ฮาร์บิน: คู่มือเที่ยวเทศกาลน้ำแข็งหิมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และหมู่บ้านหิมะ China Snow Town
จีน

ฮาร์บิน: คู่มือเที่ยวเทศกาลน้ำแข็งหิมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และหมู่บ้านหิมะ China Snow Town

พาไปฮาร์บิน เมืองน้ำแข็งทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จาก Ice and Snow World สู่ China Snow Town ในอากาศหนาวจัดถึง -20°C

Gography2 สิงหาคม 25693 นาทีในการอ่าน

พาไปฮาร์บิน เมืองน้ำแข็งทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จาก Ice and Snow World สู่ China Snow Town ในอากาศหนาวจัดถึง -20°C

สรุปก่อนอ่าน
  • ฮาร์บิน เมืองเอกของมณฑลเฮยหลงเจียง ตะวันออกเฉียงเหนือสุดของจีน คือบ้านของ Harbin Ice and Snow World เทศกาลประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะที่มักถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในงานเทศกาลน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • ช่วงที่ควรไป: กลางเดือนธันวาคมถึงปลายกุมภาพันธ์ — วันเปิดงานอย่างเป็นทางการเปลี่ยนทุกปีตามสภาพอากาศ (โดยทั่วไปราวต้นเดือนมกราคม) ต้องเช็กวันที่จริงใกล้เวลาเดินทางเสมอ
  • นอกจากสวนน้ำแข็งยักษ์ ฮาร์บินยังมีมรดกสถาปัตยกรรมรัสเซียหลงเหลืออยู่ทั้งเมือง — Central Street ปูหินเก่าแก่ และ โบสถ์เซนต์โซเฟีย โดมหัวหอมสีเขียว
  • ห่างออกไปทางตะวันออกหลายชั่วโมง คือ China Snow Town (雪乡) หมู่บ้านที่หิมะกองหนาบนหลังคาจนเป็นรูปทรงคล้ายเห็ดยักษ์
  • อากาศหนาวจัดถึงระดับ -20°C หรือต่ำกว่าในตอนกลางคืน — เป็นความหนาวคนละระดับกับยุโรป ต้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กล้องอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ใส่โค้ทหนาแล้วจบ

เมืองที่หายใจแล้วเห็นไอ

ก้าวลงจากรถแล้วลมแรกที่ปะทะหน้าจะทำให้รู้ทันทีว่าที่นี่ไม่เหมือนความหนาวที่เคยเจอมาก่อน ขนจมูกแข็งตัวในไม่กี่วินาที ไอหายใจลอยเป็นก้อนขาวแล้วเกาะเป็นเกล็ดน้ำแข็งบนขนคิ้วและผ้าพันคอ พื้นถนนที่มองด้วยตาเปล่าดูเหมือนคอนกรีตธรรมดากลับลื่นเหมือนกระจก แสงไฟจากบล็อกน้ำแข็งขนาดเท่าตึกสะท้อนเป็นสีฟ้า แดง เขียว สลับกันไปทั่วสวนสาธารณะกลางคืน — นี่คือฮาร์บินในเดือนมกราคม เมืองที่ทั้งเมืองยอมให้ความหนาวเป็นวัตถุดิบสร้างงานศิลปะ

เมืองน้ำแข็งที่มีเชื้อสายรัสเซีย

ฮาร์บินไม่ได้เป็นแค่เมืองหนาว มันมีเลือดผสม ต้นศตวรรษที่ 20 รัสเซียเข้ามาสร้างทางรถไฟสายชายแดนตะวันออกของจีน (Chinese Eastern Railway) โดยใช้ฮาร์บินเป็นจุดศูนย์กลาง คนรัสเซียหลั่งไหลเข้ามาตั้งถิ่นฐานจำนวนมาก ทิ้งร่องรอยไว้ในสถาปัตยกรรม อาหาร และผังเมืองที่ต่างจากเมืองจีนทั่วไปอย่างชัดเจน คนท้องถิ่นเรียกฮาร์บินว่า "เมืองน้ำแข็ง" (冰城) และหลายคนยังเปรียบว่าเป็น "มอสโกแห่งตะวันออก" เพราะโบสถ์โดมหัวหอมและตึกอิฐแดงสไตล์ยุโรปที่กระจายอยู่ทั่วเมืองเก่า

ความหนาวจัดของฮาร์บินไม่ใช่แค่สภาพอากาศเลวร้าย แต่กลายเป็นทรัพยากรที่เมืองนี้ใช้สร้างเทศกาลระดับโลก แม่น้ำซงฮวา (Songhua) ที่ไหลผ่านตัวเมืองแข็งตัวเป็นแผ่นน้ำแข็งหนาทุกฤดูหนาว ช่างแกะสลักตัดก้อนน้ำแข็งจากแม่น้ำมาใช้เป็นวัตถุดิบสร้างประติมากรรมทั้งเมือง — วงจรนี้ทำต่อเนื่องมาหลายสิบปีจนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่เมืองอื่นลอกเลียนไม่ได้

Harbin Ice and Snow World — สวนน้ำแข็งที่มองแล้วต้องเงยหน้า

ไฮไลท์หลักของทริปคือ Harbin Ice and Snow World (哈尔滨冰雪大世界) สวนสนุกกลางแจ้งที่สร้างใหม่ทุกปีจากก้อนน้ำแข็งแม่น้ำซงฮวานับหมื่นก้อน ช่างแกะสลักหลายร้อยคนทำงานกันตลอดหลายสัปดาห์ก่อนเปิดงาน ก่อขึ้นเป็นปราสาท หอคอย สะพาน และสไลเดอร์น้ำแข็งขนาดใหญ่ บางโครงสร้างสูงหลายสิบเมตร เดินอยู่ข้างล่างแล้วรู้สึกตัวเล็กจริงๆ

จุดที่ทำให้สถานที่นี้ต่างจากสวนน้ำแข็งทั่วไปคือแสง — ตอนกลางวันก้อนน้ำแข็งดูใสเหมือนแก้ว แต่พอพลบค่ำ ไฟ LED หลากสีที่ฝังอยู่ในเนื้อน้ำแข็งจะสว่างขึ้นทั้งสวน ทำให้ทั้งเมืองจำลองกลายเป็นภาพที่เปลี่ยนอารมณ์ไปคนละแบบระหว่างวันกับคืน คนที่มาถ่ายภาพส่วนใหญ่จะรอช่วงหัวค่ำ ตอนที่ฟ้ายังไม่มืดสนิทแต่ไฟน้ำแข็งเปิดแล้ว — เป็นช่วงที่แสงฟ้ากับแสงไฟประดับตัดกันสวยที่สุด ไม่ใช่ตอนดึกที่ฟ้าดำสนิทจนพื้นหลังไม่มีมิติ

สำหรับคนถ่ายภาพ ควรเตรียมขาตั้งกล้องเผื่อสภาพแสงน้อย และรู้ไว้ว่าอากาศเย็นจัดขนาดนี้ทำให้แบตเตอรี่กล้องหมดเร็วกว่าปกติมาก (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อเตรียมตัวด้านล่าง)

Zhaolin Park — ต้นกำเนิดตะเกียงน้ำแข็ง

ก่อนที่ Ice and Snow World จะขยายใหญ่โต ต้นกำเนิดของประเพณีแกะสลักน้ำแข็งฮาร์บินอยู่ที่ สวนจ้าวหลิน (Zhaolin Park) ใจกลางเมือง ที่นี่จัดงาน "เทศกาลตะเกียงน้ำแข็ง" มาตั้งแต่ยุคก่อนที่จะมีสวนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ขนาดเล็กกว่า Ice and Snow World มาก เดินดูจบได้ในเวลาไม่นาน แต่มีเสน่ห์แบบดั้งเดิมและอยู่ในตัวเมืองเดินถึงได้ง่าย เหมาะเป็นตัวเลือกสำหรับเย็นที่ไม่อยากเดินทางไกล

Central Street — ถนนหินเก่าที่เดินได้ทั้งวัน

Central Street (中央大街) ถนนคนเดินความยาวราวหนึ่งกิโลเมตรกว่า ปูด้วยหินสี่เหลี่ยมขนาดพอดีฝ่ามือที่คนท้องถิ่นเรียกติดปากว่า "หินขนมปัง" เพราะรูปทรงคล้ายก้อนขนมปังฝรั่งเศส สองข้างทางเรียงรายด้วยอาคารสไตล์ยุโรปหลายยุค ทั้งบาโรก เรอเนซองส์ และไบแซนไทน์ ที่สร้างขึ้นในช่วงที่รัสเซียมีอิทธิพลเหนือเมืองนี้

กลางฤดูหนาว ถนนสายนี้เต็มไปด้วยประติมากรรมน้ำแข็งขนาดย่อมเรียงรายตลอดทาง ร้านขายไอศกรีมแบบดั้งเดิมยังเปิดขายทั้งที่อุณหภูมิติดลบ — คนท้องถิ่นถือเป็นเรื่องปกติ กินไอศกรีมกลางอากาศหนาวจัด เพราะความเย็นข้างนอกกับความเย็นในไอศกรีมมันคนละเรื่องกันไปแล้ว โรงแรม Modern Hotel เก่าแก่กลางถนนสายนี้เป็นจุดสังเกตที่หลายคนใช้นัดเจอกัน เดินต่อไปสุดถนนจะทะลุออกไปยังริมฝั่งแม่น้ำซงฮวา ที่มีหอรำลึกการควบคุมน้ำท่วม (Flood Control Monument) ตั้งเด่นอยู่ริมน้ำ

ถนนนี้เดินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน กลางวันเห็นรายละเอียดสถาปัตยกรรมชัดกว่า กลางคืนได้บรรยากาศไฟถนนกับประติมากรรมน้ำแข็งที่ส่องแสง

โบสถ์เซนต์โซเฟีย — ร่องรอยรัสเซียกลางเมืองจีน

โบสถ์เซนต์โซเฟีย (Saint Sophia Cathedral) คือสัญลักษณ์ที่ชัดที่สุดของอดีตรัสเซียในฮาร์บิน สร้างขึ้นครั้งแรกเป็นโบสถ์ไม้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนถูกสร้างใหม่เป็นอาคารอิฐแดงทรงไบแซนไทน์เสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นทศวรรษ 1930 โดดเด่นด้วยโดมหัวหอมสีเขียวขนาดใหญ่และหอระฆังที่มองเห็นได้จากระยะไกล ปัจจุบันไม่ได้ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว แต่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมของเมือง

จุดที่ทำให้ที่นี่น่าถ่ายภาพเป็นพิเศษคือคอนทราสต์รอบตัวมัน — โบสถ์อิฐแดงเก่าแก่ตั้งอยู่กลางลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยตึกสมัยใหม่ กลางคืนไฟส่องสว่างขึ้นทาบผนังอิฐ ขณะที่หิมะที่ตกสะสมตามขอบหลังคาโดมทำให้เส้นสายของอาคารดูนุ่มขึ้นกว่าปกติ เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่ากำลังยืนอยู่ในเมืองที่มีสองวัฒนธรรมทับซ้อนกัน

China Snow Town — หมู่บ้านที่หิมะกลายเป็นสถาปัตยกรรม

ถ้า Ice and Snow World คือความยิ่งใหญ่ที่มนุษย์สร้าง China Snow Town (雪乡) คือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างเอง หมู่บ้านเล็กๆ ในเขตภูเขาทางตะวันออกของฮาร์บิน อยู่ในตำแหน่งที่ความชื้นจากทะเลปะทะกับอากาศเย็นจากไซบีเรีย ทำให้หิมะตกหนักและสะสมต่อเนื่องตลอดฤดูหนาวมากกว่าพื้นที่ราบรอบข้าง หิมะที่กองพูนบนหลังคาบ้านไม้แต่ละหลังจึงมีรูปทรงคล้ายเห็ดยักษ์หรือหมวกครอบขนาดใหญ่ — เป็นภาพที่ไม่ได้จัดฉาก แต่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทุกปี

การเดินทางไปหมู่บ้านนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงจากตัวเมืองฮาร์บิน ผ่านภูมิประเทศที่เปลี่ยนจากเมืองเป็นป่าสนขาวโพลนทั้งสองข้างทาง ถนนบางช่วงลื่นจากหิมะสะสม ควรเดินทางกับรถและคนขับที่ชำนาญเส้นทางฤดูหนาวโดยเฉพาะ ตอนกลางคืนหมู่บ้านนี้ยังจุดไฟตะเกียงแดงตามชายคาบ้าน ตัดกับหิมะขาวรอบตัว เป็นภาพที่ต่างจากฮาร์บินในเมืองไปคนละอารมณ์

ช่วงเวลาที่เหมาะ

ฤดูกาลของฮาร์บินสั้นและชัดเจน — เทศกาลหลักอยู่ในช่วง กลางเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ บางปีอาจยืดไปถึงต้นเดือนมีนาคมถ้าอากาศยังหนาวพอให้น้ำแข็งไม่ละลาย Ice and Snow World มักเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปลายธันวาคมถึงต้นมกราคม ส่วนวันที่แน่นอนของแต่ละปีเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและมักประกาศล่วงหน้าไม่กี่เดือนก่อนงาน ไม่ควรยึดวันที่จากปีก่อนๆ เป็นตัวตั้ง ต้องเช็กประกาศทางการหรือสอบถามเอเจนซี่ทัวร์ให้ใกล้วันเดินทางที่สุด

ช่วงต้นเดือนมกราคมถึงกลางเดือนมกราคมมักเป็นช่วงที่น้ำแข็งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดและอากาศหนาวเสถียร ส่วนช่วงตรุษจีน (ถ้าตรงกับปีนั้น) จะเป็นช่วงที่คนจีนในประเทศเดินทางเยอะเป็นพิเศษ ที่พักและตั๋วรถไฟภายในประเทศจีนจองยากขึ้นมาก ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยงช่วงนั้น

แผนเดินทางตัวอย่างสำหรับวางแผนเอง

แผนด้านล่างเป็นโครงคร่าวๆ สำหรับคนที่อยากจัดทริปเอง ไม่ได้อิงจากทัวร์ใดทัวร์หนึ่งโดยเฉพาะ ปรับเพิ่มลดวันได้ตามความสนใจ

วันที่ 1 — ถึงฮาร์บิน ส่วนใหญ่ต้องต่อเครื่องจากเมืองใหญ่ของจีนก่อน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกว่างโจว เพราะเที่ยวบินตรงจากไทยมีจำกัดและเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ถึงแล้วพักปรับสภาพร่างกายกับอากาศเย็นจัดก่อนครึ่งวัน เย็นเดินสำรวจ Central Street เบาๆ เป็นการวอร์มร่างกายกับความหนาว

วันที่ 2 — Ice and Snow World เต็มวัน กลางวันเดินชมโครงสร้างน้ำแข็งตอนแสงธรรมชาติยังชัด รอถึงหัวค่ำเมื่อไฟ LED เปิด แล้วอยู่ต่อจนมืดสนิทเพื่อถ่ายภาพช่วงแสงเปลี่ยน

วันที่ 3 — โบสถ์เซนต์โซเฟีย และ Zhaolin Park เช้าเดินย่านเมืองเก่ารอบโบสถ์เซนต์โซเฟีย บ่ายพักในร่มหนีความหนาว เย็นแวะ Zhaolin Park ชมตะเกียงน้ำแข็งแบบดั้งเดิม

วันที่ 4-5 — China Snow Town เดินทางออกจากฮาร์บินแต่เช้า ใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงหมู่บ้าน ค้างคืนในหมู่บ้านหนึ่งคืนเพื่อเห็นทั้งช่วงกลางวันที่แสงส่องกระทบหิมะและช่วงค่ำที่ไฟตะเกียงติด ก่อนเดินทางกลับฮาร์บินเพื่อต่อเที่ยวบินขากลับ

เตรียมตัวจริงจัง — ความหนาวระดับนี้ไม่มีที่ให้ประมาท

ความหนาวที่ฮาร์บินไม่ใช่ความหนาวแบบยุโรปตอนหน้าหนาวที่หลายคนเคยเจอ อุณหภูมิกลางวันโดยทั่วไปอยู่ในช่วงติดลบสองหลัก และกลางคืนอาจลดต่ำกว่า -20°C ถึง -30°C ได้ในบางวัน นี่คือรายการที่ต้องจริงจัง ไม่ใช่แค่เผื่อไว้

เสื้อผ้า — ใส่เป็นชั้น (layer) อย่างน้อยสามชั้น: ชั้นในรัดกระชับกันเหงื่อเย็น ชั้นกลางกันความร้อนหลุด (ขนเป็ดหรือฟลีซหนา) และชั้นนอกกันลมกันหิมะ ต้องมีหมวกคลุมทั้งศีรษะและหู ถุงมือกันน้ำ ผ้าพันคอหรือ face mask ปิดจมูก-ปาก และรองเท้าบูทกันหนาวพื้นกันลื่นโดยเฉพาะ ถุงเท้าควรใส่สองชั้นและกันความชื้น เพราะเท้าเปียกในอากาศแบบนี้เสี่ยงเป็นอันตรายจริง (ดูรายละเอียดการแพ็กเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเตรียมกระเป๋าเดินทาง)

กล้องและแบตเตอรี่ — นี่คือเรื่องที่นักถ่ายภาพมือใหม่พลาดบ่อยที่สุด แบตเตอรี่กล้องหมดเร็วกว่าปกติมากในอากาศเย็นจัด บางครั้งเหลือไม่ถึงครึ่งของอายุใช้งานปกติ ควรพกแบตสำรองอย่างน้อย 2-3 ก้อนเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในใกล้ตัว (ความอบอุ่นจากร่างกายช่วยยืดอายุแบต) และเมื่อกลับเข้าที่พักที่มีเครื่องทำความร้อน ห้ามเอากล้องออกจากกระเป๋าทันที ให้ใส่ถุงพลาสติกสนิทแล้วปล่อยให้อุณหภูมิกล้องค่อยๆ ปรับตัวก่อนเปิดถุง ไม่งั้นความชื้นในอากาศจะควบแน่นเป็นหยดน้ำเกาะเลนส์และวงจรภายในทันที

ผิวและดวงตา — แสงสะท้อนจากหิมะจ้ามาก ควรพกแว่นกันแดดหรือแว่นกันหิมะ ทาครีมกันแดดและมอยส์เจอไรเซอร์ป้องกันผิวแตกจากลมหนาว ริมฝีปากควรมีลิปมันติดตัวตลอดเวลา

ความปลอดภัยจากความหนาวจัด — สังเกตอาการชาที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าหรือใบหู ถ้าเริ่มรู้สึกชาผิดปกติให้เข้าที่ร่มทันที ความหนาวจัดต่อเนื่องเสี่ยงต่อการเกิด frostbite ได้จริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกไม่สบายตัว การเดินบนพื้นถนนที่มีน้ำแข็งเคลือบก็เสี่ยงลื่นล้มสูง ควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางลึกหรือติดปลอกกันลื่นเสริม

เอกสารเดินทาง — ปัจจุบันไทยกับจีนมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าซึ่งกันและกันสำหรับการพำนักระยะสั้น แต่นโยบายวีซ่าเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ (คู่มือพาสปอร์ตและวีซ่า)

อินเทอร์เน็ตและการสื่อสาร — เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในจีนมีข้อจำกัดกับแอปพลิเคชันบางตัวที่คนไทยใช้ทั่วไป ควรเตรียมทางเลือกด้านการสื่อสารและซิมล่วงหน้า (คู่มือซิมและอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ)

ประกันการเดินทาง — ด้วยสภาพอากาศหนาวจัดและพื้นที่ห่างไกลอย่าง China Snow Town ควรเลือกประกันที่ครอบคลุมกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์และการอพยพในพื้นที่ห่างไกลด้วย (คู่มือประกันการเดินทาง)

คำถามที่พบบ่อย

เทศกาลน้ำแข็งฮาร์บินเปิดวันไหนแน่นอน?

วันเปิดเปลี่ยนทุกปีตามสภาพอากาศ โดยทั่วไป Ice and Snow World เปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปลายธันวาคมถึงต้นมกราคม และเทศกาลรวมมักลากยาวไปถึงปลายกุมภาพันธ์หรือต้นมีนาคม ควรตรวจสอบวันที่จริงใกล้เวลาเดินทางเสมอ อย่ายึดตามปีก่อนหน้า

ต้องทนหนาวขนาดไหน คนที่ไม่เคยเจอหิมะไปได้ไหม?

อุณหภูมิลงได้ถึง -20°C หรือต่ำกว่าในตอนกลางคืน เป็นความหนาวจัดกว่าที่คนไทยส่วนใหญ่เคยเจอมาก แต่ไปได้ถ้าเตรียมเสื้อผ้าแบบเป็นชั้นอย่างจริงจังตามที่แนะนำข้างต้น และวางแผนสลับเวลาอยู่กลางแจ้งกับพักในที่ร่มเป็นระยะ ไม่ควรอยู่กลางแจ้งต่อเนื่องนานเกินไปในวันที่หนาวจัดที่สุด

China Snow Town อยู่ไกลจากฮาร์บินแค่ไหน?

อยู่ห่างออกไปทางตะวันออกของตัวเมือง ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงโดยรถยนต์ ถนนบางช่วงมีหิมะและน้ำแข็งเกาะ แนะนำให้เดินทางกับคนขับที่ชำนาญเส้นทางฤดูหนาวโดยเฉพาะ และถ้าเป็นไปได้ควรพักค้างคืนในหมู่บ้านอย่างน้อยหนึ่งคืนแทนการไปเช้าเย็นกลับ

ควรอยู่ฮาร์บินกี่วันถึงจะพอ?

สำหรับดูไฮไลท์หลักในตัวเมือง (Ice and Snow World, Central Street, โบสถ์เซนต์โซเฟีย, Zhaolin Park) ใช้เวลาราว 3 วันก็เพียงพอ ถ้าต้องการต่อไป China Snow Town ด้วยควรเผื่อเพิ่มอีก 2 วัน รวมเป็นทริปราว 5 วันขึ้นไป

เมื่อถึงเวลาวางแผนจริง

ฮาร์บินไม่ใช่ทริปที่วางแผนเองแล้วง่ายที่สุด — ต้องต่อเครื่องหลายทอด รับมือกับอากาศที่หนาวจัดกว่าทริปยุโรปทั่วไป และเช็กวันเทศกาลที่ขยับทุกปี เป็นทริปที่เหมาะกับการมีทีมงานที่รู้เส้นทางและจังหวะฤดูกาลจริงคอยดูแล

พร้อมหรือยังที่จะเริ่มมองหาทริปที่ใช่สำหรับคุณ สำรวจโปรแกรมทัวร์ที่เปิดรับอยู่ทั้งหมดของเราได้ที่ หน้ารวมทริป Gography

แท็ก

#จีน#ฮาร์บิน#ฤดูหนาว

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ