
12 อุทยานแห่งชาติยุโรปที่สายถ่ายภาพต้องไป
คัดสรร 12 จาก 60 อุทยานแห่งชาติทั่วยุโรปสำหรับสายถ่ายภาพ พร้อมฤดูที่ควรไปของแต่ละแห่ง ตั้งแต่ถ้ำน้ำแข็งไอซ์แลนด์ถึงยอดหินโดโลไมต์
คัดสรร 12 จาก 60 อุทยานแห่งชาติทั่วยุโรปสำหรับสายถ่ายภาพ พร้อมฤดูที่ควรไปของแต่ละแห่ง ตั้งแต่ถ้ำน้ำแข็งไอซ์แลนด์ถึงยอดหินโดโลไมต์
- คัดจาก 60 อุทยานแห่งชาติทั่วยุโรป (19 ประเทศ ตามหนังสือ Lonely Planet "National Parks of Europe") เหลือ 12 แห่ง กระจาย 8 ประเทศ 5 กลุ่มภูมิทัศน์
- ฤดูที่ควรไปต่างกันมากในแต่ละที่ — ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าที่ Vatnajökull เปิดเฉพาะกลางพฤศจิกายนถึงกลางมีนาคม ขณะที่เส้นทางเดินชายฝั่งของ Cinque Terre เดินฟรีไม่ต้องซื้อบัตรเฉพาะช่วงฤดูหนาว
- หลายแห่งในลิสต์นี้มีคู่มือละเอียดของ Gography อยู่แล้ว (ลิงก์อยู่ในแต่ละหัวข้อ) ส่วนที่เหลือคัดใหม่จากข้อมูลในเล่ม
- บางแห่งมีข้อจำกัดจริงที่ควรรู้ก่อนวางแผน เช่น Picos de Europa ห้ามรถส่วนตัวขึ้นทะเลสาบ Covadonga ช่วงพีค หรือ Plitvice ที่ต้องจองตั๋ว timeslot ล่วงหน้าเสมอ
- ปิดท้ายด้วยตารางสรุปฤดูครบทั้ง 12 แห่ง และวิธีเลือกให้เหมาะกับเวลา งบ และระดับร่างกายของทริปตัวเอง
จากอุทยาน 60 แห่ง เหลือ 12 ที่คุ้มเวลาที่สุด
หนังสือ "National Parks of Europe" ของ Lonely Planet รวบรวมอุทยานแห่งชาติทั่วทวีปไว้ 60 แห่งใน 19 ประเทศ ตั้งแต่ Nordvest-Spitsbergen เหนือสุดที่ Svalbard ลงมาถึงหมู่เกาะกรีกกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภูมิทัศน์ในเล่มกว้างเกินกว่าจะสรุปเป็นภาพเดียว — ธารน้ำแข็ง ภูเขาหินปูน ภูเขาไฟ เนินทรายริม Baltic ที่ราบ steppe และหมู่เกาะ Adriatic ล้วนอยู่ในทวีปเดียวกัน
สำหรับคนที่วางแผนทริปถ่ายภาพจริง 60 แห่งคือปัญหา ไม่ใช่ทางเลือก เวลาและงบมีจำกัด ทุกอุทยานมีหน้าต่างฤดูของตัวเองที่ไม่เท่ากัน บางแห่งไปผิดเดือนแล้วเข้าไม่ได้เลย บทความนี้คัดเหลือ 12 แห่งที่ให้ภาพระดับพอร์ตโฟลิโอจริง กระจายครบทั้งธารน้ำแข็ง ยอดเขาแอลป์ ที่ราบสูงอาร์กติก และชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมฤดูที่ควรไปตามข้อมูลในเล่มและข้อจำกัดจริงที่ควรรู้ก่อนจอง ไม่ใช่หลังจองแล้วถึงมารู้
กลุ่มน้ำแข็งและไฟ: ไอซ์แลนด์
Vatnajökull
Vatnajökull คือธารน้ำแข็งที่มีปริมาตรมากที่สุดในยุโรป คลุมพื้นที่ราว 8% ของเกาะไอซ์แลนด์ทั้งเกาะ ใต้ผืนน้ำแข็งซ่อนภูเขาไฟหลายลูกไว้ รวมถึง Grímsvötn ที่ยังคุกรุ่น เป็นที่มาของฉายา "ดินแดนน้ำแข็งและไฟ" มุมภาพที่คนรู้จักมากสุดคือก้อนน้ำแข็งลอยที่ทะเลสาบ Jökulsárlón แต่มุมที่ premium กว่าคือถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าใต้ธารน้ำแข็ง ซึ่งเปิดให้เข้าเฉพาะช่วงกลางพฤศจิกายนถึงกลางมีนาคมเท่านั้น เพราะต้องรอน้ำแข็งแข็งตัวมากพอ และต้องเข้าพร้อมไกด์ธารน้ำแข็งที่ได้รับการรับรองเสมอ ห้ามเข้าเองเด็ดขาดด้วยเหตุผลความปลอดภัย ตัวอุทยานเองแนะนำให้ไปฤดูร้อนสำหรับการเดินป่าทั่วไป แต่ถ้าเป้าหมายคือถ้ำน้ำแข็ง ต้องกลับหัวปฏิทินเป็นฤดูหนาวแทน และถึงจองไว้แล้วก็ยังมีโอกาสถูกยกเลิกกะทันหันถ้าฝนตกหนักช่วงก่อนทริปจนถ้ำมีน้ำท่วมโพรง Gography เคยเขียนคู่มือไอซ์แลนด์แบบละเอียดไว้ที่ คู่มือเที่ยวไอซ์แลนด์
Snæfellsjökull
ธารน้ำแข็งบนยอดภูเขาไฟรูปกรวยสมมาตรที่ปลายคาบสมุทร Snæfellsnes สมมาตรจนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Jules Verne เขียน "Journey to the Center of the Earth" โดยให้ปล่องภูเขาไฟลูกนี้เป็นจุดเข้าสู่ใจกลางโลกในนิยาย มุมภาพที่ดีที่สุดคือจากหาดหินสีดำ Djúpalónssandur มองย้อนกลับไปเห็นยอดขาวของธารน้ำแข็งลอยอยู่หลังแนวหิน ฤดูที่ควรไปคือฤดูร้อน แต่ยอดเขามักถูกเมฆปกคลุมเป็นระยะ ต้องเผื่อวันสำรองไว้ถ้าอยากได้ภาพยอดชัดจริง ไม่ใช่แค่เมฆบัง
กลุ่มที่ราบสูงอาร์กติก: นอร์เวย์-สวีเดน
Hardangervidda
ที่ราบสูงผืนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ครอบคลุมพื้นที่ราว 3,430 ตารางกิโลเมตร เป็นถิ่นของกวางเรนเดียร์ป่าฝูงใหญ่ที่สุดในยุโรป ราว 7,000 ตัว ภาพที่ premium ที่สุดคือฝูงกวางเดินตัดที่ราบโล่งไร้ต้นไม้ในแสงเฉียงยามเย็น ฤดูที่ควรไปคือกรกฎาคม-สิงหาคมสำหรับการเดินป่า ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการเล่นสกีทางเรียบ (cross-country) มากกว่าการถ่ายภาพภูมิทัศน์กว้าง
Abisko
อยู่เหนือ Arctic Circle เป็นประตูสู่เส้นทางเดินป่า Kungsleden หรือ King's Trail ยาว 440 กิโลเมตร ในฤดูร้อนที่นี่คือจุดเริ่ม trekking สายเหนือที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของสวีเดน ส่วนฤดูหนาวท้องฟ้าเหนือทะเลสาบ Torneträsk ถือเป็นหนึ่งในจุดชมออโรราที่เชื่อถือได้ที่สุดของยุโรป เพราะภูมิประเทศรอบทะเลสาบสร้างสภาพอากาศเฉพาะที่ทำให้ท้องฟ้าโปร่งกว่าพื้นที่ข้างเคียงบ่อยครั้ง ฤดูร้อนเหมาะกับการเดินป่า ฤดูหนาวเหมาะกับการรอแสงเหนือ Gography เคยเขียนคู่มือแยกไว้ที่ คู่มือชมออโรรา Aurora Sky Station Abisko
กลุ่มเทือกเขาแอลป์: อิตาลี-เยอรมนี-สโลวีเนีย
Dolomiti Bellunesi
นี่คือฝั่ง Dolomites ที่คนไปน้อยกว่าโซน Tre Cime หรือ Alta Badia ภูเขาหินปูนสีเทาซีดที่แม้แต่สถาปนิกอย่าง Le Corbusier ยังเคยยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมธรรมชาติที่งดงามที่สุด ภาพที่ได้จากที่นี่จึงต่างจากภาพ Dolomites ที่พบเห็นทั่วไปตามโซเชียลมีเดีย เพราะเฟรมยังไม่ถูกทำซ้ำมากเท่าโซนยอดฮิต ฤดูที่ควรไปคือฤดูร้อน เมื่อเส้นทางเดินป่าเปิดเต็มที่ Gography เคยเขียนคู่มือ Dolomites แบบละเอียดไว้ที่ คู่มือเที่ยว The Dolomites อิตาลี
Berchtesgaden
ยอด Watzmann สูง 2,713 เมตร สูงเป็นอันดับสองของเยอรมนี ตั้งอยู่ในเขต Biosphere Reserve ที่มีทะเลสาบ Königssee น้ำนิ่งสีเขียวมรกตสะท้อนหน้าผาได้เกือบสมบูรณ์ในวันที่ลมสงบ เรือใบสีขาวลอยกลางทะเลสาบเป็นเฟรมที่ถ่ายซ้ำกันมาหลายสิบปีแต่ก็ยังใช้ได้เสมอเพราะแสงบนทะเลสาบเปลี่ยนทุกชั่วโมง ฤดูที่ควรไปคือฤดูร้อนสำหรับเดินป่าเต็มเส้นทาง
Triglav
ยอดเขาสูงสุดของสโลวีเนีย ชื่อแปลว่า "สามหัว" เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติถึงขั้นปรากฏอยู่บนธงชาติ นักปีนเขาท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยตั้งเป้าพิชิตยอดนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของเส้นทางปีนเขาตัวเอง มุมภาพ premium มาจากเส้นทาง via ferrata บนสันเขาสูง คู่กับทะเลสาบ Bohinj สีมรกตที่อยู่เชิงเขาด้านล่าง เส้นทางขึ้นยอดต้องมีประสบการณ์และอุปกรณ์ via ferrata ที่ถูกต้อง ไม่ใช่เส้นเดินป่าทั่วไป ฤดูที่ควรไปคือฤดูร้อน Gography เคยเขียนคู่มือแยกไว้ที่ คู่มือเที่ยว Mount Triglav สโลวีเนีย
กลุ่มยอดเขานอกเทือกเขาแอลป์: นอร์เวย์-สเปน
Jotunheimen
ชื่อแปลว่า "บ้านของยักษ์" ตามตำนานนอร์ส ยอดเขาแหลมคมเรียงตัวเป็นแนวยาวทั่วอุทยาน เส้นทางที่โด่งดังที่สุดคือ Besseggen ridge สันเขาแคบที่เดินคั่นกลางระหว่างทะเลสาบสองสี — Bessvatnet สีเขียวมรกตด้านหนึ่ง กับ Gjende สีฟ้าเทาอีกด้านหนึ่ง มุมกล้องจากสันเขามองลงไปเห็นน้ำสองสีอยู่คู่กันในเฟรมเดียว ฤดูที่ควรไปคือฤดูร้อน ช่วงกลางฤดูเส้นทาง Besseggen มีคนเดินหนาแน่นมาก ควรเช็กสภาพอากาศล่วงหน้าเพราะสันเขาแคบเดินไม่ได้เลยถ้าลมแรงหรือหมอกลง
Picos de Europa
"Peaks of Europe" เทือกเขาหินปูนทางตอนเหนือของสเปนที่สมชื่อ ยอดแหลมสลับซับซ้อนคล้ายฟันเลื่อยเรียงกันเป็นแนว จุดที่โด่งดังที่สุดคือทะเลสาบ Covadonga (Lagos de Covadonga) น้ำสีเขียวมรกตท่ามกลางยอดหินสีเทา ฤดูที่ควรไปคือฤดูร้อน แต่ข้อจำกัดจริงที่ต้องรู้ก่อนวางแผนคือช่วงตั้งแต่ 1 มิถุนายนถึงกลางเดือนตุลาคม รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม รถส่วนตัวห้ามขึ้นถนนสู่ทะเลสาบ ต้องต่อรถบัสรับส่งจากลานจอดรถด้านล่างเท่านั้น (รถวิ่งทุก 30 นาที ตั้งแต่ราว 7 โมง 40 ถึง 2 ทุ่ม) ทำให้การวางแผนถ่ายภาพต้องอิงรอบเวลาของบัส ไม่ใช่จังหวะแสงที่ต้องการเองเหมือนที่อื่น
กลุ่มชายฝั่ง น้ำตก และภูมิทัศน์หิน: อิตาลี-โครเอเชีย-เยอรมนี
Cinque Terre
หมู่บ้านชายฝั่งห้าแห่งเกาะอยู่บนหน้าผาเหนือทะเล Liguria สีบ้านสดจัดตัดกันแบบที่จำง่ายจนกลายเป็นภาพจำของอิตาลีตอนเหนือ ไร่องุ่นปลูกเป็นขั้นบันไดชันจนต้องใช้รถรางขนองุ่นลงจากเขา เส้นทางเดินเลียบผา Sentiero Azzurro คือมุมที่รวมหมู่บ้าน ไร่องุ่น และทะเลไว้ในเฟรมเดียว ฤดูที่ควรไปคือฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง ข้อจำกัดจริงคือช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนต้องซื้อ Trekking Card เพื่อเดินเส้นทางชายฝั่งบางช่วง เช่น Monterosso-Vernazza และ Vernazza-Corniglia ราคาขยับขึ้นลงตามความหนาแน่นของแต่ละวัน ส่วนฤดูหนาวเดินได้ฟรีไม่ต้องซื้อบัตรเลย
Plitvice
ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ 16 ทะเลสาบเรียงต่อกันเป็นขั้นบันได เชื่อมด้วยน้ำตกหลายสิบสาย เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีคนมาเยือนมากที่สุดของโครเอเชีย สีน้ำเปลี่ยนไปตามแร่ธาตุและมุมแสงตลอดวัน ทางเดินไม้ (boardwalk) ยาวกว่า 20 กิโลเมตรพาลัดเลาะข้ามน้ำใกล้พอจะได้ยินเสียงน้ำตกตลอดเส้นทาง ฤดูที่ควรไปคือฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง ข้อจำกัดจริงคือระบบตั๋วเป็นแบบ timeslot จองล่วงหน้าเสมอ จำกัดจำนวนคนเข้าต่อชั่วโมง ราคาต่างกันมากตามฤดู ต่ำสุดในหน้าหนาวและสูงสุดในช่วงพีคหน้าร้อน ควรเช็กราคาและรอบจองปัจจุบันจากเว็บทางการก่อนไปเสมอ เพราะปรับทุกปี
Saxon Switzerland
หินทรายที่ถูกกัดเซาะโดยธรรมชาติจนกลายเป็นแท่งสูงชันคล้ายหอคอย (table mountains) ริมแม่น้ำ Elbe ในเยอรมนี จุดชมวิวที่โด่งดังที่สุดคือ Bastei สะพานหินที่ทอดข้ามยอดหินแหลมหลายแท่ง มองลงไปเห็นแม่น้ำ Elbe โค้งอยู่เบื้องล่าง ที่นี่ยังเป็นแหล่งกำเนิดกีฬาปีนหน้าผาแบบ free climbing ของเยอรมนี ฤดูที่ควรไปคือฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง เมื่ออากาศเย็นพอเดินสบายและแสงเฉียงทำให้ผิวหินทรายมีมิติชัดกว่าฤดูร้อนที่แดดตรงเกินไป
ตารางสรุป 12 อุทยาน
| อุทยาน | ประเทศ | ฤดูที่ควรไป |
|---|---|---|
| Vatnajökull | ไอซ์แลนด์ | ฤดูร้อน (ตัวอุทยาน) / กลาง พ.ย.-กลาง มี.ค. (ถ้ำน้ำแข็ง) |
| Snæfellsjökull | ไอซ์แลนด์ | ฤดูร้อน |
| Hardangervidda | นอร์เวย์ | ก.ค.-ส.ค. (เดินป่า) / ฤดูหนาว (cross-country ski) |
| Abisko | สวีเดน | ฤดูร้อน (เดินป่า) / ฤดูหนาว (ออโรรา) |
| Dolomiti Bellunesi | อิตาลี | ฤดูร้อน |
| Berchtesgaden | เยอรมนี | ฤดูร้อน |
| Triglav | สโลวีเนีย | ฤดูร้อน |
| Jotunheimen | นอร์เวย์ | ฤดูร้อน |
| Picos de Europa | สเปน | ฤดูร้อน |
| Cinque Terre | อิตาลี | ฤดูใบไม้ผลิ / ฤดูใบไม้ร่วง |
| Plitvice | โครเอเชีย | ฤดูใบไม้ผลิ / ฤดูใบไม้ร่วง |
| Saxon Switzerland | เยอรมนี | ฤดูใบไม้ผลิ / ฤดูใบไม้ร่วง |
วิธีเลือกให้เหมาะกับทริปตัวเอง
ถ้ามีเวลาจำกัดต่อทริป ให้เลือกกลุ่มที่อยู่ใกล้กันจริง ไม่ใช่ไล่ตามชื่อทีละแห่งข้ามทวีป Dolomiti Bellunesi กับ Berchtesgaden ห่างกันไม่ถึง 3 ชั่วโมงโดยรถยนต์ รวมทริปเดียวกันได้สบาย ส่วน Vatnajökull กับ Snæfellsjökull อยู่บนเกาะไอซ์แลนด์เกาะเดียวกัน แม้ขับรถอ้อมเกาะยังใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ไม่ต้องข้ามประเทศ
ถ้าต้องการภาพธารน้ำแข็งหรือน้ำแข็งสีฟ้า ต้องยอมรับว่าเป็นทริปฤดูหนาวไอซ์แลนด์เท่านั้น ไม่มีทางลัด และต้องจองไกด์ธารน้ำแข็งที่ได้รับการรับรองล่วงหน้า เพราะรอบคิวช่วงพีคเต็มเร็ว
ถ้าไม่ชอบคนแน่นและอยากได้ราคาที่สมเหตุสมผลกว่า เลือกฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วงสำหรับกลุ่ม Cinque Terre, Plitvice และ Saxon Switzerland ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ Plitvice ที่ราคาตั๋วช่วงพีคฤดูร้อนสูงกว่าช่วงนอกฤดูหลายเท่าตัว
ถ้าระดับร่างกายเป็นข้อจำกัด ให้แยกอุทยานเป็นสองกลุ่ม — กลุ่มที่เดินง่าย เข้าถึงได้ด้วยทางเดินไม้หรือเรือ เช่น Plitvice และ Königssee ที่ Berchtesgaden กับกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะและอุปกรณ์เฉพาะ เช่น via ferrata ที่ Triglav สันเขาแคบที่ Jotunheimen หรือการเดินธารน้ำแข็งพร้อมแครมปอนที่ Vatnajökull
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีเวลาจำกัด ควรไปกี่อุทยานต่อทริป?
ตามความเป็นจริง 1-2 แห่งต่อทริปให้เวลาเพียงพอสำหรับรอแสงและสภาพอากาศที่เหมาะ ยกเว้นอุทยานที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันจริง เช่นกลุ่มเทือกเขาแอลป์ที่เดินทางต่อกันได้ในไม่กี่ชั่วโมง
ต้องมีประสบการณ์เดินป่าระดับไหน?
ต่างกันมากในแต่ละแห่ง Plitvice และ Königssee ที่ Berchtesgaden เข้าถึงง่ายด้วยทางเดินไม้และเรือ เหมาะกับทุกระดับ ส่วน Besseggen ridge ที่ Jotunheimen, via ferrata ที่ Triglav และการเดินถ้ำน้ำแข็งที่ Vatnajökull ต้องมีประสบการณ์และอุปกรณ์เฉพาะ บางจุดจำเป็นต้องมีไกด์ท้องถิ่นตามกฎหมาย
ฤดูไหนเลี่ยงคนแน่นที่สุด?
ฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงโดยทั่วไปคนน้อยกว่าฤดูร้อนในเกือบทุกแห่ง ยกเว้นอุทยานที่ฤดูร้อนคือหน้าต่างเดียวที่เข้าได้จริง เช่นกลุ่ม Alpine และอาร์กติกที่หิมะปิดเส้นทางช่วงอื่นของปี
อยากได้ทั้งธารน้ำแข็งไอซ์แลนด์และยอดเขาแอลป์ในทริปเดียวเป็นไปได้ไหม?
ทำได้ยากในทริปเดียวเพราะเป็นคนละภูมิภาคและมักไปคนละฤดูที่เหมาะสมที่สุด (ไอซ์แลนด์เหมาะฤดูหนาวสำหรับถ้ำน้ำแข็ง ส่วนแอลป์เหมาะฤดูร้อน) ส่วนใหญ่จึงแยกเป็นสองทริปจะวางแผนได้ตรงฤดูมากกว่า
เมื่อถึงเวลาวางแผนจริง
การไล่ถ่ายภาพตามฤดูของแต่ละอุทยานเองต้องอาศัยการเช็กข้อมูลหลายชั้น ทั้งฤดูที่เหมาะ ระบบจองตั๋วที่เปลี่ยนทุกปี และข้อจำกัดการเข้าถึงที่บางแห่งเปลี่ยนกฎกลางฤดู
Gography เดินทริปถ่ายภาพในภูมิภาคใกล้เคียงกับหลายอุทยานในลิสต์นี้จริง แม้ทริปเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบให้เข้าอุทยานแต่ละแห่งโดยตรง แต่ผ่านภูมิภาคเดียวกันซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีถ้าอยากสัมผัสภูมิทัศน์ใกล้เคียง เช่นทริปสวิตเซอร์แลนด์ Switzerland Golden Elegance และ Classic Swiss Autumn 16-23 Oct ที่พาเดินทางในโซนเทือกเขาแอลป์ หรือทริปฤดูใบไม้เปลี่ยนสี Classic Autumn Slovenia-Croatia 7-15 Oct ที่พาเดินทางในภูมิภาคเดียวกับ Triglav และ Plitvice
แท็ก
เขียนโดย
Gography