
Mykines: เกาะพัฟฟินที่หายากที่สุดในยุโรป
Mykines คืออะไร ไปยังไง ฤดูไหนดีสุด พัฟฟิน 125,000 คู่ สะพาน 40 เมตร ประภาคาร 1909 ข้อมูลครบก่อนจอง
Mykines คืออะไร ไปยังไง ฤดูไหนดีสุด พัฟฟิน 125,000 คู่ สะพาน 40 เมตร ประภาคาร 1909 ข้อมูลครบก่อนจอง
- พัฟฟินอยู่บน Mykines ตั้งแต่กลางเมษายนถึงปลายสิงหาคม ช่วงไฮไลต์หลักที่ดีที่สุดคือพฤษภาคม–กรกฎาคมที่เรือวิ่งทุกวันและพัฟฟินอยู่ครบ ส่วนสิงหาคมยังเห็นได้แต่พัฟฟินเริ่มทยอยกลับสู่มหาสมุทร
- Mykines ไม่มีถนน ไม่มีรถ เดินเท้าเท่านั้น และการเดินออกนอกหมู่บ้านต้องไปกับไกด์ท้องถิ่นพร้อมจ่าย hiking fee บังคับ 400 DKK (จองล่วงหน้า) หรือ 500 DKK เมื่อจ่ายบนเกาะ — ในฤดูร้อน 2026 (พ.ค.–ก.ย.) สะพาน 40 เมตรและประภาคารปี 1909 บน Mykineshólmur ปิดไม่ให้เข้าเพื่อปกป้องพัฟฟินที่ทำรัง เดินได้ถึงจุดชมวิว á Rógvu ซึ่งยังเห็นพัฟฟินและมองเห็น Mykineshólmur จากระยะไกล
- เรือออกจาก Sørvágur ค่าตั๋วเรือสาธารณะประมาณ 100 โครนเดนมาร์กต่อเที่ยว จองล่วงหน้าออนไลน์ที่ ssl.fo หรือผ่าน mykines.fo
- เกาะมีพัฟฟินทำรังกว่า 125,000 คู่ และมีนกทะเลหลายสายพันธุ์รวมกันหลายแสนคู่ ได้รับการรับรองเป็น Important Bird Area จาก BirdLife International
- มีผู้อยู่อาศัยตลอดปีไม่ถึง 20 คน ที่พักบนเกาะมีจำกัดมาก ควรจองล่วงหน้าหลายเดือนในฤดูร้อน
มีเกาะในยุโรปที่ไม่มีถนนแม้แต่เส้นเดียว ไม่มีรถวิ่ง และมีคนอยู่ถาวรไม่ถึง 20 คน — แต่ทุกฤดูร้อน นกพัฟฟินกว่า 125,000 คู่เดินทางข้ามมหาสมุทรมาทำรังที่นี่ ทำให้ Mykines กลายเป็นจุดหมายที่นักดูนกและนักเดินทางสายธรรมชาติทั่วโลกต่างใฝ่ฝัน
เกาะแห่งนี้อยู่ทางตะวันตกสุดของหมู่เกาะแฟโร ห่างจากชายฝั่งของ Vágar ออกไปราว 7 กิโลเมตรกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ลมแรง ทะเลเปลี่ยนใจ และเรือเฟอร์รีที่อาจยกเลิกได้ทุกเมื่อ — ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ Mykines ดูน่ากลัว แต่กลับทำให้วันที่เรือออกได้จริงกลายเป็นความทรงจำที่ลบไม่ลง

ไปช่วงไหนถึงจะได้เห็นพัฟฟิน
ช่วงไฮไลต์หลักที่ดีที่สุดคือ พฤษภาคม–กรกฎาคม ซึ่งพัฟฟินยังอยู่ในฤดูทำรังเต็มที่ เรือเฟอร์รีวิ่งทุกวัน และพัฟฟินอยู่ครบ พัฟฟินเริ่มเดินทางมาถึงตั้งแต่กลางเมษายน ส่วนสิงหาคมยังเห็นได้แต่พัฟฟินเริ่มทยอยกลับสู่มหาสมุทร จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมก็จะกลับลงทะเลกันหมด หากมาช่วงไฮไลต์ จะได้เห็นทั้งตัวเต็มวัยที่คาบปลาเข้ารัง และลูกนกที่เพิ่งเริ่มโต
อุณหภูมิในฤดูร้อนอยู่ที่ประมาณ 7–13°C และกลางวันยาวนานถึง 20 ชั่วโมง แสงเย็นยาวในยามเย็นทำให้ภาพหน้าผาสีเขียวและนกสีขาวดำดูมีมิติต่างออกไปจากแสงกลางวันปกติ เดือนมิถุนายน–กรกฎาคมคือช่วงพีคทั้งนักท่องเที่ยวและพัฟฟิน ส่วนเดือนพฤษภาคมจะเงียบกว่าเล็กน้อยแต่พัฟฟินยังอยู่ครบ ขณะที่สิงหาคมพัฟฟินเริ่มทยอยกลับสู่มหาสมุทร จึงเห็นได้น้อยลงเรื่อยๆ

เดินทางไปอย่างไร
เฟอร์รีออกจากท่าเรือ Sørvágur บนเกาะ Vágar ซึ่งเป็นเกาะเดียวกับที่ตั้งสนามบินนานาชาติของหมู่เกาะแฟโร ค่าตั๋วเรือสาธารณะประมาณ 100 โครนเดนมาร์กต่อเที่ยว (ควรตรวจราคาล่าสุดอีกครั้งเพราะมีหลายประเภทตั๋ว) — ตั๋วเรือไม่รวมอยู่ในบัตรโดยสารมาตรฐานของหมู่เกาะแฟโร ต้องจองแยกต่างหากล่วงหน้าทางออนไลน์ที่ ssl.fo หรือผ่าน mykines.fo
เรือวิ่งทุกวันตั้งแต่พฤษภาคมถึงสิงหาคม และสัปดาห์ละสามเที่ยวในเดือนเมษายนกับกันยายน แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ลมแรงหรือคลื่นสูงสามารถยกเลิกเรือได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า หมู่เกาะแฟโรมีชื่อเล่นไม่เป็นทางการว่า "ดินแดนแห่ง Maybe" เพราะเหตุนี้เอง การวางแผนควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 2–3 วัน เพื่อให้มีโอกาสรอเรือที่อาจถูกยกเลิก และควรจองตั๋วไว้ต้นๆ ของทริปเพื่อให้มีโอกาส rebook ได้หากพลาด

มีอะไรให้ดูและทำบน Mykines
เมื่อเรือเทียบท่า Mykines สิ่งแรกที่สังเกตได้คือความเงียบ — ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เพราะ Mykines ไม่มีถนนและไม่มีรถแม้แต่คันเดียว การเดินทางทุกอย่างใช้เส้นทางเดินเท้าที่สืบทอดมาจากชาวบ้านรุ่นก่อน ทั้งนี้การเดินออกนอกหมู่บ้าน Mykines ต้องไปกับไกด์ท้องถิ่นเท่านั้น และต้องจ่าย hiking fee บังคับ 400 DKK หากจองล่วงหน้าที่ hiking.fo หรือ 500 DKK เมื่อจ่ายบนเกาะ (เด็กต่ำกว่า 15 ปีฟรี) โดยอนุญาตให้เดินได้เฉพาะช่วง 10:00–17:00 น.
พัฟฟินริมหน้าผา คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มาเพื่อ Mykines เป็นแหล่งทำรังของพัฟฟินอาร์กติก (Atlantic Puffin) กว่า 125,000 คู่ และได้รับการรับรองจาก BirdLife International ว่าเป็น Important Bird Area นกเหล่านี้ทำรังในโพรงดินตามขอบหน้าผาบะซอลต์ที่ถูกกัดเซาะมาตลอดระยะเวลา 60 ล้านปี ชั้นหินภูเขาไฟที่อ่อนกว่าบนหน้าผาค่อยๆ สึกกร่อนจนเป็นช่องและระเบียงธรรมชาติ — สภาพที่เหมาะสมสำหรับทำรังอย่างแทบจะออกแบบมาให้
นอกจากพัฟฟิน Mykines ยังเป็นที่อยู่ของ northern fulmars ราว 50,000 คู่ European storm petrels อีก 50,000 คู่ และ black-legged kittiwakes อีกกว่า 23,000 คู่ — รวมกันแล้วนี่คือหนึ่งในไม่กี่หน้าผานกทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในยุโรป
สะพานและประภาคาร Mykineshólmur เป็นจุดที่หลายคนใฝ่ฝันจะได้เห็น เส้นทางเดินเท้าระยะราว 1 ชั่วโมงจากหมู่บ้านพาผ่านหน้าผาสีเขียวและโพรงพัฟฟินจำนวนมาก ก่อนถึงสะพานโลหะยาว 40 เมตร ที่ขึงอยู่เหนือช่องแคบระหว่าง Mykines กับเกาะเล็ก Mykineshólmur และประภาคารที่สร้างในปี 1909 ซึ่งตั้งอยู่ที่จุดตะวันตกสุดของหมู่เกาะแฟโรทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในฤดูร้อน 2026 (พฤษภาคม–กันยายน) สะพานและประภาคาร Mykineshólmur ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้า เพื่อปกป้องพัฟฟินที่กำลังทำรังและลดความเสี่ยงดินถล่ม ช่วงนี้จึงเดินได้แค่ถึงจุดชมวิว á Rógvu ซึ่งยังเห็นพัฟฟิน หน้าผานก และมองเห็น Mykineshólmur จากระยะไกล ส่วนนอกฤดูทำรังจึงจะเดินข้ามสะพานไปถึงประภาคารได้ — จากจุดตะวันตกสุดนี้มองออกไปทางทิศตะวันตก ไม่มีแผ่นดินใดอีกจนกว่าจะถึงทวีปอเมริกา

รู้จัก Mykines ให้ลึกกว่าคนทั่วไป
ชื่อ Mykines อาจมีรากจากภาษาไอริชโบราณว่า *muc-innis* ซึ่งแปลว่า "เกาะหมู" หรืออาจอ้างอิงถึงวาฬ เนื่องจาก *muc-mhara* ในภาษาไอริชหมายถึง "หมูทะเล" หรือวาฬ — ชื่อเล่นก่อนยุคไวกิ้งที่บอกว่ามนุษย์รู้จักเกาะแห่งนี้มาก่อนนักสำรวจสแกนดิเนเวียจะมาถึง
ในปี 1940 เกาะนี้มีประชากรถึง 170 คน แต่ปัจจุบันเหลือผู้อยู่อาศัยตลอดปีไม่ถึง 20 คน จากบ้าน 40 หลังบนเกาะ มีเพียง 6 หลังเท่านั้นที่มีคนอยู่จริงตลอดทั้งปี ฤดูร้อนจะคึกคักขึ้นเมื่อครอบครัวบางส่วนกลับมา และ Kristianshús hostel รองรับแขกได้ราว 35 เตียง ควบคู่กับ Gula Husid ที่มีที่พักอีกส่วนหนึ่ง
หากเดินถึงร้านอาหารที่ Kristianshús จะพบเมนูพิเศษที่คนนอกเกาะมักไม่รู้จัก — พัฟฟินทอด เป็นอาหารท้องถิ่นดั้งเดิมที่ยังคงเสิร์ฟอยู่ การล่าพัฟฟินเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวแฟโรมาหลายศตวรรษก่อนที่นกเหล่านี้จะกลายเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยว — เป็นหนึ่งในความขัดแย้งที่น่าสนใจของเกาะแห่งนี้

วางแผนทริปยังไงให้ไม่เสียเที่ยว
จุดที่คนมักพลาดคือการประเมินว่า "น่าจะขึ้นเรือได้" — ความจริงคือเรือ Mykines ถูกยกเลิกบ่อยกว่าที่คาด โดยเฉพาะในเดือนเมษายนและกันยายน จึงควรวางแผนทริปโดยให้ Mykines เป็นจุดหมายในช่วงกลางของการเดินทาง ไม่ใช่วันสุดท้ายก่อนบินกลับ
ตั๋วเรือจาก Sørvágur ต้องจองล่วงหน้าทางออนไลน์ที่ ssl.fo (เว็บบริษัทขนส่งสาธารณะของแฟโร) หรือผ่าน mykines.fo แยกจากบัตรโดยสาร Faroe Islands ทั่วไป ในฤดูพีค (มิถุนายน–กรกฎาคม) รอบนิยมอาจเต็มภายในไม่กี่วันหลังเปิดจอง — เรือรายวันมักจองเต็มล่วงหน้าเสมอ
หมู่เกาะแฟโรยังมีโครงการ "Closed for Maintenance" ที่เชิญอาสาสมัครจากทั่วโลกมาช่วยดูแลเส้นทางธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้ผลิ — ตั้งแต่ปี 2019 มีอาสาสมัครกว่า 600 คนจาก 50 ประเทศเข้าร่วมทำ 54 โครงการไปแล้ว ซึ่งหมายความว่าเส้นทางเดินเท้าบน Mykines ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง แต่ก็อาจมีการปิดชั่วคราวบางช่วง ควรตรวจสอบปฏิทินของ Visit Faroe Islands ก่อนเดินทาง
สำหรับที่พักบนเกาะ มีเพียง Kristianshús hostel (ราว 35 เตียง) และ Gula Husid ทั้งสองแห่งเต็มเร็วมากในฤดูร้อน หากต้องการนอนค้างบนเกาะเพื่อชมนกยามเช้าตรู่ก่อนเรือนักท่องเที่ยวลำแรกมาถึง ควรจองล่วงหน้าหลายเดือน
Mykines ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับใครก็ตามที่เดินได้ แต่มันเป็นเกาะที่ต้องการความยืดหยุ่น ความพร้อมรอ และความตั้งใจที่จะไปจริงๆ — สามสิ่งนี้เองที่ทำให้วันที่เรือออกได้จริงรู้สึกเหมือนได้รางวัล ไม่ใช่แค่เช็คชื่อสถานที่
คำถามที่พบบ่อย
ต้องไปเดือนไหนถึงจะเห็นพัฟฟินบน Mykines
พัฟฟินอยู่บน Mykines ตั้งแต่กลางเมษายนถึงปลายสิงหาคม ช่วงไฮไลต์หลักที่ดีที่สุดคือพฤษภาคม–กรกฎาคม เรือวิ่งทุกวันและพัฟฟินอยู่ครบ ส่วนสิงหาคมยังเห็นได้แต่พัฟฟินเริ่มทยอยกลับสู่มหาสมุทร หากมาเมษายนหรือกันยายน เรือวิ่งแค่สัปดาห์ละสามเที่ยวและยกเลิกได้บ่อยกว่า
เรือไป Mykines จองยากไหม ต้องทำอะไรล่วงหน้า
จองล่วงหน้าทางออนไลน์ที่ ssl.fo หรือผ่าน mykines.fo (ไม่ใช่เว็บ Visit Faroe Islands) ตั๋วไม่รวมในบัตรโดยสารทั่วไปของแฟโร ช่วงพีค (มิถุนายน–กรกฎาคม) รอบยอดนิยมเต็มเร็วมาก ควรจองต้นๆ ของทริปเพื่อให้มีเวลา rebook หากเรือถูกยกเลิกเพราะอากาศ
นอนค้างที่ Mykines ได้ไหม มีที่พักอะไรบ้าง
มีที่พักสองแห่งบนเกาะ คือ Kristianshús hostel รองรับราว 35 เตียง และ Gula Husid การนอนค้างทำให้ได้ชมนกก่อนเรือนักท่องเที่ยวมาถึง แต่ต้องจองล่วงหน้าหลายเดือนในฤดูร้อน เพราะจำนวนเตียงน้อยมาก
เดินทางไป Mykines ต้องผ่านจุดไหนบ้าง
บินเข้าสนามบิน Vágar ของหมู่เกาะแฟโร จากนั้นเดินทางบนบกไปยัง Sørvágur ซึ่งอยู่บนเกาะ Vágar เดียวกัน แล้วต่อเรือเฟอร์รีข้ามทะเลประมาณ 45 นาทีไปยัง Mykines
บน Mykines มีอะไรให้ทำนอกจากดูพัฟฟิน
เดินเท้าไปตามเส้นทางหน้าผาเพื่อชมพัฟฟินและหน้าผานกทะเลหลายสายพันธุ์ โดยในฤดูร้อน 2026 (พฤษภาคม–กันยายน) สะพาน 40 เมตรและประภาคารปี 1909 บน Mykineshólmur ปิดไม่ให้เข้า เดินได้แค่ถึงจุดชมวิว á Rógvu ส่วนนอกฤดูทำรังจึงจะข้ามสะพานไปชมประภาคารที่จุดตะวันตกสุดของแฟโรได้ สำรวจหมู่บ้านเล็กที่มีประวัติประชากรน่าสนใจ และลองเมนูพัฟฟินทอดที่ Kristianshús — หนึ่งในอาหารท้องถิ่นดั้งเดิมของชาวแฟโรที่สืบทอดจากวิถีล่าพัฟฟินมาแต่โบราณ
แหล่งอ้างอิง · 6 แหล่ง
แท็ก
เขียนโดย
Gography