ลูเซิร์นกับทะเลสาบลูเซิร์น: เมืองประตูสู่เทือกเขาแอลป์แห่งสวิตเซอร์แลนด์
สวิตเซอร์แลนด์

ลูเซิร์นกับทะเลสาบลูเซิร์น: เมืองประตูสู่เทือกเขาแอลป์แห่งสวิตเซอร์แลนด์

สะพานไม้ Kapellbrücke ริมทะเลสาบ Vierwaldstättersee ยอดเขา Rigi และ Pilatus ที่มองเห็นเทือกเขาแอลป์รอบทิศ — ทำไมลูเซิร์นถึงเป็นจุดแรกที่ทัวร์สวิสของ Gography เลือกแวะก่อนขึ้นเขา

Gography2 สิงหาคม 25692 นาทีในการอ่าน

สะพานไม้ Kapellbrücke ริมทะเลสาบ Vierwaldstättersee ยอดเขา Rigi และ Pilatus ที่มองเห็นเทือกเขาแอลป์รอบทิศ — ทำไมลูเซิร์นถึงเป็นจุดแรกที่ทัวร์สวิสของ Gography เลือกแวะก่อนขึ้นเขา

สรุปก่อนอ่าน
  • ลูเซิร์น (Lucerne / Luzern) ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Vierwaldstättersee กลางสวิตเซอร์แลนด์ นั่งรถไฟจากซูริกประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง (ควรตรวจสอบตารางเดินรถล่าสุด) — เป็นเมืองขนาดกะทัดรัด เดินสำรวจได้เกือบทั้งหมดภายในวันเดียว
  • ใจกลางเมืองคือ Kapellbrücke สะพานไม้มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป กับย่านเมืองเก่าที่ผนังอาคารเพนต์เป็นภาพเฟรสโกสีสด
  • รอบเมืองมีสองยอดเขาที่ขึ้นได้แบบไปเช้าเย็นกลับ ไม่ต้องเช่ารถ — Rigi ที่ได้ฉายา "ราชินีแห่งขุนเขา" กับ Pilatus ที่มีรถไฟฟันเฟืองไต่เขาชันเป็นจุดขาย
  • ทัวร์ยุโรปของ Gography ใช้ลูเซิร์นเป็นจุดแวะแรกก่อนมุ่งหน้าสู่ Interlaken และ Zermatt จริง ตามเส้นทางของทั้ง Switzerland Golden Elegance และ Classic Swiss Autumn
  • ทั้งสองเส้นทางเดินทางในเดือนตุลาคม ช่วงที่อากาศเย็นลง ท้องฟ้าค่อนข้างโปร่ง และใบไม้รอบทะเลสาบเริ่มเปลี่ยนสี

รถไฟจากซูริกจอดที่สถานีลูเซิร์น เดินออกจากชานชาลาไม่ถึงร้อยเมตร ทะเลสาบก็ปรากฏตรงหน้าแล้ว — ผืนน้ำนิ่งสีเขียวอมฟ้า ล้อมด้วยแนวเขาที่ยังมีหิมะค้างอยู่บนยอดแม้จะพ้นฤดูหนาวมาหลายเดือน เรือกลไฟใบพัดข้างแบบเก่าจอดรออยู่ที่ท่า ส่วนอีกฝั่งของสะพานไม้ Kapellbrücke คือหอคอยแปดเหลี่ยมที่ตั้งอยู่ตรงนั้นมาหลายร้อยปี — นี่คือภาพแรกที่นักเดินทางเกือบทุกคนเห็นเมื่อมาถึงลูเซิร์น และเป็นเหตุผลว่าทำไมเมืองขนาดกลางแห่งนี้ถึงกลายเป็นจุดแวะบังคับของทัวร์สวิตเซอร์แลนด์เกือบทุกเส้นทาง

ทำไมลูเซิร์นถึงเป็นจุดพิเศษ

สิ่งที่ทำให้ลูเซิร์นต่างจากเมืองอื่นในสวิตเซอร์แลนด์คือระยะทาง — เมืองเก่า ทะเลสาบ และยอดเขาสองลูกที่ขึ้นชื่อ อยู่ห่างกันไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเดินทาง ไม่ต้องเช่ารถ ไม่ต้องวางแผนโลจิสติกส์ซับซ้อน เช้าวันหนึ่งสามารถเดินถ่ายภาพสะพานไม้และย่านเมืองเก่า บ่ายขึ้นรถไฟไปยอดเขา แล้วกลับมานั่งริมทะเลสาบทันเวลาอาหารเย็น สำหรับคนที่ถือกล้อง นี่คือความได้เปรียบที่หายาก — แสงเช้าที่กระทบผิวน้ำนิ่งหน้าเมืองเก่า กับแสงบ่ายบนสันเขาที่มองเห็นทะเลสาบทั้งผืนจากมุมสูง อยู่ในระยะที่ไปกลับได้ภายในวันเดียวกัน

ลูเซิร์นยังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมทางภูมิศาสตร์จริง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ตอนกลาง เป็นสถานีที่รถไฟจากซูริกและเมืองใหญ่อื่น ๆ วิ่งมาบรรจบ ก่อนจะแยกเส้นทางต่อไปยัง Interlaken, Engelberg หรือฝั่งเทือกเขาเบอร์นีสแอลป์ ด้วยเหตุนี้ทัวร์ยุโรปที่มีสวิตเซอร์แลนด์อยู่ในเส้นทางจึงมักใช้ลูเซิร์นเป็น "ประตู" เปิดทริป ก่อนไต่ระดับความสูงขึ้นไปยังเทือกเขาจริง ๆ ในวันถัดไป

Kapellbrücke และย่านเมืองเก่า

Kapellbrücke หรือสะพานชาเปล คือสะพานไม้มีหลังคาที่ทอดข้ามแม่น้ำ Reuss ตรงจุดที่แม่น้ำไหลออกจากทะเลสาบ สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 14 และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดที่ยังใช้งานได้จริงในยุโรป ตัวสะพานไม่ได้เป็นแค่จุดถ่ายภาพ — คนลูเซิร์นเดินข้ามสะพานนี้เป็นกิจวัตรทุกวัน ใต้หลังคาโค้งมีแผงไม้เพนต์ภาพเล่าเรื่องประวัติศาสตร์เมืองและนักบุญท้องถิ่นเรียงรายอยู่เหนือหัว ส่วนหนึ่งของภาพเหล่านี้เป็นของที่วาดขึ้นใหม่ หลังเกิดเหตุไฟไหม้ที่ทำลายส่วนหนึ่งของสะพานและภาพวาดดั้งเดิมไปในปี 1993 ก่อนจะมีการบูรณะกลับมาให้ใกล้เคียงของเดิมที่สุด ปลายสะพานฝั่งหนึ่งเชื่อมกับ Wasserturm หอคอยหินแปดเหลี่ยมที่เคยทำหน้าที่ทั้งคุกและคลังเก็บสมบัติของเมืองมาก่อน

เดินเลยจากสะพานเข้าไปในย่านเมืองเก่า (Altstadt) จะเจอกับกลุ่มอาคารที่ผนังด้านนอกเพนต์เป็นภาพเฟรสโกสีสัน บ้างเป็นลวดลายเรขาคณิต บ้างเป็นภาพเล่าเรื่อง กระจายอยู่รอบจัตุรัส Kornmarkt และ Hirschenplatz ตัดกับศาลาว่าการเมือง (Rathaus) ที่ยังคงสถาปัตยกรรมยุคเรอเนซองส์ไว้ครบ ถนนในย่านนี้แคบและปูด้วยหินก้อน เหมาะกับการเดินเรื่อย ๆ มากกว่าจะรีบเก็บจุดให้ครบ ด้านบนเมืองเก่ายังมีกำแพงเมืองโบราณ Musegg Wall พร้อมหอคอยเรียงราย บางหอเปิดให้ขึ้นชมวิวหลังคาเมืองและทะเลสาบได้ในช่วงฤดูที่เปิดให้บริการ

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคืออนุสาวรีย์สิงโต (Löwendenkmal) — ประติมากรรมแกะสลักบนหน้าผาหินธรรมชาติ เป็นรูปสิงโตนอนบาดเจ็บ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารรักษาพระองค์ชาวสวิสที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในฝรั่งเศสช่วงปลายศตวรรษที่ 18 นักเขียนชาวอเมริกันอย่าง Mark Twain เคยเขียนถึงประติมากรรมชิ้นนี้ในทำนองว่าเป็นหนึ่งในงานแกะสลักหินที่กินใจที่สุดที่เขาเคยเห็น — คำบอกเล่านี้ถูกอ้างถึงบ่อยจนแทบเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าประจำเมืองไปแล้ว

ทะเลสาบ Vierwaldstättersee

ชื่อเต็มของทะเลสาบลูเซิร์นในภาษาเยอรมันคือ Vierwaldstättersee ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ทะเลสาบแห่งสี่รัฐป่า" หมายถึงสี่แคว้นดั้งเดิมที่ผืนน้ำนี้พาดผ่าน ได้แก่ Uri, Schwyz, Unterwalden (ซึ่งภายหลังแยกเป็น Nidwalden กับ Obwalden) และ Lucerne เอง ตัวทะเลสาบมีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ แยกเป็นแขนงคดโค้งไปตามแนวหุบเขา ทำให้แต่ละมุมของทะเลสาบให้บรรยากาศต่างกันไป — บางช่วงเปิดโล่งเห็นแนวเขาไกล บางช่วงแคบและถูกโอบด้วยหน้าผาสูงชันทั้งสองฝั่ง

เรือกลไฟใบพัดข้าง (paddle steamer) ที่ยังวิ่งให้บริการอยู่เป็นอีกหนึ่งภาพจำของที่นี่ เส้นทางเรือพาผ่านหมู่บ้านริมทะเลสาบอย่าง Weggis และ Vitznau ซึ่งเป็นจุดขึ้นรถไฟไปยอดเขา Rigi ด้วย สำหรับคนที่อยากได้ภาพสะท้อนของภูเขาบนผิวน้ำ ช่วงเช้าตรู่ก่อนลมแรงคือเวลาที่ดีที่สุด — ผิวน้ำที่นิ่งพอจะให้เงาสะท้อนคมชัดมักอยู่ได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงแรกของวัน ก่อนลมจากหุบเขาจะเริ่มพัดกระเพื่อมผิวน้ำในช่วงสาย

ขึ้นเขา Rigi หรือ Pilatus — เลือกอย่างไร

ลูเซิร์นมีจุดขายที่เมืองอื่นในสวิตเซอร์แลนด์ไม่ค่อยมีคือ มียอดเขาให้เลือกขึ้นถึงสองลูกในระยะวันเดียวจากตัวเมือง และแต่ละลูกให้ประสบการณ์ต่างกันชัดเจน

Mount Rigi อยู่ฝั่งตะวันออกของทะเลสาบ ได้รับฉายาว่า "ราชินีแห่งขุนเขา" (Königin der Berge) มานานเพราะรูปทรงที่ตั้งโดดเด่นแยกออกมาจากแนวเขาอื่น ขึ้นได้ด้วยรถไฟภูเขาแบบฟันเฟืองซึ่งเป็นหนึ่งในรถไฟภูเขาสายแรก ๆ ของยุโรปที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ทศวรรษ 1870 ยอด Rigi Kulm ค่อนข้างราบเรียบเมื่อเทียบกับ Pilatus ทำให้เดินเล่นถ่ายภาพพาโนรามาได้สบาย มองเห็นทะเลสาบทั้งผืนและแนวเทือกเขาแอลป์ที่อยู่ไกลออกไปในวันฟ้าใส เป็นจุดที่คนมักขึ้นไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกเป็นพิเศษ

Mount Pilatus อยู่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ มีรูปทรงแหลมชันกว่า และมีตำนานท้องถิ่นเล่าถึงมังกรและวิญญาณผูกติดอยู่กับชื่อภูเขามานาน จุดขายทางวิศวกรรมคือรถไฟฟันเฟืองที่ได้ชื่อว่าชันที่สุดในโลก ไต่ระดับความสูงขึ้นไปแบบเกือบตั้งฉาก ก่อนจะต่อด้วยกระเช้าลงเขาอีกฝั่งได้แบบไม่ต้องย้อนเส้นทางเดิม จากยอด Pilatus มองลงมาจะเห็นตัวเมืองลูเซิร์นทั้งเมืองและรูปร่างของทะเลสาบชัดกว่ามุมจาก Rigi

ถ้าเวลามีจำกัดแค่ครึ่งวัน Rigi เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพพาโนรามากว้างแบบใช้แรงน้อย ส่วน Pilatus เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำไม่แพ้วิว ทั้งสองยอดเขาไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เดินป่าเฉพาะทาง แต่ควรเตรียมเสื้อกันลมไว้เสมอ เพราะอุณหภูมิบนยอดเขาต่ำกว่าในเมืองพอสมควรแม้ในฤดูร้อน

Bürgenstock — สันเขาเหนือทะเลสาบ

อีกฝั่งของทะเลสาบ ตรงข้ามกับตัวเมืองลูเซิร์น มีสันเขา Bürgenstock ตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ำ เป็นที่ตั้งของรีสอร์ตเก่าแก่ที่ดึงดูดนักเดินทางระดับสูงมาตั้งแต่ยุคก่อน มีทางเดินเลียบหน้าผา (cliff walk) ที่มองเห็นทะเลสาบอยู่ลึกลงไปด้านล่าง และมีลิฟต์ภายนอกอาคารที่ไต่ขึ้นหน้าผาสูงชัน — Hammetschwand Lift — ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในลิฟต์ภายนอกที่สูงที่สุดของยุโรป จุดนี้ต่างจาก Rigi และ Pilatus ตรงที่ให้บรรยากาศเงียบและส่วนตัวกว่า เพราะไม่ได้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวหลักที่คนพลุกพล่าน

ฤดูไหนควรไปลูเซิร์น

ลูเซิร์นเที่ยวได้ตลอดปี แต่แต่ละฤดูให้บรรยากาศต่างกันชัดเจน ฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม-มิถุนายน) ทุ่งหญ้ารอบเมืองเริ่มเขียวและดอกไม้บาน อากาศยังเย็นสบาย ฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม) เป็นช่วงที่คึกคักที่สุด กิจกรรมทางน้ำและเรือชมทะเลสาบเปิดเต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นช่วงที่คนแน่นที่สุดเช่นกัน โดยเฉพาะบนสะพาน Kapellbrücke และรถไฟขึ้นเขาทั้งสองสาย

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) คืออีกช่วงที่น่าสนใจ อากาศเริ่มเย็นลง ท้องฟ้าค่อนข้างโปร่งกว่าฤดูร้อน ต้นไม้รอบทะเลสาบเริ่มเปลี่ยนสี และนักท่องเที่ยวเริ่มบางลงเมื่อเทียบกับหน้าร้อน ทัวร์ยุโรปของ Gography ทั้งสองเส้นทางที่แวะลูเซิร์นก็เลือกเดินทางในช่วงเดือนตุลาคมพอดี ส่วนฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ยอด Rigi และ Pilatus มักมีหิมะปกคลุม ตัวเมืองด้านล่างหนาวแต่ไม่รุนแรงเท่าเทือกเขาสูงอย่าง Zermatt เป็นช่วงที่ตลาดคริสต์มาสในเมืองเก่าเปิดให้บรรยากาศอบอุ่นชดเชยอากาศหนาว

เส้นทางจริงที่ทัวร์ Gography ใช้

ในเส้นทาง Switzerland Golden Elegance ของ Gography วันแรกหลังจากบินถึงสนามบินซูริก คือการเดินทางตรงเข้าสู่ลูเซิร์นและขึ้นไปพักที่ Bürgenstock ก่อนวันถัดไปจะมุ่งหน้าต่อไปยัง Interlaken เพื่อเข้าสู่โซนเทือกเขาเบอร์นีสแอลป์ ส่วนเส้นทาง Classic Swiss Autumn ก็ใช้จังหวะคล้ายกัน — หลังบินผ่านเวียนนาต่อไปซูริก วันที่สองของทริปคือการเดินทางเข้าลูเซิร์นและพักค้างคืนในตัวเมือง ก่อนวันถัดไปจะเดินทางต่อไปยัง Interlaken เช่นกัน

สิ่งที่สังเกตได้จากทั้งสองเส้นทางคือ ลูเซิร์นไม่ได้ถูกใช้เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้าย แต่เป็นจุดเปิดทริปที่ให้เวลาปรับตัวหลังบินยาวข้ามทวีป พร้อมกับได้เห็นภาพสวิตเซอร์แลนด์แบบเมืองและทะเลสาบก่อนจะไต่ระดับความสูงขึ้นไปสัมผัสภูเขาจริง ๆ ในวันถัดไป — ตรงกับบทบาทที่ลูเซิร์นเล่นมาตลอดในฐานะประตูสู่เทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ตอนกลาง

ข้อควรรู้ก่อนไปลูเซิร์น

เมืองลูเซิร์นเดินได้ทั้งเมือง ถนนในย่านเก่าปูด้วยหินก้อนไม่เรียบ รองเท้าที่เดินสบายสำคัญกว่ารองเท้าสวย การเดินทางขึ้นยอดเขาทั้ง Rigi และ Pilatus ใช้ระบบรถไฟฟันเฟืองและกระเช้าที่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชน ราคาตั๋วและตารางเวลาเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่บางเส้นทางอาจปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากสภาพอากาศ

รถไฟสวิสขึ้นชื่อเรื่องความตรงเวลา การต่อรถจากซูริกหรือเมืองอื่นมาลูเซิร์นจึงค่อนข้างราบรื่นถ้าวางแผนตามตารางเวลาที่ประกาศไว้ สกุลเงินที่ใช้คือฟรังก์สวิส (CHF) ไม่ใช่ยูโร แม้สวิตเซอร์แลนด์จะอยู่กลางยุโรป บัตรเครดิตใช้ได้ทั่วไปในเมือง แต่ร้านเล็กบางแห่งในย่านเก่าอาจรับเฉพาะเงินสด อากาศบนยอดเขาต่างจากในเมืองมาก แม้จะขึ้นในฤดูร้อนก็ควรพกเสื้อกันลมติดตัวไปด้วยเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ลูเซิร์นใช้เวลาเที่ยวกี่วันถึงจะพอ

ตัวเมืองเก่าและ Kapellbrücke เดินชมได้ภายในครึ่งวัน ถ้าอยากเพิ่มการขึ้นยอดเขาสักลูกหนึ่ง (Rigi หรือ Pilatus) ควรกันเวลาไว้อย่างน้อย 1-2 วันเต็ม เพื่อไม่ต้องเร่งรีบทั้งช่วงเช้าและบ่ายในวันเดียว

ควรขึ้น Rigi หรือ Pilatus ดีกว่ากัน

ทั้งคู่ให้วิวทะเลสาบและเทือกเขาแอลป์ไกลออกไป แต่ต่างกันที่ประสบการณ์ — Rigi ยอดค่อนข้างราบ เดินเล่นสบาย เหมาะกับการรอชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก ส่วน Pilatus ให้ประสบการณ์การเดินทางที่ชันและน่าตื่นเต้นกว่า พร้อมมุมมองที่เห็นตัวเมืองลูเซิร์นชัดกว่า ถ้าเวลาเหลือพอสำหรับทั้งสองลูกก็ไม่จำเป็นต้องเลือก

เดินทางจากซูริกไปลูเซิร์นใช้เวลาเท่าไหร่

โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขบวนรถ ควรตรวจสอบตารางเวลาล่าสุดก่อนเดินทางเพราะอาจมีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะ

ฤดูไหนเหมาะกับการถ่ายภาพลูเซิร์นที่สุด

ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) ให้ทั้งท้องฟ้าโปร่ง อุณหภูมิสบาย และสีสันของใบไม้รอบทะเลสาบ ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับคนที่อยากได้ภาพยอดเขาปกคลุมหิมะตัดกับเมืองเก่าที่ยังไม่มีหิมะ

พร้อมหรือยังที่จะเห็นลูเซิร์นด้วยตาตัวเอง

ลูเซิร์นเป็นจุดแวะแรกจริงในเส้นทางสวิตเซอร์แลนด์ของ Gography — ทั้งทริป Switzerland Golden Elegance ที่พาตรงจากซูริกเข้าลูเซิร์นแล้วขึ้นพักที่ Bürgenstock และทริป Classic Swiss Autumn ที่ค้างคืนในตัวเมืองลูเซิร์นก่อนมุ่งหน้าต่อไปยัง Interlaken และ Zermatt ทั้งสองเส้นทางมีช่างภาพมืออาชีพร่วมทริปเพื่อเก็บภาพให้ตลอดการเดินทาง ถ้าอยากเห็นเส้นทางแบบเต็มหรือรอบวันเดินทางอื่น ๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน้ารวมทริปทั้งหมด

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวิตเซอร์แลนด์ในบทความ ทำความรู้จักสวิตเซอร์แลนด์แบบเต็มรูปแบบ และ เส้นทางรถไฟสายวิวของยุโรป

แท็ก

#สวิตเซอร์แลนด์#ลูเซิร์น#ทะเลสาบ

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ