ทัวร์ปาตาโกเนีย ต้องฟิตแค่ไหน เตรียมตัวอย่างไรก่อนจ่ายหลักแสน
อาร์เจนตินา

ทัวร์ปาตาโกเนีย ต้องฟิตแค่ไหน เตรียมตัวอย่างไรก่อนจ่ายหลักแสน

ปาตาโกเนียคือทริปราคาสูงสุดของ Gography 14 วันติดต่อกัน เดินบนภูมิประเทศไม่เรียบ ลมแรงต่อเนื่อง เช็กร่างกายและอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่เช็กราคา

Gography3 สิงหาคม 25693 นาทีในการอ่าน

ปาตาโกเนียคือทริปราคาสูงสุดของ Gography 14 วันติดต่อกัน เดินบนภูมิประเทศไม่เรียบ ลมแรงต่อเนื่อง เช็กร่างกายและอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่เช็กราคา

สรุปก่อนอ่าน
  • ปาตาโกเนียเริ่มต้นราว 176,900 บาท 14 วัน เป็นทริปราคาสูงสุดที่ Gography เปิดขาย — แต่คำถามที่คนลังเลจริงๆ ไม่ใช่ "ราคาคุ้มไหม" มักเป็น "ร่างกายฉันไหวไหม"
  • ภูมิประเทศไม่เรียบ ลมแรงต่อเนื่องเป็นเรื่องปกติของภูมิภาคนี้ (ไม่ใช่วันโชคร้าย) อากาศเปลี่ยนเร็วในวันเดียว และทริปยาว 14 วันติดต่อกันแบบไม่มีวันพัก — สามอย่างนี้สะสมความเหนื่อยล้าต่างจากทริปยุโรปทั่วไป
  • ถ้าเดินต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมงบนทางไม่เรียบไม่ไหว หรือมีปัญหาข้อเข่า/หลังที่ยังไม่หาย ควรพิจารณาปลายทางอื่นก่อน — พูดตรงๆ ไว้ตั้งแต่ต้น ดีกว่าไปพบปัญหากลางทาง
  • เตรียมร่างกายอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนเดินทาง เน้นเดินสะสมระยะและฝึกสะพายเป้าที่จะใช้จริง มากกว่าโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะทาง — ถ้ามีโรคประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
  • Gography ไปช่วงต้นเมษายน ปลายฤดูใบไม้ร่วงซีกโลกใต้ ใบไม้เปลี่ยนสีก่อนหิมะเริ่มปิดเส้นทางบางช่วง — ทริป 14 วันที่ต้องเผื่อวันปรับเวลาจากการเดินทางไกล

📷 โปรแกรมที่เราพาไปเส้นทางนี้จริง

ดูเส้นทางเต็ม รอบเดินทาง และราคาล่าสุดได้ที่หน้าโปรแกรม · ดูโปรแกรมทั้งหมด

คนที่มาถึงหน้านี้ มักไม่ได้ติดที่ราคา

176,900 บาทต่อท่าน สำหรับ 14 วัน — ตัวเลขนี้ทำให้ปาตาโกเนียเป็นทริปราคาสูงสุดในทุกเส้นทางที่ Gography เปิดขายตอนนี้ แต่จากที่คุยกับคนที่สนใจทริปนี้จริงๆ สิ่งที่ทำให้เขาลังเลไม่ใช่ตัวเลขนั้น

คำถามที่ค้างอยู่ในใจมักเป็นแบบนี้: "ฉันเดินไหวไหม" "ลมแรงขนาดนั้นจริงหรือเปล่า" "14 วันติดกันจะไหวไหม" "ถ้าเข่าไม่ค่อยดีจะเป็นปัญหาไหม"

นี่คือเหตุผลที่บทความนี้ไม่ได้เขียนมาเพื่อพาคุณเที่ยว ถ้าอยากรู้ว่าปาตาโกเนียหน้าตาเป็นยังไง ทุ่งหญ้าปาตาโกเนียกว้างแค่ไหน ธารน้ำแข็งใกล้แค่ไหน อ่านได้ที่ คู่มือเที่ยวปาตาโกเนีย หรือถ้าสนใจเฉพาะ Torres del Paine อ่าน อุทยานแห่งชาติ Torres del Paine และ W Trek Torres del Paine ได้เลย บทความนี้ตั้งใจทำหน้าที่อื่น — ช่วยคุณประเมินตัวเองอย่างซื่อสัตย์ ก่อนที่จะโอนเงินก้อนใหญ่ที่สุดในบรรดาทริปของเรา

ทริปนี้หนักแค่ไหนจริงๆ

ภูมิประเทศไม่เรียบ ตลอดเส้นทาง

ปาตาโกเนียไม่ใช่ทางเดินลาดยางหรือทางเดินไม้เรียบๆ แบบสวนสาธารณะ พื้นที่ส่วนใหญ่ที่คุณจะเดินคือดิน หิน กรวด รากไม้ และบางช่วงเป็นทางลาดชันขึ้น-ลง ต่างจากการเดินในเมืองยุโรปที่ส่วนใหญ่เป็นถนนหรือทางเท้าเรียบ ข้อเท้าและหัวเข่าต้องทำงานหนักกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่วงลงเขาที่แรงกระแทกสะสมในข้อเข่ามากกว่าตอนขึ้น

ลมแรงคือเรื่องปกติของภูมิภาคนี้ ไม่ใช่วันโชคร้าย

หลายคนคิดว่าลมแรงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะบางวัน แต่ปาตาโกเนียคือหนึ่งในภูมิภาคที่ลมพัดต่อเนื่องเป็นลักษณะประจำถิ่น ไม่ใช่สภาพอากาศแปรปรวนที่นานๆ เกิดที มันคือส่วนหนึ่งของภูมิศาสตร์ที่นี่ — ที่ราบกว้างเปิดโล่งไม่มีอะไรกำบัง ลมจึงพัดผ่านตัวคุณตลอดวันแทบทุกวันที่อยู่ในพื้นที่ ถ้าคุณคาดหวังว่าจะเจอแค่ "วันที่ลมแรง" สลับกับ "วันที่ลมสงบ" ให้ปรับความคาดหวังใหม่ตั้งแต่ตอนนี้

อากาศเปลี่ยนเร็วในวันเดียว

คนที่เคยไปปาตาโกเนียมักพูดตรงกันว่าอากาศที่นี่เปลี่ยนเร็วมากภายในวันเดียว เช้าอาจแดดจ้า สายฝนตกปรอยๆ บ่ายลมแรงจนต้องใส่เสื้อกันลม เย็นอุณหภูมิลดฮวบ นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่คือลักษณะภูมิอากาศแบบที่ราบกว้างใกล้ปลายทวีป การแต่งตัวและการเตรียมใจจึงต้องรองรับความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ตลอดวัน ไม่ใช่แค่เช็กพยากรณ์อากาศตอนเช้าแล้วจบ

ระยะทางไกล นั่งรถนานระหว่างจุด

ปาตาโกเนียกว้างใหญ่ จุดหมายแต่ละแห่งอยู่ห่างกันมาก การเดินทางระหว่างเมืองหรือระหว่างอุทยานจึงกินเวลาบนรถหลายชั่วโมงในบางวัน นี่คือความเหนื่อยอีกแบบที่ไม่เกี่ยวกับการเดิน แต่เกี่ยวกับการนั่งนิ่งบนรถเป็นเวลานานสะสมกับความเหนื่อยจากวันก่อนหน้า

14 วันติดต่อกัน ไม่มี "วันพักยาว"

ทริปสั้น 5-7 วันร่างกายพอทนได้แม้จะเหนื่อยหนักบางวัน เพราะจบเร็ว แต่ 14 วันติดต่อกันคือการสะสมความเหนื่อยล้าแบบทบต้น ร่างกายที่ไม่เคยชินกับการเดินหลายวันติดกันจะรู้สึกความแตกต่างชัดเจนตั้งแต่วันที่ 5-6 เป็นต้นไป นี่คือปัจจัยที่คนวางแผนทริปนี้มักมองข้าม เพราะโฟกัสแค่ความหนักของแต่ละวัน ไม่ได้คิดถึงผลสะสมของทั้งทริป

ใครเหมาะ ใครควรคิดใหม่

พูดตรงๆ ไว้ก่อนดีกว่าไปเจอปัญหากลางทริปที่ไม่มีทางถอยกลับง่ายๆ

คนที่เหมาะกับทริปนี้ คือคนที่เดินต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมงบนพื้นที่ไม่เรียบได้โดยไม่ต้องหยุดพักบ่อยผิดปกติ มีพื้นฐานการเดินระยะไกลมาบ้าง (ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเทรคกิ้งมืออาชีพ) และที่สำคัญคือใจพร้อมยอมรับว่าบางวันอากาศจะไม่เป็นใจ ลมจะแรงจนต้องคุยกันเสียงดัง และแผนอาจต้องปรับตามสภาพอากาศจริงหน้างาน

คนที่ควรพิจารณาปลายทางอื่นก่อน คือคนที่เดินต่อเนื่องหลายชั่วโมงบนทางไม่เรียบแล้วรู้สึกเหนื่อยล้าผิดปกติ มีปัญหาข้อเข่าหรือหลังที่ยังไม่หายดี หรือมีโรคประจำตัวที่แพทย์เคยแนะนำให้ระวังเรื่องการออกแรงต่อเนื่อง กลุ่มนี้ไม่ได้แปลว่าไปไม่ได้เลย แต่ควรคุยกับแพทย์ประจำตัวและประเมินตามจริงก่อนตัดสินใจ เพราะทริปนี้ไม่มีทางลัดที่จะข้ามช่วงเดินหนักไปได้ทั้งหมด และการถอนตัวกลางทางในพื้นที่ห่างไกลแบบนี้ทำได้ยากกว่าทริปในเมือง

ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน ให้ลองถามตัวเองตรงๆ ว่า: ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เคยเดินต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพักยาวหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือไม่เคยเลย นั่นคือสัญญาณว่าต้องเริ่มเตรียมตัวจริงจัง ไม่ใช่สัญญาณว่าห้ามไป

แผนเตรียมร่างกาย เริ่มก่อนเดินทางอย่างน้อย 2-3 เดือน

ข้อควรรู้ก่อนอ่านต่อ — สิ่งที่เขียนต่อจากนี้เป็น หลักการกว้างๆ ไม่ใช่โปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคล Gography ไม่มีเทรนเนอร์หรือโปรแกรมเตรียมร่างกายให้ผู้เดินทาง การเตรียมตัวเป็นความรับผิดชอบของแต่ละคน และถ้ามีโรคประจำตัวหรือข้อกังวลด้านสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมใดๆ เสมอ

หลักการที่ 1 — เดินสะสมระยะให้เป็นนิสัย ร่างกายที่เดินไหวไม่ได้มาจากการซ้อมหนักช่วงสั้นๆ ก่อนเดินทาง แต่มาจากความเคยชิน เริ่มเดินเป็นกิจวัตรตั้งแต่ 2-3 เดือนก่อน ค่อยๆ เพิ่มระยะทางและเวลาขึ้นทีละน้อย เป้าหมายคือให้ร่างกายคุ้นเคยกับการเดินต่อเนื่องนาน ไม่ใช่แค่เดินเร็วระยะสั้น

หลักการที่ 2 — ฝึกเดินขึ้นบันไดหรือทางชัน ปาตาโกเนียมีช่วงทางลาดขึ้น-ลงเป็นปกติ การฝึกเดินบันไดหรือหาเส้นทางที่มีทางชันในชีวิตประจำวันช่วยให้กล้ามเนื้อขาและข้อเข่าคุ้นเคยกับแรงที่ต่างจากการเดินพื้นราบ โดยเฉพาะช่วงลงที่ข้อเข่าต้องรับแรงมากกว่า

หลักการที่ 3 — ฝึกเดินโดยสะพายเป้าที่จะใช้จริง นี่คือขั้นตอนที่คนส่วนใหญ่มองข้าม การเดินตัวเปล่ากับการเดินพร้อมเป้าที่มีน้ำหนักคนละเรื่องกันเลย ควรซ้อมเดินด้วยเป้ใบเดียวกับที่จะพกไปจริง ใส่ของใกล้เคียงกับที่จะพกจริง (กล้อง เลนส์ เสื้อกันลม ขวดน้ำ) เพื่อให้ร่างกายและบ่าคุ้นเคยกับน้ำหนักนั้นก่อนวันจริง

หลักการที่ 4 — ถ้ามีโรคประจำตัว ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ โรคหัวใจ ความดัน ปัญหาข้อเข่า/หลัง หรือโรคเรื้อรังใดๆ ที่แพทย์เคยให้ข้อควรระวังเรื่องการออกแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเตรียมตัวและก่อนตัดสินใจซื้อทริป แพทย์จะรู้ข้อจำกัดของร่างกายคุณดีกว่าใครก็ตามที่เขียนบทความนี้

อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ และเหตุผลที่ต้องมี

รองเท้าเดินป่าที่ผ่านการใส่มาแล้ว

นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่ง — ห้ามใส่รองเท้าใหม่แกะกล่องไปปาตาโกเนีย รองเท้าใหม่ยังไม่เข้ารูปเท้า มีโอกาสสูงที่จะกัดจนเป็นแผลพองตั้งแต่วันแรกๆ ของทริป ควรใส่รองเท้าคู่เดิมเดินซ้อมอย่างน้อยหลายสิบชั่วโมงก่อนเดินทางจริง ให้พื้นรองเท้าและตัวรองเท้ายืดหยุ่นเข้ากับเท้าคุณจนแน่ใจว่าไม่มีจุดกัดตรงไหน

เสื้อกันลมกันฝนตัวจริงจัง

ลมคือตัวแปรหลักของปาตาโกเนีย ไม่ใช่ความหนาว เสื้อกันลมที่บางเบาแบบใส่เดินเที่ยวเมืองทั่วไปอาจไม่พอ ควรมีเสื้อชั้นนอกที่กันลมและกันฝนได้จริง ไม่ใช่แค่กันลมอ่อนๆ เพราะลมแรงต่อเนื่องทั้งวันจะดึงความร้อนออกจากร่างกายเร็วกว่าที่คิด แม้อุณหภูมิจะไม่ได้หนาวจัด

การแต่งตัวเป็นชั้น

เพราะอากาศเปลี่ยนเร็วในวันเดียว การแต่งตัวเป็นชั้น (layer) คือคำตอบ — ชั้นในระบายเหงื่อ ชั้นกลางเก็บความอุ่น ชั้นนอกกันลมกันฝน ถอด-ใส่ได้ตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนระหว่างวัน ดีกว่าใส่เสื้อหนาตัวเดียวที่ปรับอะไรไม่ได้เลย

ถุงเท้าเดินป่า

ถุงเท้าฝ้ายธรรมดาเก็บความชื้นและเพิ่มโอกาสแผลพอง ควรใช้ถุงเท้าเดินป่าโดยเฉพาะที่ระบายความชื้นได้ดีกว่า และควรพกสำรองมากกว่าจำนวนวันปกติเพราะบางวันอาจเปียกจากฝนหรือเหงื่อ

เป้ขนาดเหมาะสม

เป้ที่ใช้เดินแต่ละวันควรมีขนาดพอดีกับสิ่งของที่ต้องพก ไม่เล็กเกินจนใส่ของจำเป็นไม่พอ ไม่ใหญ่เกินจนหนักเกินความจำเป็น สายสะพายที่กระจายน้ำหนักได้ดีสำคัญกว่าความจุ โดยเฉพาะเมื่อต้องสะพายทั้งวันติดต่อกันหลายวัน

อ่านรายละเอียดการแพ็กกระเป๋าและของที่ควรเตรียมแบบเต็มรูปแบบได้ที่ คู่มือแพ็กกระเป๋าเดินทาง

เรื่องกล้อง — ปาตาโกเนียไม่ใช่ปลายทางที่กล้องทำงานง่าย

ลมทำให้ขาตั้งกล้องสั่น — ถ้าตั้งใจถ่ายภาพนิ่งความเร็วชัตเตอร์ต่ำหรือถ่ายวิดีโอ ลมแรงต่อเนื่องคือศัตรูตัวจริง ขาตั้งกล้องทั่วไปอาจสั่นจนภาพไม่คมชัด ควรเตรียมใจว่าบางจุดอาจต้องถ่ายแบบถือมือหรือหาที่กำบังลมช่วย

ฝุ่นและละอองน้ำ — ลมแรงพัดฝุ่นและบางจุดใกล้ธารน้ำแข็งหรือน้ำตกมีละอองน้ำฟุ้งในอากาศ ควรมีผ้าเช็ดเลนส์ติดตัวตลอดเวลา และระวังเรื่องการเปลี่ยนเลนส์กลางแจ้งในวันที่ลมแรงจัด เพราะฝุ่นเข้าตัวกล้องได้ง่ายกว่าที่คิด

แบตเตอรี่ในอากาศเย็น — อากาศเย็นทำให้แบตเตอรี่กล้องหมดเร็วกว่าปกติ ควรพกแบตสำรองมากกว่าที่คิดว่าพอ และเก็บแบตสำรองไว้ในกระเป๋าชั้นในที่อุ่นกว่ากระเป๋านอก แทนที่จะปล่อยให้โดนลมเย็นตลอดวัน

ช่วงเวลาที่ Gography ไป — ต้นเมษายน ปลายฤดูใบไม้ร่วงซีกโลกใต้

ทริปปาตาโกเนียของ Gography ออกเดินทางต้นเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับ ปลายฤดูใบไม้ร่วงของซีกโลกใต้ ช่วงเวลานี้ใบไม้ในพื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าเริ่มเปลี่ยนสีก่อนที่หิมะจะเริ่มปิดเส้นทางบางช่วงเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัว เป็นช่วงที่ภูมิทัศน์ยังเปิดให้เดินได้ครบ แต่เริ่มมีสีสันของฤดูเปลี่ยนผ่านปนอยู่ในเฟรม

สำหรับใครที่มองหาช่วงเดินทางที่คร่อมวันหยุดสงกรานต์ของไทย ทริปช่วง 5-18 เมษายนตรงกับวันสงกรานต์พอดี ถ้ากำลังชั่งใจว่าปีนี้จะไปต่างประเทศช่วงสงกรานต์ที่ไหนดี ลองดูตัวเลือกอื่นเทียบเคียงได้ที่ เที่ยวสงกรานต์ 2027 ไปที่ไหนดี

การเดินทางไปถึง — ไกลจริง ต้องเผื่อวันปรับเวลา

ปาตาโกเนียอยู่ปลายทวีปอเมริกาใต้ ไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย การเดินทางไปถึงต้องต่อเครื่องหลายทอด รวมเวลาเดินทางทั้งไปกินเวลานานกว่าทริปยุโรปหรือเอเชียทั่วไปมาก นี่คือปัจจัยที่ควรวางแผนล่วงหน้า ทั้งเรื่องร่างกายที่ต้องนั่งเครื่องนานหลายทอดก่อนเริ่มทริปจริง และเรื่องเวลาที่ต่างกันมากจนร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัว

ควรเผื่อใจว่าวันแรกๆ ของทริปอาจยังรู้สึกเพลียจากการเดินทาง ไม่ใช่จากตัวทริปเอง และด้วยความที่เป็นทริประยะไกลราคาสูง การวางแผนเรื่องประกันการเดินทางและช่วงเวลาจองล่วงหน้าก็สำคัญไม่แพ้การเตรียมร่างกาย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือประกันการเดินทาง และ ควรจองทัวร์ต่างประเทศล่วงหน้ากี่เดือน

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เคยเทรคกิ้งมาก่อนเลย ไปปาตาโกเนียได้ไหม?

ได้ ถ้าเริ่มเตรียมตัวจริงจังตั้งแต่ 2-3 เดือนก่อนเดินทาง ทริปนี้ไม่ได้ต้องการประสบการณ์นักเทรคกิ้งมืออาชีพ แต่ต้องการร่างกายที่คุ้นเคยกับการเดินต่อเนื่องบนพื้นที่ไม่เรียบ สิ่งสำคัญคือประเมินตัวเองตามจริงและเริ่มซ้อมให้พอ ไม่ใช่หวังพึ่งความฟิตธรรมชาติ

ทริปนี้ต้องปีนเขาหรือเทรคกิ้งระดับผู้เชี่ยวชาญไหม?

ไม่ได้อยู่ในระดับปีนเขาเทคนิคที่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ แต่มีช่วงเดินต่อเนื่องบนภูมิประเทศไม่เรียบและมีทางลาดชันเป็นระยะ ความหนักหลักมาจากระยะเวลาเดินต่อเนื่องและการสะสมความเหนื่อยตลอด 14 วัน มากกว่าความยากทางเทคนิค

อายุ 60 ปีขึ้นไป ยังไปได้ไหม?

อายุไม่ใช่ตัวชี้วัดหลัก สภาพร่างกายจริงต่างหากที่สำคัญกว่า คนอายุ 60-70 ปีที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอและเดินไหวต่อเนื่องหลายชั่วโมงอาจพร้อมกว่าคนอายุ 30 ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวประกอบการตัดสินใจ โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว

มีปัญหาข้อเข่าเล็กน้อย ยังพอไปได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและคำแนะนำของแพทย์ ปาตาโกเนียมีช่วงเดินลงเขาที่ข้อเข่าต้องรับแรงกระแทกมากกว่าปกติ ถ้ามีปัญหาข้อเข่าอยู่แล้ว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจซื้อทริป และถ้าแพทย์อนุญาต ควรฝึกเดินลงทางชันให้คุ้นเคยก่อนเดินทางจริง ไม่ใช่ไปเจอสภาพจริงเป็นครั้งแรกในทริป

ถ้าประเมินตัวเองแล้วพร้อม

ทริปปาตาโกเนียของ Gography ปี 2027 มีสองรอบให้เลือก — 2-15 เมษายน 2027 และ 5-18 เมษายน 2027 ทั้งสองรอบเริ่มต้นราว 176,900 บาทต่อท่าน 14 วัน (ราคาปรับได้ ควรเช็กราคาล่าสุดที่หน้าทริปแต่ละรอบ) มีช่างภาพมืออาชีพร่วมเดินทางไปด้วยตลอดทั้งทริป

บทความนี้ไม่ได้เขียนมาเพื่อโน้มน้าวให้ทุกคนไป — เขียนมาเพื่อให้คุณตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ตรงกับความจริง ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจเรื่องความพร้อมของร่างกาย นั่นคือคำตอบที่ดีที่สุดอยู่แล้วว่าควรเริ่มเตรียมตัวก่อน ไม่ใช่จองก่อน

📷 ทริปของเราที่ไปเส้นทางนี้

ทุกทริปมีช่างภาพมืออาชีพร่วมเดินทาง เก็บภาพให้ตลอดเส้นทาง · ดูโปรแกรมทั้งหมด

แท็ก

#ปาตาโกเนีย#เตรียมร่างกาย#เดินป่า

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ