นามิเบีย — ทัวร์ถ่ายภาพโดย Gography
Namibia

ทัวร์ถ่ายภาพนามิเบีย

รอบเดินทางจริง ราคาปัจจุบัน ภาพจากทัวร์ที่ผ่านมา — คัดสรรโดยช่างภาพมืออาชีพ

นามิเบียคือที่ที่ธรรมชาติเหลือแต่โครงสร้าง — เนินทรายสีส้มสูงหลายร้อยเมตร ต้นไม้แห้งใน Deadvlei และเมืองร้างที่ทรายกลืนครึ่งหลัง ทัวร์ถ่ายภาพนามิเบียของ Gography พาไปยืนตรงนั้นในจังหวะที่แสงดีที่สุด

ทัวร์ถ่ายภาพนามิเบียที่เปิดรับสมัคร

รอบเดินทาง ราคา ที่นั่ง — ทุกฟิลด์ดึงตรงจากระบบจอง อัปเดตล่าสุดวันนี้

ดูทัวร์ทั้งหมด →

ฤดูกาลถ่ายภาพนามิเบีย — เดือนไหนดี

อุณหภูมิเฉลี่ย ชั่วโมงกลางวัน และไฮไลท์ที่ถ่ายได้จริงในแต่ละเดือน — เลือกช่วงที่เหมาะกับสไตล์ภาพของคุณ

เดือนกลางวัน (ชม.)อุณหภูมิ (°C)ไฮไลท์ถ่ายภาพ
มกราคม13.318 — 30กลางฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ท้องฟ้ามีเมฆก้อนใหญ่จากฤดูฝน ทำให้ฉากหลังของเนินทรายและกลุ่มหินแกรนิต Spitzkoppe ไม่แบนเหมือนหน้าแล้ง · ที่ราบรอบ ๆ มักมีหญ้าเขียวแทรกในช่วงหลังฝน ให้สีที่เดือนแล้งไม่มี (ขึ้นกับปริมาณฝนของแต่ละปี) · เป็นช่วงที่ใจกลางทางช้างเผือกยังไม่ขึ้นในเวลาหัวค่ำ
กุมภาพันธ์12.818 — 29เดือนที่ฝนมากที่สุดของปี ท้องฟ้าเหนือทะเลทรายจึงมีชั้นเมฆชัดที่สุดช่วงหนึ่ง · ในปีที่ฝนมากพอ แม่น้ำ Tsauchab มีโอกาสไหลเข้าถึงแอ่ง Sossusvlei และเกิดน้ำขังสะท้อนเนินทราย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดทุกปีและขึ้นอยู่กับปริมาณฝนล้วน ๆ · ปลายเดือนใจกลางทางช้างเผือกเริ่มกลับมาเห็นได้ในช่วงท้ายคืน
มีนาคม12.217 — 28ปลายฤดูฝน ที่ราบยังเก็บสีเขียวจากฝนที่เพิ่งผ่าน ตัดกับหินแกรนิตสีส้มของ Spitzkoppe และผืนทรายได้ดี · เป็นเดือนที่ลมสงบที่สุดของปีตาม Weatherspark ฝุ่นในอากาศจึงน้อยกว่าเดือนลมแรง · ใจกลางทางช้างเผือกขึ้นให้เห็นในครึ่งหลังของคืน
เมษายน11.514 — 26รอยต่อระหว่างฤดูฝนกับฤดูแล้ง อากาศเพิ่งถูกฝนล้าง ทัศนวิสัยจึงมักดีและเห็นชั้นภูเขาไกลได้ชัด ขณะที่ที่ราบยังเหลือสีเขียวมาตัดกับเนินทรายสีส้ม · ชายฝั่ง Swakopmund–Walvis Bay เป็นแนวที่มีวันหมอกหนากว่า 180 วันต่อปี ซึ่งทำให้ภาพซากเรือ Zeila Shipwreck และแนวเนินทรายจรดมหาสมุทรที่ Sandwich Harbour มีชั้นบรรยากาศแบบที่วันฟ้าโปร่งไม่มี (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวัน) · ใจกลางทางช้างเผือกขึ้นสูงพอถ่ายได้ในช่วงกลางถึงท้ายคืน
พฤษภาคม11.011 — 24เดือนที่ท้องฟ้าโปร่งที่สุดของปีตาม Weatherspark (โปร่งหรือค่อนข้างโปร่งราว 92% ของเวลา) ความชื้นและฝุ่นต่ำ เส้นสันเนินทรายที่ Dune 45 และเส้นแบ่งแสง-เงาในแอ่ง Deadvlei จึงคมและคุมคอนทราสต์ได้ง่ายกว่าเดือนฝน · ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำกว่าเดือนร้อน เงาบนผนังทรายและบนอาคารร้างที่ Kolmanskop จึงยาวและมีมิติ · เป็นต้นฤดูของทางช้างเผือกในนามิเบีย ใจกลางกาแล็กซีขึ้นสูงพอถ่ายได้ในช่วงคืน โดยยังขึ้นกับเมฆและเฟสดวงจันทร์
มิถุนายน10.88 — 22กลางวันสั้นที่สุดของปีราว 10.8 ชั่วโมง ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำเกือบทั้งวัน จึงได้เงายาวบนสันเนินทรายโดยไม่ต้องรอเวลาเฉพาะเหมือนเดือนร้อน · เข้าสู่ฤดูทางช้างเผือกเต็มตัว อากาศแห้งและท้องฟ้ากลางคืนใส เป็นช่วงที่ใจกลางกาแล็กซีเริ่มอยู่สูงตั้งแต่ต้นคืน
กรกฎาคม10.98 — 22เดือนที่เย็นที่สุดของปีตาม Weatherspark (กลางคืนเฉลี่ย 8°C) อากาศแห้งจัด ท้องฟ้ากลางคืนใสและใจกลางทางช้างเผือกอยู่สูงตั้งแต่หัวค่ำ เป็นช่วงที่งานถ่ายดาวทำได้ง่ายที่สุดของปี (ยังขึ้นกับเมฆและเฟสดวงจันทร์) · ลมที่แรงที่สุดของปีทำให้เห็นริ้วทรายปลิวบนสันเนิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่เดือนลมสงบไม่มี
สิงหาคม11.411 — 24ท้องฟ้ายังใส ใจกลางทางช้างเผือกอยู่สูงตั้งแต่หัวค่ำและอยู่เหนือขอบฟ้าไปจนถึงราวตีสาม เป็นเดือนท้าย ๆ ของช่วงที่ถ่ายดาวได้สะดวกที่สุด (ยังขึ้นกับเมฆและเฟสดวงจันทร์) · กลางวันเริ่มอุ่นขึ้นแต่มุมแสงยังเฉียง เงาบนภูมิประเทศยังมีมิติ
กันยายน12.014 — 28อากาศแห้งและฟ้าเปิด ทัศนวิสัยดี · แสงกลางวันเริ่มแรงขึ้นชัดเจน งานภาพจึงพึ่งช่วงต้นวันและท้ายวันมากขึ้นกว่าเดือนหนาว · ทางช้างเผือกยังเห็นได้ในครึ่งแรกของคืน
ตุลาคม12.616 — 30อากาศยังแห้งและฟ้าใส แต่แสงกลางวันแข็งและคอนทราสต์สูง ต้องวางแผนช่วงเวลาเป็นพิเศษถ้าจะถ่ายภูมิทัศน์ · เป็นเดือนท้าย ๆ ที่ยังเห็นทางช้างเผือกได้ก่อนใจกลางกาแล็กซีจะลับไปจากท้องฟ้ากลางคืน
พฤศจิกายน13.217 — 31เป็นช่วงที่อาณานิคมแมวน้ำขนแอฟริกันที่ Cape Cross มีลูกแมวน้ำเกิดใหม่ (ข้อมูลชีววิทยาของแมวน้ำขนสีน้ำตาลระบุว่าลูกเกิดในเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม โดยมักหนาแน่นที่สุดช่วงปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม) จำนวนแมวน้ำในพื้นที่จึงสูงกว่าช่วงอื่นของปีมาก · เมฆฤดูฝนชุดแรกเริ่มเข้ามาทำให้ท้องฟ้าเหนือทะเลทรายมีชั้นอีกครั้ง
ธันวาคม13.518 — 31กลางวันยาวที่สุดของปีราว 13.5 ชั่วโมง มีเวลาทำงานในสถานที่มากที่สุด · เมฆฝนก้อนใหญ่เหนือเนินทรายให้ภาพดราม่าที่หน้าแล้งไม่มี · ที่ Cape Cross ยังอยู่ในช่วงลูกแมวน้ำเกิดใหม่ต่อเนื่องจากพฤศจิกายน

ข้อมูลอุณหภูมิและชั่วโมงกลางวันอ้างอิงจากแหล่งภูมิอากาศทางการของประเทศนั้น ๆ

โดยช่างภาพมืออาชีพ

ทัวร์ถ่ายภาพนามิเบียนำโดยทีมของเรา

ดูทีมทั้งหมด →
ภาพจากทัวร์จริง

นามิเบียที่ Gography เก็บภาพมา

Gography-S-Namibia-2048-
Gography-S-Namibia-2048-2
Gography-S-Namibia-2048--2
Gography-S-Namibia-2048-
Gography-S-Namibia-2048-2
Gography-S-Namibia-2048--2
Gography-S-Namibia-2048-2-2
Gography-S-Namibia-2048-3
Gography-S-Namibia-2048-1277281137
Gography-S-Namibia-2048-1328424594
Gography-S-Namibia-2048-401568856
Gography-S-Namibia-2048-498130811

คำถามที่พบบ่อยเรื่องนามิเบีย

คำตอบตรงจากประสบการณ์จริง — ไม่มี AI พูดกว้าง ๆ

ไปทัวร์ถ่ายภาพนามิเบียเดือนไหนดีที่สุด?

ข้อแรกที่ต้องตั้งใหม่ในหัวคือนามิเบียอยู่ซีกโลกใต้ ฤดูจึงกลับกับไทย ธันวาคมถึงมีนาคมคือฤดูร้อนและเป็นฤดูฝน กรุงวินด์ฮุกกลางวันเฉลี่ย 28–31°C และเดือนที่ฝนมากที่สุดคือกุมภาพันธ์ ส่วนมิถุนายนถึงสิงหาคมคือฤดูหนาว กลางวันเฉลี่ย 22–24°C แต่กลางคืนลงถึงราว 8°C และกรกฎาคมเป็นเดือนที่ลมแรงที่สุดของปีตามข้อมูล Weatherspark ของวินด์ฮุก ช่วงที่ลงตัวสำหรับงานภาพคือปลายเมษายนถึงพฤษภาคม เพราะฤดูฝนเพิ่งจบ อากาศถูกล้างจนทัศนวิสัยดี และพฤษภาคมเป็นเดือนที่ท้องฟ้าโปร่งที่สุดของปีตามแหล่งข้อมูลเดียวกัน โดยกลางวันยังอยู่ราว 24°C ซึ่งเดินบนเนินทรายได้จริง รอบเดินทางนามิเบียของเราทั้งสองรอบจึงอยู่ในช่วงนี้ทั้งคู่ คือ 24 เม.ย.–2 พ.ค. 2570 และ 8–16 พ.ค. 2570 ถ้าเป้าหมายคือทางช้างเผือกโดยเฉพาะ ช่วงที่ใจกลางกาแล็กซีอยู่สูงที่สุดคือราวมิถุนายนถึงสิงหาคม แต่แลกมากับอากาศที่หนาวกว่า ลมที่แรงกว่า และเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวหลักของนามิเบีย

คนไทยไปนามิเบียต้องขอวีซ่าไหม ทริปรวมให้หรือเปล่า?

ผู้ถือพาสปอร์ตไทยต้องมีวีซ่าเข้านามิเบีย ปัจจุบันมีทั้งช่องทางขอเมื่อเดินทางถึง (visa on arrival) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติโฮเซีย คุทาโก (WDH) ซึ่งเป็นสนามบินที่ทริปของเราลงจริง และช่องทางยื่นออนไลน์ล่วงหน้า (e-visa) เงื่อนไขพื้นฐานคือพาสปอร์ตต้องเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน และมีหน้าว่างสำหรับประทับตราอย่างน้อย 3 หน้า (ตามข้อกำหนดที่ FCDO สหราชอาณาจักรระบุไว้) ทั้งนี้รายการค่าบริการของทั้งสองรอบไม่ได้ระบุวีซ่าไว้ในสิ่งที่รวมในราคา จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้เดินทางรับผิดชอบเอง รายละเอียดที่แน่นอนดูได้ในหัวข้อเงื่อนไขอัตราบริการของหน้าแต่ละรอบ นโยบายวีซ่าของนามิเบียมีการปรับเปลี่ยนอยู่เป็นระยะทั้งค่าธรรมเนียมและช่องทางยื่น จึงควรตรวจสอบกับหน่วยงานทางการของนามิเบียหรือแจ้งทีมงานให้ช่วยยืนยันอีกครั้งก่อนเดินทางทุกครั้ง

อากาศนามิเบียเป็นแบบไหน ต้องเตรียมเสื้อผ้าอย่างไร?

ตัวแปรจริงของนามิเบียไม่ใช่ค่าเฉลี่ยรายเดือน แต่คือความต่างสองแบบที่เกิดในทริปเดียวกัน แบบแรกคือกลางวันกับกลางคืน ในเดือนพฤษภาคมกรุงวินด์ฮุกกลางวันเฉลี่ยราว 24°C แต่กลางคืนเฉลี่ยราว 11°C และ FAQ ในหน้าทริประบุว่าบางคืนในเขตทะเลทรายลงได้ราว 7°C แบบที่สองคือความต่างระหว่างพื้นที่ วินด์ฮุกอยู่บนที่ราบสูงราว 1,650 เมตร ส่วน Swakopmund และ Walvis Bay อยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีกระแสน้ำเย็นเบงเกวลาไหลผ่าน จึงเย็น ลมแรง และมีวันหมอกหนากว่า 180 วันต่อปี โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยตามตารางภูมิอากาศของ Swakopmund อยู่ในช่วงราว 18–23°C ตลอดทั้ง 12 เดือน (เฉลี่ยทั้งปีราว 21°C) ขณะที่เขตทะเลทรายรอบ Sossusvlei กลางวันร้อนกว่าและกลางคืนเย็นกว่าตัวเลขวินด์ฮุก วิธีที่ได้ผลคือแต่งตัวเป็นเลเยอร์ มีเสื้อกันลมสำหรับชายฝั่งและคืนในทะเลทราย หมวกและแว่นกันแดดสำหรับกลางวัน รองเท้าที่เดินบนทรายและพื้นหินไม่เรียบได้ และลิปมันกับครีมบำรุงผิวเพราะอากาศแห้งมากจริง

เดินทางในนามิเบียเหนื่อยไหม ระยะทางระหว่างจุดไกลแค่ไหน?

ควรรู้ล่วงหน้าว่านามิเบียเป็นปลายทางที่ระยะทางเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ไม่ใช่ปลายทางที่เดินจากที่พักถึงจุดถ่ายภาพได้ ในโปรแกรม Desert Odyssey ของทั้งสองรอบ วันที่ยาวที่สุดคือช่วงจาก Sossusvlei ไปเมือง Lüderitz ซึ่งใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง โดยโปรแกรมแนะนำให้เตรียมน้ำ ของว่าง และอุปกรณ์ความบันเทิงส่วนตัวไว้ใช้ระหว่างทาง ส่วนวันอื่นก็มีช่วงเดินทางต่อเนื่องราว 3–5 ชั่วโมงอยู่อีกหลายวัน เช่น จากสนามบิน WDH ไป Spitzkoppe ราว 3 ชั่วโมง 40 นาที จาก Lüderitz ไป Keetmanshoop ราว 3 ชั่วโมง 20 นาที และจาก Keetmanshoop กลับกรุงวินด์ฮุกราว 5 ชั่วโมง ทั้งสองรอบใช้รถซาฟารีปรับอากาศส่วนตัวพร้อมไกด์ท้องถิ่นสื่อสารภาษาอังกฤษ และมีน้ำดื่มบนรถตลอดการเดินทางตามที่ระบุในเงื่อนไขอัตราบริการ ข้อจำกัดหนึ่งที่ควรวางแผนตั้งแต่ก่อนแพ็กกระเป๋าคือพื้นที่ในรถมีจำกัด ทั้งสองรอบจึงขอให้ใช้กระเป๋าเดินทางขนาดไม่เกิน 28 นิ้ว ท่านละ 1 ใบ กลุ่มเดินทางโดยทั่วไป 6–12 ท่าน จึงยังดูแลได้ทั่วถึงแม้ในวันที่ต้องเดินทางไกล

ถ่ายภาพที่นามิเบียต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ?

สี่เรื่องที่ต่างจากปลายทางอื่นชัดเจน หนึ่ง คือฝุ่นและทราย นามิบเป็นทะเลทรายที่มักถูกอ้างว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก และเส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลูกรัง ควรมีถุงคลุมกล้อง ลูกยางเป่า ผ้าไมโครไฟเบอร์ และเลี่ยงการเปลี่ยนเลนส์กลางลม สอง คือละอองเกลือจากมหาสมุทรที่ Cape Cross, Zeila Shipwreck และ Sandwich Harbour ซึ่งเกาะอุปกรณ์ง่ายและกัดผิวโลหะ ควรเช็ดกล้องทุกครั้งหลังกลับจากชายฝั่ง สาม คือช่วงอุณหภูมิที่กว้าง กลางคืนในทะเลทรายเย็นพอที่จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ ควรพกสำรองและเก็บไว้ใกล้ตัว และถ้าตั้งใจถ่ายดาวต้องมีขาตั้งกล้องกับเลนส์รูรับแสงกว้าง โดยรอบเดินทางปลายเมษายนถึงพฤษภาคมอยู่ในต้นฤดูที่ใจกลางทางช้างเผือกขึ้นสูงในช่วงคืน ส่วนจะได้ภาพจริงหรือไม่ยังขึ้นกับเมฆและเฟสดวงจันทร์ซึ่งคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้ สี่ คือกฎของสถานที่ Kolmanskop ระบุห้ามใช้โดรน และการบินโดรนในนามิเบียโดยทั่วไปต้องขออนุญาตจากหน่วยงานการบินพลเรือน รวมถึงต้องขออนุญาตเพิ่มสำหรับพื้นที่อุทยาน ถ้าตั้งใจจะพกไปควรตรวจสอบกฎล่าสุดและแจ้งทีมงานล่วงหน้า สำหรับเรื่องช่างภาพประจำทริป โปรแกรมนามิเบียระบุไกด์ท้องถิ่นสื่อสารภาษาอังกฤษไว้ชัดเจน ส่วนช่างภาพปรากฏในหัวข้อค่าทิปด้วยคำว่า "ถ้ามี" จึงแนะนำให้สอบถามทีมงานเพื่อยืนยันสำหรับรอบที่สนใจ

เรื่องสุขภาพและความปลอดภัยที่ควรรู้ก่อนไปนามิเบีย?

สามเรื่องหลัก หนึ่ง คือวัคซีนไข้เหลือง โปรแกรมของทั้งสองรอบระบุวัคซีนไข้เหลืองไว้ในรายการที่ไม่รวมในค่าบริการ พร้อมหมายเหตุให้ฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทาง เกณฑ์ของนามิเบียคือขอใบรับรองจากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงไข้เหลือง รวมถึงกรณีต่อเครื่องในประเทศเหล่านั้นเกินระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเส้นทางของเราต่อเครื่องที่กรุงแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย ในเวลาที่สั้นกว่าเกณฑ์ดังกล่าว แต่กฎด้านสาธารณสุขปรับเปลี่ยนได้ตลอดและการตีความของด่านแต่ละแห่งอาจต่างกัน จึงควรยืนยันกับทีมงานและคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางก่อนตัดสินใจ สอง คือมาลาเรีย ข้อมูลของ US CDC ระบุว่าพื้นที่ที่มีการระบาดของมาลาเรียในนามิเบียอยู่ทางเหนือของประเทศ (Kavango East/West, Kunene, Ohangwena, Omaheke, Omusati, Oshana, Oshikoto, Otjozondjupa และ Zambezi) ส่วนพื้นที่อื่นพบได้น้อย และในกรุงวินด์ฮุกไม่มีการระบาด เส้นทาง Desert Odyssey อยู่ในเขตทะเลทราย ชายฝั่ง และภาคใต้เป็นหลัก แต่ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางเพื่อยืนยันข้อมูลสุขภาพล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง สาม คือเรื่องเหตุฉุกเฉิน เงื่อนไขอัตราบริการของทั้งสองรอบระบุ Medical Evacuation และประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาทตามเงื่อนไขกรมธรรม์ไว้ในสิ่งที่รวมในราคาแล้ว ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรแจ้งทีมงานล่วงหน้าและพกยาประจำตัวให้พอตลอดทริป เพราะบางช่วงของเส้นทางอยู่ห่างจากเมืองใหญ่หลายชั่วโมง