาที่เท้าแตะพื้นยุโรปจริงราว 8-8.5 วันเท่านั้น และในจำนวนนั้นยังต้องกันไว้อีกครึ่งวันแรกสำหรับปรับตัวจากอาการเพลียเวลาบิน (jet lag) ก่อนจะเริ่มเที่ยวได้เต็มที่

นี่คือเหตุผลที่ทริป 10 วันซึ่งพยายามยัด 3-4 ประเทศ มักจบลงด้วยความรู้สึกว่า "ไปมาแล้วแต่จำอะไรไม่ค่อยได้" — เพราะแต่ละที่ได้เวลาจริงแค่ครึ่งวันถึงหนึ่งวัน ไม่พอให้บรรยากาศของที่นั้นซึมเข้ามา บทความนี้เสนอวิธีคิดแบบตรงกันข้าม คือเลือกให้น้อยลงแต่ลึกขึ้น พร้อมยกตัวอย่าง 4 เส้นทางจริงที่แบ่งวันให้ครบ 10 วัน เพื่อให้เอาไปปรับใช้วางแผนได้ทันที

หลักเลือกเส้นทาง 10 วัน: กฎสองข้อก่อนเปิดแผนที่

ข้อแรก — 1 ประเทศแบบลึก หมายถึงอยู่ในประเทศเดียวตลอดทริป แต่เลือกสำรวจสองภูมิทัศน์ที่ต่างกันชัดเจนภายในประเทศนั้น เช่น เกาะภูเขาไฟกับเมืองหลวงริมแม่น้ำ หรือชายฝั่งเกาะกับภูเขาหินตอนใน วิธีนี้ตัดปัญหาเรื่องพรมแดนและวีซ่าซ้อนออกไปเกือบหมด เหลือแค่เที่ยวบินภายในประเทศหรือรถไฟหนึ่งทอด

ข้อสอง — 2 ภูมิภาคที่ต่อกันจริง หมายถึงข้ามพรมแดนได้ แต่ต้องเป็นสองจุดที่เชื่อมกันด้วยรถไฟหรือถนนในเวลาไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง ไม่ใช่บินข้ามทวีปย่อยจากเหนือจรดใต้ วิธีนี้ยังคงให้ความรู้สึกได้ "สองประเทศ" แต่ไม่เสียเวลาทั้งวันไปกับการขนกระเป๋า

ทั้งสองสูตรมีจุดร่วมเดียวกันคือจำนวน "ฐานที่พัก" ไม่เกิน 3-4 แห่งตลอด 10 วัน แทนที่จะย้ายโรงแรมทุกคืน เพราะการแพ็ค-แกะกระเป๋าซ้ำๆ คือสิ่งที่กินเวลาและพลังงานมากกว่าที่คนวางแผนทริปมักคาดไว้

1) Madeira + ลิสบอน — โปรตุเกสสองมุมในทริปเดียว

Madeira เป็นเกาะภูเขาไฟกลางมหาสมุทรแอตแลนติกของโปรตุเกส ส่วนลิสบอนคือเมืองหลวงเก่าแก่ริมแม่น้ำ Tagus ทั้งสองอยู่ในประเทศเดียวกัน เชื่อมกันด้วยเที่ยวบินภายในประเทศที่ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง ทำให้เป็นสูตร "1 ประเทศแบบลึก" ที่จัดวันได้ตรงไปตรงมาที่สุดในสี่เส้นทางนี้ — และภูมิทัศน์ของทั้งสองที่ต่างกันสุดขั้ว ด้านหนึ่งคือป่าเมฆและหน้าผาทะเล อีกด้านคือตรอกเมืองเก่าและกระเบื้อง azulejo

วันที่ 1 — บินจากกรุงเทพฯ ต่อเครื่องเข้าลิสบอน ถึงช่วงเย็นหรือค่ำ พักผ่อนปรับเวลา ไม่ยัดกิจกรรม วันที่ 2 — เช้าต่อเที่ยวบินภายในประเทศจากลิสบอนไป Madeira ถึง Funchal ตอนสาย เดินสำรวจเมืองเบาๆ ปรับตัวกับอากาศเกาะ วันที่ 3-4 — เดินเส้นทางเลวาดา (ทางเดินริมคลองส่งน้ำเก่าแก่) อย่าง Levada do Caldeirão Verde ที่ตัดผ่านป่าลอเรลโบราณ แล้วต่อด้วย Fanal Forest ป่าโอ๊กที่มีหมอกไหลผ่านเป็นประจำ — รายละเอียดเส้นทางเต็มอ่านได้ในคู่มือเดินป่าเลวาดาและป่าลอเรลของมาเดรา วันที่ 5 — เช้าไปหน้าผา Ponta de São Lourenço ปลายแหลมตะวันออกของเกาะที่ภูมิทัศน์แห้งแล้งต่างจากฝั่งป่าเมฆโดยสิ้นเชิง บ่ายพักผ่อนหรือเดินเล่นตลาด Funchal วันที่ 6 — เช้าบินกลับลิสบอน เย็นเดินเข้าย่าน Alfama ครั้งแรก เก็บภาพแสงเย็นตกกระทบหลังคาสีส้ม วันที่ 7-8 — สำรวจลิสบอนเต็มสองวัน ตรอกแคบ Alfama รถราง Tram 28 จุดชมวิว Miradouro de Santa Luzia และ Miradouro das Portas do Sol ต่อด้วยย่าน Belém — อ่านรายละเอียดที่คู่มือเที่ยวลิสบอน และเจาะย่าน Alfama วันที่ 9 — วันเผื่อสำรอง เลือกได้ระหว่างพักผ่อนในเมือง หรือทริปวันเดียวลงใต้ไปแถบ Algarve ที่มีถ้ำทะเล Benagil Cave ชื่อเสียงเป็นไฮไลท์ วันที่ 10 — เช้าเดินทางออกจากลิสบอน บินต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ

ข้อดีของเส้นทางนี้คือไม่ต้องขับรถเองในฝั่งลิสบอน (เดินเท้า+รถรางพอ) ส่วนฝั่ง Madeira ควรมีรถเช่าหรือทัวร์ท้องถิ่นพาไปเทรลเฮด เพราะระบบขนส่งสาธารณะบนเกาะยังจำกัด นี่คือเส้นทางเดียวในสี่ตัวเลือกที่ Gography มีทริปจริงเดินอยู่แล้วครบทั้งสองมุม

2) ไอซ์แลนด์เกือบรอบเกาะ + เวสต์ฟยอร์ด — เข้มข้นที่สุดในสี่เส้นทาง

ไอซ์แลนด์มีถนนวงแหวนหมายเลข 1 (Route 1) เชื่อมรอบเกาะเป็นวงเดียว ยาวราว 1,300 กิโลเมตร ทำให้เป็นสูตร "1 ประเทศแบบลึก" ที่ไม่มีพรมแดนให้ข้าม แต่เป็นเส้นทางที่เข้มข้นที่สุดในสี่ตัวเลือกนี้ เพราะการต่อยอดไปเวสต์ฟยอร์ด (Westfjords) ซึ่งไม่ได้อยู่บน Route 1 โดยตรง ต้องออกนอกเส้นทางหลักและขับข้ามภูเขาเพิ่มอีกหลายชั่วโมง เหมาะกับคนที่ขับรถทางไกลได้สบายและไม่กลัวถนนเปลี่ยนสภาพอากาศระหว่างวัน

วันที่ 1 — ถึงสนามบิน Keflavík เช่ารถ เข้าเมือง Reykjavík พักผ่อนปรับเวลา วันที่ 2 — วน Golden Circle เต็มวัน — Þingvellir, Geysir, Gullfoss และแวะบ่อน้ำร้อน Laugarvatn Fontana — อ่านรายละเอียดที่คู่มือ Golden Circle วันที่ 3-4 — ขับลงใต้ตามชายฝั่ง แวะน้ำตก Seljalandsfoss และ Skógafoss หาดทรายดำที่ Vík แล้วต่อไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็ง Jökulsárlón วันที่ 5 — ขับต่อไปฝั่งตะวันออก ผ่านฟยอร์ดตะวันออกที่คนไปน้อยกว่าโซนใต้ วันที่ 6 — เข้าสู่ภาคเหนือ แวะ Mývatn และเมือง Akureyri เมืองใหญ่อันดับต้นของเกาะ วันที่ 7 — วันขับยาวที่สุดของทริป ออกนอก Route 1 มุ่งสู่เวสต์ฟยอร์ดผ่านถนนภูเขา วันที่ 8 — สำรวจเวสต์ฟยอร์ด เมือง Ísafjörður และน้ำตก Dynjandi ที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้นบนหน้าผากว้าง — อ่านที่คู่มือเวสต์ฟยอร์ด Ísafjörður และ Dynjandi วันที่ 9 — ขับกลับ Reykjavík แวะคาบสมุทร Snæfellsnes ถ้าเวลาเหลือ เย็นถึงเมืองหลวง วันที่ 10 — เดินทางออกจาก Keflavík กลับกรุงเทพฯ

เส้นทางนี้ควรเลือกช่วงมิถุนายน-สิงหาคม เป็นหลัก เพราะถนนภูเขาไปเวสต์ฟยอร์ดบางช่วงปิดหรือขับยากในฤดูหนาวจากหิมะ ใครไม่ถนัดขับรถทางไกลหลายชั่วโมงต่อวันติดต่อกันควรพิจารณาตัดเวสต์ฟยอร์ดออก แล้วอยู่กับ Route 1 รอบเกาะแบบเดียวแทน อ่านภาพรวมทั้งประเทศเพิ่มได้ที่คู่มือเที่ยวไอซ์แลนด์

3) สวิตเซอร์แลนด์ + Alsace ข้ามพรมแดน — เดินทางด้วยรถไฟทั้งทริป

เส้นทางนี้ใช้สูตร "2 ภูมิภาคที่ต่อกันจริง" — เริ่มลึกในเทือกเขาแอลป์สวิสสองโซน (Valais ที่ Zermatt และ Bernese Oberland ที่ Grindelwald) แล้วปิดท้ายด้วยการข้ามพรมแดนสู่แคว้น Alsace ของฝรั่งเศส จุดเด่นคือไม่ต้องเช่ารถเลยตลอดทริป เพราะเครือข่ายรถไฟสวิสและฝรั่งเศสเชื่อมทุกจุดหมายไว้แล้ว

วันที่ 1 — ถึงซูริก นั่งรถไฟ SBB ต่อไป Zermatt ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 50 นาที เมืองปลอดรถยนต์เครื่องยนต์ทั้งเมือง วันที่ 2-3 — สำรวจ Zermatt เต็มที่ ขึ้นกระเช้า Matterhorn Glacier Paradise จุดที่เข้าถึงได้สูงที่สุดในยุโรป ต่อด้วยรถไฟ Gornergrat ชมยอด Matterhorn เต็มองค์ หรือเดินเส้นทาง 5 Lakes Walk ไปยังทะเลสาบ Stellisee ที่สะท้อนเงาภูเขา — รายละเอียดที่คู่มือเที่ยว Zermatt Matterhorn วันที่ 4 — นั่งรถไฟย้ายฐานจาก Zermatt ไป Grindelwald ผ่านเส้นทาง Spiez-Interlaken ใช้เวลารวมหลายชั่วโมงต่อรถ 1-2 ทอด วันที่ 5-6 — สำรวจ Grindelwald หมู่บ้านที่หันหน้าตรงเข้าหาผนังเหนือของ Eiger ขึ้นกระเช้า Firstbahn สู่ First แล้วเดินต่อไปทะเลสาบ Bachalpsee ที่สะท้อนเงา Wetterhorn และ Schreckhorn — รายละเอียดที่คู่มือ Grindelwald First Bachalpsee ส่วนภาพรวมประเทศอ่านได้ที่คู่มือเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 7 — วันเดินทางข้ามพรมแดน นั่งรถไฟจาก Grindelwald ผ่าน Bern มุ่งสู่ Basel แล้วต่อรถไฟข้ามแดนสั้นๆ ราวหนึ่งชั่วโมงกว่าเข้าสู่ Strasbourg ฝรั่งเศส วันที่ 8 — สำรวจ Strasbourg เต็มวัน ย่าน Petite France คลอง Ill และมหาวิหาร Strasbourg วันที่ 9 — นั่ง TER ไป Colmar ราว 30-40 นาที เดินย่าน La Petite Venise และเมืองเก่า แล้วกลับ Strasbourg ตอนเย็น — รายละเอียดทั้งสองเมืองที่คู่มือ Strasbourg-Colmar วันที่ 10 — เดินทางออกจาก Strasbourg หรือ Basel เพื่อต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ

เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ภูเขาแอลป์แบบเข้มข้นสองมุมก่อนปิดท้ายด้วยเมืองเก่าแบบยุโรปกลาง โดยไม่ต้องแตะพวงมาลัยรถเลยสักวัน ข้อควรรู้คือค่าครองชีพสวิตเซอร์แลนด์อยู่ในระดับสูงของยุโรป ควรเผื่องบมากกว่าสามเส้นทางที่เหลือ

4) กรีซสองภูมิทัศน์ — Santorini + Meteora

กรีซให้ภูมิทัศน์สองแบบที่ตรงข้ามกันชัดเจนที่สุดในสี่เส้นทางนี้ — เกาะภูเขาไฟกลางทะเลอีเจียนกับหน้าผาหินทรายที่มีอารามโบราณตั้งอยู่บนยอด ทั้งสองจุดเชื่อมกันผ่านเอเธนส์เป็นจุดศูนย์กลาง ทำให้เป็นสูตร "1 ประเทศแบบลึก" อีกแบบหนึ่งที่ไม่ต้องข้ามพรมแดน

วันที่ 1 — ถึงเอเธนส์ พักผ่อนปรับเวลา เย็นเดินเล่นย่านเมืองเก่าใกล้ที่พักเบาๆ วันที่ 2 — เช้าบินต่อไป Santorini ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ถึงแล้วเข้าที่พัก เย็นแรกดู sunset ที่ Oia วันที่ 3-5 — สำรวจ Santorini เต็มที่ เดินเลียบขอบปล่องภูเขาไฟ (caldera) จาก Fira ไป Oia แวะชิมไวน์ท้องถิ่นจากองุ่นพันธุ์ Assyrtiko ที่ปลูกในดินภูเขาไฟ ลงเรือชมเกาะภูเขาไฟกลางอ่าวถ้ามีเวลา — รายละเอียดที่คู่มือเที่ยว Santorini วันที่ 6 — บินกลับเอเธนส์ตอนเช้า วันที่ 7 — นั่งรถไฟหรือรถทัวร์จากเอเธนส์ไป Kalambaka เมืองฐานของ Meteora ใช้เวลาราวครึ่งวัน (ตารางรถไฟกรีซเปลี่ยนแปลงได้ ควรเช็กใกล้วันเดินทาง) วันที่ 8-9 — สำรวจ Meteora อารามที่ตั้งอยู่บนยอดเสาหินทราย ปัจจุบันเหลืออารามที่ยังเปิดให้เข้าชมอยู่ 6 แห่งจากที่เคยมีนับสิบ ใช้เวลาสองวันไล่ดูมุมพระอาทิตย์ขึ้น-ตกจากจุดชมวิวต่างระดับ — รายละเอียดคู่ Santorini-Meteora ที่คู่มือเที่ยว Santorini และ Meteora วันที่ 10 — เดินทางกลับเอเธนส์เพื่อต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ

เส้นทางนี้ต้องมีรถเช่าหรือแท็กซี่ท้องถิ่นเฉพาะช่วง Meteora เพราะอารามแต่ละแห่งกระจายอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตรรอบเมือง ส่วน Santorini เดินเท้าและรถบัสท้องถิ่นก็เพียงพอ

ตารางเทียบ 4 เส้นทาง

เส้นทางสูตรที่ใช้วิธีเดินทางหลักระดับความเข้มข้นเหมาะกับใคร
Madeira + ลิสบอน1 ประเทศแบบลึกเดินเท้า+ราง (ลิสบอน) / รถเช่าหรือทัวร์ (Madeira)กลางคนอยากได้ธรรมชาติ+เมืองเก่าในทริปเดียว งบไม่ต้องสูงมาก
ไอซ์แลนด์ + เวสต์ฟยอร์ด1 ประเทศแบบลึกขับรถเองตลอดทริปสูงสุดสายธรรมชาติที่ขับทางไกลได้สบาย ไม่กลัวอากาศเปลี่ยน
สวิส + Alsace2 ภูมิภาคต่อกันรถไฟทั้งหมด ไม่ต้องขับกลาง-สูง (งบสูง)สายภูเขา+เมืองเก่า ไม่อยากแตะพวงมาลัยเลย
Santorini + Meteora1 ประเทศแบบลึกบิน+รถไฟ (หลัก) / รถเช่าเฉพาะ Meteoraกลางสายเกาะทะเลอีเจียน+ภูมิทัศน์สุดขั้วที่ต่างกันชัด

ถ้าต้องเลือกที่เดียว

สายธรรมชาติที่ขับรถทางไกลได้และอยากได้ภูมิทัศน์ดิบที่สุด — ไอซ์แลนด์คือคำตอบ แต่ต้องยอมรับว่าเป็นเส้นทางที่เหนื่อยที่สุดในสี่ตัวเลือกนี้

สายที่อยากได้ภูเขาแอลป์แบบเข้มข้นแต่ไม่อยากขับรถเลยสักวัน สวิตเซอร์แลนด์+Alsace ตอบโจทย์ที่สุด เพราะรถไฟพาไปได้ทุกจุด แต่ต้องเผื่องบให้สูงกว่าสามเส้นทางที่เหลือ

สายเกาะที่อยากได้ภูมิทัศน์สุดขั้วสองแบบในทริปเดียว ทะเลอีเจียนกับหน้าผาหินอาราม กรีซ Santorini+Meteora คือคำตอบที่ชัดที่สุด

ส่วนคนที่อยากได้ความสมดุล — ธรรมชาติก็มี เมืองเก่าก็มี ไม่ต้องขับรถทางไกล งบไม่บานปลาย และเป็นเส้นทางที่ไปครั้งแรกก็วางแผนตามได้ไม่หลงทาง Madeira+ลิสบอนคือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ Gography เลือกเดินเส้นทางนี้เป็นทริปจริง

ข้อควรรู้เมื่อวางแผนทริป 10 วัน

วีซ่า — ทั้ง 4 เส้นทางอยู่ในกลุ่มเชงเก้นทั้งหมด แม้ไอซ์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์จะไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปก็ตาม คนไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าเสมอ ยื่นได้ไกลสุด 180 วันก่อนเดินทาง และพำนักได้สูงสุด 90 วันภายในทุกช่วง 180 วัน

เงิน — โปรตุเกส ฝรั่งเศส และกรีซใช้สกุลยูโร ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ใช้ฟรังก์สวิส (ไม่ใช่ยูโร) และไอซ์แลนด์ใช้โครนาไอซ์แลนด์ (ISK) ถ้าเส้นทางข้ามมากกว่าหนึ่งสกุลเงินให้เตรียมบัตรที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมแปลงสกุลไว้ล่วงหน้า

วันแรกของทริป — อย่าวางแผนกิจกรรมหนักในวันแรกที่ถึง เผื่อเวลาปรับตัวจากอาการเพลียเวลาบินอย่างน้อยครึ่งวัน โดยเฉพาะทริปที่บินไกลแล้วต้องขับรถต่อทันทีอย่างไอซ์แลนด์

สัมภาระ — เส้นทางที่มีเที่ยวบินภายในประเทศ (ลิสบอน-Madeira, เอเธนส์-Santorini) ควรเช็กน้ำหนักกระเป๋าของสายการบินภายในประเทศ ซึ่งมักเข้มงวดกว่าเที่ยวบินระหว่างประเทศ

สภาพถนน/เส้นทาง — เส้นทางธรรมชาติอย่างไอซ์แลนด์ควรเช็กสภาพถนนและพยากรณ์อากาศใกล้วันเดินทาง เพราะถนนภูเขาบางช่วงปิดหรือขับยากตามฤดู

คำถามที่พบบ่อย

10 วันเที่ยวยุโรปไปได้กี่ประเทศ?

ในทางทฤษฎีไปได้มากกว่าหนึ่งประเทศ แต่ในทางปฏิบัติแนะนำไม่เกิน 2 ประเทศที่เชื่อมกันด้วยรถไฟหรือถนนไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง หรือจะอยู่ในประเทศเดียวแล้วเลือกสองภูมิภาคที่ต่างกันชัดก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการกวาดหลายประเทศแบบผิวเผิน

10 วันพอเที่ยวครบทุกไฮไลท์ของจุดหมายนั้นไหม?

ไม่ครบทั้งหมดแน่นอน แต่พอสำหรับเก็บไฮไลท์หลักของ 1 ประเทศหรือ 2 ภูมิภาคได้อย่างมีเวลาซึมซับจริง ดีกว่าการยัดหลายจุดหมายจนแต่ละที่เหลือเวลาไม่ถึงวัน

ควรเช่ารถขับเองไหมสำหรับทริป 10 วัน?

ขึ้นกับเส้นทาง ไอซ์แลนด์จำเป็นต้องมีรถเช่าตลอดทริป Madeira ควรมีรถเช่าหรือทัวร์เฉพาะช่วงเดินเลวาดา ส่วนสวิตเซอร์แลนด์+Alsace และลิสบอนไม่จำเป็นเลยเพราะมีรถไฟและรถรางครบ ขณะที่กรีซต้องมีรถเช่าเฉพาะช่วง Meteora เท่านั้น

เส้นทางไหนใน 4 ตัวเลือกนี้เหมาะกับคนไปยุโรปครั้งแรกที่สุด?

Madeira+ลิสบอน เพราะไม่ต้องขับรถทางไกล ไม่ต้องข้ามพรมแดนหลายครั้ง และมีทริปจริงที่ Gography วางแผนไว้ครบแล้วให้เทียบเป็นตัวอย่าง

เมื่อถึงเวลาวางแผนจริง

การจัดสมดุลระหว่างเกาะภูเขาไฟกับเมืองเก่าริมแม่น้ำในทริปเดียว ต้องจับจังหวะเที่ยวบินภายในประเทศให้พอดี ไม่เสียวันไปกับการรอต่อเครื่อง แถมยังต้องรู้ว่าเทรลเฮดเลวาดาไหนควรไปช่วงเช้า จุดชมวิวไหนของ Alfama ควรไปตอนแสงเย็น

22-31 มีนาคม 2027 Gography มีทริปที่เดินเส้นทางนี้จริงครบ 10 วัน — Madeira & Lisbon Discovery Tour ครอบคลุมทั้งป่าเมฆและหน้าผา Ponta de São Lourenço บน Madeira ไปจนถึงย่านเก่าลิสบอนและถ้ำทะเล Benagil Cave ริมชายฝั่ง Algarve พร้อมหรือยังที่จะดูรายละเอียดเต็มของทริปนี้ ส่วนใครสนใจเส้นทางอื่นในสี่ตัวเลือกข้างต้น หรืออยากเทียบทริปทั้งหมดที่ Gography มีอยู่ ดูรายการทั้งหมดได้ที่หน้ารวมทริป

แท็ก

#ยุโรป#10 วัน#แผนเที่ยว

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ