แคนาดา — ทัวร์ถ่ายภาพโดย Gography
Canada

ทัวร์ถ่ายภาพแคนาดา

รอบเดินทางจริง ราคาปัจจุบัน ภาพจากทัวร์ที่ผ่านมา — คัดสรรโดยช่างภาพมืออาชีพ

แคนาดาฝั่งเทือกเขาร็อกกี้เปลี่ยนหน้าปีละสองครั้ง — กันยายนเป็นสีทองของต้นลาร์ช มกราคมเป็นทะเลสาบน้ำแข็งและฟองมีเทนใต้ผิว Abraham Lake ทัวร์ถ่ายภาพแคนาดาของ Gography พาไปยืนตรงจุดที่ภาพนั้นเกิดขึ้นจริง

ทัวร์ถ่ายภาพแคนาดาที่เปิดรับสมัคร

รอบเดินทาง ราคา ที่นั่ง — ทุกฟิลด์ดึงตรงจากระบบจอง อัปเดตล่าสุดวันนี้

ดูทัวร์ทั้งหมด →

ฤดูกาลถ่ายภาพแคนาดา — เดือนไหนดี

อุณหภูมิเฉลี่ย ชั่วโมงกลางวัน และไฮไลท์ที่ถ่ายได้จริงในแต่ละเดือน — เลือกช่วงที่เหมาะกับสไตล์ภาพของคุณ

เดือนกลางวัน (ชม.)อุณหภูมิ (°C)ไฮไลท์ถ่ายภาพ
มกราคม8.5-14 — -4เดือนของน้ำแข็ง — ฟองก๊าซมีเทนที่ถูกกักไว้ใต้ผิวน้ำแข็งของ Abraham Lake มักอยู่ในช่วงที่ดูชัดที่สุดของฤดูในเดือนนี้ แต่ต้องอาศัยน้ำแข็งที่หนาและใสพอ และผิวที่ไม่ถูกหิมะกลบ ซึ่งต่างกันไปทุกปี · ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำทั้งวัน แสงจึงเฉียงและอุ่นยาวนานกว่าฤดูอื่น ไม่ต้องรอเวลาเฉพาะ · Vermilion Lakes ใกล้เมืองแบมฟ์กลายเป็นพื้นขาวเรียบตัดกับผนังหินของ Mount Rundle ส่วน Herbert Lake ริมเส้น Icefields Parkway ใกล้ Lake Louise ให้ฉากทะเลสาบน้ำแข็งกับแนวป่าสนที่มีหิมะเกาะและเทือกเขาโอบรอบ
กุมภาพันธ์10.0-12 — -1ยังเป็นฤดูของน้ำแข็งเต็มตัว ฟองมีเทนที่ Abraham Lake มักยังอยู่ในสภาพดีต่อเนื่องถึงราวต้นเดือน ก่อนหิมะสะสมจะเริ่มกลบผิวน้ำแข็งในครึ่งหลัง · เป็นเดือนที่ปริมาณฝนเฉลี่ยน้อยที่สุดของปีตาม Weather Spark ฟ้าจึงเปิดบ่อยกว่าเดือนข้างเคียง · กลางวันยาวขึ้นเป็นราว 10 ชั่วโมง มีเวลาทำงานกลางแจ้งมากกว่าเดือนมกราคม
มีนาคม11.9-8 — 3กลางวันแตะ 12 ชั่วโมงและแสงเริ่มแรงขึ้นชัด หิมะบนสันเขายังเต็มแต่หุบเขาเริ่มเปิด — เป็นเดือนที่มักได้ทั้งฉากฤดูหนาวและท้องฟ้าที่มีชั้นเมฆหนาให้ภาพมีชั้นเชิง · ทะเลสาบสูงยังเป็นน้ำแข็งทั้งหมด สีเทอร์ควอยซ์ยังไม่กลับมา
เมษายน13.9-3 — 8ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยากที่สุดของปีสำหรับภาพภูมิทัศน์ — หิมะบนพื้นละลายเป็นหย่อมจนภูมิประเทศออกโทนน้ำตาล-เทา ขณะที่ทะเลสาบสูงยังปิดด้วยน้ำแข็ง ถ้าถ่ายเดือนนี้ต้องพึ่งยอดเขาที่ยังขาวและงานรายละเอียดใกล้มากกว่าภาพทะเลสาบ
พฤษภาคม15.51 — 14ฤดูใบไม้ผลิเข้าถึงหุบเขาแล้ว ป่าสนเขียวตัดกับยอดเขาที่ยังมีหิมะ · ปลายเดือนน้ำแข็งบนทะเลสาบบางแห่งเริ่มแตกตัว ซึ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ของปีที่มีโอกาสได้ภาพแผ่นน้ำแข็งลอยบนน้ำสีเข้ม · สีเทอร์ควอยซ์ยังอ่อนเพราะธารน้ำแข็งเพิ่งเริ่มละลาย
มิถุนายน16.45 — 18กลางวันยาวที่สุดของปี วันที่ 21 มิถุนายนที่แบมฟ์ยาวราว 16 ชั่วโมง 35 นาที แสงเย็นจึงลากยาวไปถึงดึก · ปลายเดือนธารน้ำแข็งละลายเต็มที่ ผงหินธารน้ำแข็ง (rock flour) ทำให้ Peyto Lake, Bow Lake และ Moraine Lake กลับมาเป็นสีเทอร์ควอยซ์เข้ม · แต่ไม่ใช่เดือนของภาพดาว
กรกฎาคม15.98 — 22สีน้ำของทะเลสาบอิ่มที่สุดช่วงหนึ่งของปี เพราะน้ำละลายจากธารน้ำแข็งพาผงหินลงมามากที่สุด · เป็นเดือนที่ท้องฟ้าใสบ่อยที่สุดของปีตาม Weather Spark แต่แลกมากับแสงกลางวันที่แข็งและคอนทราสต์สูง ต้องวางแผนช่วงเวลาถ่ายเป็นพิเศษ
สิงหาคม14.57 — 21ทะเลสาบยังสีจัดต่อเนื่องจากกรกฎาคม และเป็นเดือนแรกของฤดูร้อนที่กลางคืนเริ่มมืดสนิทพอสำหรับถ่ายดาว โดยใจกลางทางช้างเผือกอยู่ค่อนไปทางทิศใต้และไม่สูงมากที่ละติจูดนี้ · ผลลัพธ์ยังขึ้นกับเมฆ ควันไฟป่า และเฟสดวงจันทร์
กันยายน12.63 — 16เดือนที่ต้นลาร์ชในเขตสูงเปลี่ยนเป็นสีทอง — Banff & Lake Louise Tourism ระบุว่าช่วงสีพีคมักอยู่ราวปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม และเป็นหน้าต่างสั้น ๆ ไม่กี่สัปดาห์ในแต่ละปี ขึ้นกับอากาศของปีนั้น · แอสเพนและป็อปลาร์ในหุบเขาเปลี่ยนสีตามในช่วงเดียวกัน · ยังอยู่ในช่วงลมสงบของปี (Weather Spark ระบุช่วงลมสงบราว 12 พ.ค.–6 ต.ค.) เช้าที่ผิวน้ำนิ่งของ Two Jack Lake และ Vermilion Lakes จึงมีโอกาสสะท้อนแนวเขา Mount Rundle ได้เต็มบาน · ท้องฟ้ากลับมามืดสนิทแล้ว
ตุลาคม10.7-2 — 9ต้นเดือนยังเก็บท้ายฤดูใบไม้เปลี่ยนสีได้ และหิมะแรกมักลงบนยอดเขาแล้วขณะที่หุบเขายังมีสีเหลือง เป็นช่วงสั้น ๆ ที่มีโอกาสได้ทั้งสองอย่างในเฟรมเดียว · ดวงอาทิตย์ต่ำลงเร็ว เงายาวเกือบทั้งวัน · Medicine Lake ในเขต Jasper เริ่มลดระดับจนเห็นพื้นทะเลสาบ เพราะน้ำไหลลงระบบถ้ำใต้ดินตามฤดูกาล ให้ภาพที่ต่างจากฤดูร้อนอย่างสิ้นเชิง
พฤศจิกายน8.9-8 — 0เดือนที่หิมะตกมากที่สุดของปีตาม Weather Spark ภูมิประเทศเปลี่ยนเป็นขาวเต็มตัวภายในไม่กี่สัปดาห์ · ทะเลสาบทยอยแข็งตัว บางปีจะมีช่วงสั้น ๆ ที่น้ำแข็งยังใสก่อนหิมะจะกลบ ซึ่งเป็นจังหวะที่ถ่ายลายน้ำแข็งได้ แต่คาดเดาล่วงหน้าไม่ได้
ธันวาคม8.0-14 — -5กลางวันสั้นที่สุดของปี วันที่ 21 ธันวาคมที่แบมฟ์มีแสงราว 7 ชั่วโมง 53 นาที ดวงอาทิตย์ไม่ขึ้นสูง แสงจึงเฉียงต่ำเกือบตลอดวัน ได้เงายาวโดยไม่ต้องรอเวลาเฉพาะ · ทะเลสาบส่วนใหญ่แข็งตัวแล้ว ส่วน Abraham Lake มักเริ่มมีน้ำแข็งหนาขึ้นช่วงปลายเดือน แต่ฟองมีเทนจะดูชัดกว่าในเดือนถัดไป

ข้อมูลอุณหภูมิและชั่วโมงกลางวันอ้างอิงจากแหล่งภูมิอากาศทางการของประเทศนั้น ๆ

โดยช่างภาพมืออาชีพ

ทัวร์ถ่ายภาพแคนาดานำโดยทีมของเรา

ดูทีมทั้งหมด →
ภาพจากทัวร์จริง

แคนาดาที่ Gography เก็บภาพมา

87D_5457
87D_023425
87D_05614
87D_8713
87D_4635
87D_023215
87D_05445
87D_02342 copy 1920
87D_1385
87D_02342 copy 1920
87D_3478
87D_3546

คำถามที่พบบ่อยเรื่องแคนาดา

คำตอบตรงจากประสบการณ์จริง — ไม่มี AI พูดกว้าง ๆ

ไปทัวร์ถ่ายภาพแคนาดาเดือนไหนดี?

เส้นทางของเราคือเทือกเขาร็อกกี้ฝั่งอัลเบอร์ตาและบริติชโคลัมเบีย ซึ่งให้ภาพคนละแบบกันชัดเจนสองฤดู ปลายกันยายนถึงต้นตุลาคมคือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้นลาร์ชในเขตสูงเปลี่ยนเป็นสีทอง โดย Banff & Lake Louise Tourism ระบุว่าช่วงสีพีคมักอยู่ราวปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม และเป็นหน้าต่างสั้น ๆ ไม่กี่สัปดาห์ในแต่ละปี อากาศที่แบมฟ์เดือนกันยายนเฉลี่ยราว 3–16°C และตุลาคมราว -2 ถึง 9°C ยังเดินกลางแจ้งได้ทั้งวัน ส่วนมกราคมคือฤดูของน้ำแข็ง แบมฟ์เฉลี่ยราว -14 ถึง -4°C ทะเลสาบแข็งตัว และเป็นช่วงที่ฟองมีเทนใต้น้ำแข็งของ Abraham Lake มักอยู่ในสภาพที่ดูชัดที่สุดของฤดู แม้จะขึ้นกับความหนาของน้ำแข็งและหิมะที่ปกคลุมในแต่ละปี รอบเดินทางแคนาดาของเราจึงอยู่ในสองฤดูนี้ทั้งหมด — Canada Autumn 27 ก.ย.–5 ต.ค. 2569, Into the Canadian Rockies 5–13 ม.ค. 2570 และ Winter Wonderland 14–22 ม.ค. 2570 ส่วนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเป็นช่วงที่ทะเลสาบมีสีเทอร์ควอยซ์จัดที่สุด แต่ก็เป็นไฮซีซั่นที่คนหนาแน่นเช่นกัน และบางปีมีควันไฟป่าบังทัศนวิสัย

คนไทยไปแคนาดาต้องขอวีซ่าไหม ทริปช่วยยื่นให้หรือเปล่า?

ผู้ถือพาสปอร์ตไทยโดยทั่วไปต้องขอวีซ่าผู้มาเยือน (Visitor Visa / TRV) ก่อนเดินทางเข้าแคนาดา โดยยื่นผ่านศูนย์รับคำร้อง VFS Global ในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2566 แคนาดาได้เพิ่มไทยเข้าในกลุ่มประเทศที่ได้รับการผ่อนผันบางส่วน กล่าวคือผู้ที่เคยถือวีซ่าแคนาดาภายใน 10 ปีที่ผ่านมา หรือถือวีซ่าประเภทชั่วคราวของสหรัฐฯ ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถยื่นขอ eTA (Electronic Travel Authorization) แทนวีซ่าเต็มรูปแบบได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเดินทางเข้าแคนาดาทางอากาศ ซึ่งตรงกับเส้นทางบินของทุกรอบเดินทางของเรา ในส่วนของทริป ทั้ง 3 รอบระบุ "บริการยื่นวีซ่า" ไว้ในค่าบริการแล้ว (จองคิว กรอกฟอร์ม เตรียมเอกสาร และมีเจ้าหน้าที่ดูแลในวันยื่น) แต่ไม่รวมค่าธรรมเนียมจากสถานทูตและศูนย์ยื่น VFS ซึ่งผู้เดินทางชำระตามจริง พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน และเงื่อนไขนอกการรับผิดชอบของทุกรอบระบุไว้ตรง ๆ ว่าบริษัทไม่รับผิดชอบในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่าน จึงควรเริ่มเตรียมเอกสารแต่เนิ่น ๆ ทั้งนี้กฎวีซ่าและคุณสมบัติของ eTA ปรับเปลี่ยนได้ตลอด ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการของ IRCC ที่ canada.ca อีกครั้งก่อนยื่นทุกครั้ง

ทริปฤดูหนาวหนาวแค่ไหน ต้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์อย่างไร?

ค่าเฉลี่ยเดือนมกราคมของเมืองแบมฟ์อยู่ราว -14 ถึง -4°C แต่ตัวเลขที่ต้องเตรียมใจคือค่าต่ำสุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย เพราะจุดถ่ายภาพหลายแห่งในเส้นทางหนาวและลมแรงกว่าในตัวเมือง บางแห่งเพราะอยู่สูงกว่า เช่น ตัวทะเลสาบ Lake Louise (ราว 1,750 ม.) และ Bow Summit บนเส้น Icefields Parkway (ราว 2,088 ม.) ส่วน Abraham Lake (ราว 1,340 ม.) อยู่ต่ำกว่าแบมฟ์เล็กน้อยแต่เป็นทะเลสาบเปิดโล่งกลางหุบเขาที่ลมแรงจัด มีวันที่ลงต่ำกว่าตัวเลขนี้ได้เป็นช่วง ๆ และมกราคมยังเป็นเดือนที่ลมแรงที่สุดของปี ทำให้รู้สึกหนาวกว่าที่เทอร์โมมิเตอร์บอก วิธีที่ได้ผลคือแต่งตัวสามชั้น (ชั้นในระบายเหงื่อ ชั้นกลางเก็บความอุ่น ชั้นนอกกันลมกันน้ำ) กางเกงกันลม รองเท้าบูทกันหนาวที่ดอกยางเกาะน้ำแข็งได้ ถุงมือสองชั้นแบบที่ถอดชั้นนอกออกกดชัตเตอร์ได้ หมวกคลุมหู และแผ่นให้ความร้อน ฝั่งอุปกรณ์ ความหนาวทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติมาก ควรพกสำรองหลายก้อนและเก็บไว้ในชั้นเสื้อที่อุ่น และเมื่อกลับเข้าที่อุ่นควรเก็บกล้องไว้ในกระเป๋าที่ปิดสนิทสักพักก่อนเปิด เพื่อไม่ให้ไอน้ำจับเลนส์และวงจรภายใน ขาตั้งกล้องเลือกแบบที่มีวัสดุหุ้มขาจะจับได้สบายกว่าโลหะเปล่า ส่วนรอบเดือนกันยายนถึงตุลาคม กลางวันอยู่ราว 9–16°C ซึ่งสบายกว่าที่หลายคนคิด แต่กลางคืนลงใกล้ 0°C จึงยังต้องมีเลเยอร์กันหนาวและเสื้อกันลมติดไปด้วย

ฟองมีเทนที่ Abraham Lake กับทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ จะได้เห็นแน่ไหม?

ตอบตามตรงว่าไม่มีใครรับประกันได้ เพราะทั้งสองอย่างขึ้นกับธรรมชาติล้วน ๆ ฟองที่ Abraham Lake คือก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายของอินทรียวัตถุใต้ทะเลสาบ แล้วถูกกักไว้เป็นชั้นเมื่อน้ำแข็งก่อตัว จะเห็นชัดก็ต่อเมื่อน้ำแข็งหนาและใสพอ และผิวหน้าไม่ถูกหิมะกลบ โดยทั่วไปช่วงที่มีโอกาสดีที่สุดคือราวกลางมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ ซึ่งรอบเดินทางฤดูหนาวทั้งสองรอบของเราอยู่ในกรอบเวลานั้น (Abraham Lake อยู่ในโปรแกรมของสองรอบเดือนมกราคมเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในรอบฤดูใบไม้เปลี่ยนสี) แต่ถ้าปีนั้นหิมะตกหนักติดกันหลายวันก่อนถึงวันเดินทาง ผิวน้ำแข็งก็อาจถูกกลบจนมองไม่เห็นฟอง ส่วนสีเทอร์ควอยซ์ของ Peyto Lake, Bow Lake และ Moraine Lake มาจากผงหินที่ธารน้ำแข็งบดแล้วพัดลงทะเลสาบ (rock flour) สีจะจัดที่สุดในช่วงที่ธารน้ำแข็งละลายเต็มที่ ราวปลายมิถุนายนถึงกันยายน ในฤดูหนาวทะเลสาบเหล่านี้เป็นน้ำแข็งและหิมะ ภาพที่ได้จึงเป็นคนละแบบ — เป็นเรื่องของโครงสร้าง เส้น และโทนขาว-ฟ้า มากกว่าสีสด สำหรับผู้ที่อยากได้ทั้งสีน้ำและใบไม้เปลี่ยนสี รอบ Canada Autumn คือรอบเดียวที่อยู่ในช่วงนั้น

ทัวร์ถ่ายภาพแคนาดา 3 รอบต่างกันอย่างไร ควรเลือกรอบไหน?

Canada Autumn (27 ก.ย.–5 ต.ค. 2569) เป็นรอบเดียวของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และเป็นรอบเดียวที่เข้า Moraine Lake ในช่วงที่ทะเลสาบยังไม่แข็ง โดยค่าบริการรวมรถรับส่ง Moraine Lake และ Lake Louise ไว้แล้ว อีกสองรอบเป็นฤดูหนาวเดือนมกราคม 2570 ซึ่งมีจุดร่วมกันหลายแห่ง ได้แก่ Three Sisters ที่ Canmore, Vermilion Lakes, Morant's Curve, Emerald Lake กับ Natural Bridge ในอุทยาน Yoho, Herbert Lake, Bow Lake, Peyto Lake, Abraham Lake และเส้นทาง Icefields Parkway สู่ Jasper พร้อม Sunwapta Falls และ Patricia Lake ความต่างอยู่ที่ Into the Canadian Rockies (5–13 ม.ค. 2570) เพิ่ม Spray Lakes, Lake Minnewanka และ Bow Falls Viewpoint แต่ไม่มีกระเช้า Banff Gondola ในโปรแกรม ส่วน Winter Wonderland (14–22 ม.ค. 2570) มี Banff Gondola, Surprise Corner Viewpoint, Two Jack Lake, Lake Louise Trails, Fairview Lookout, Pyramid Lake, Medicine Lake และ Peace Bridge ที่ Calgary ระดับที่พัก จำนวนคืน รายการอาหารที่รวม และสายการบินที่ใช้ของแต่ละรอบก็ไม่เหมือนกัน จึงควรดูหัวข้อเงื่อนไขอัตราบริการในหน้าของรอบนั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ ทุกรอบเดินทางเป็นกลุ่มเล็กโดยทั่วไป 6–12 ท่าน มีสต๊าฟช่างภาพมืออาชีพที่ทั้งขับรถ ถ่ายภาพ และแต่งภาพให้ และรวมค่าเข้าเขตอุทยานกับประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาทตามเงื่อนไขกรมธรรม์ไว้ทั้ง 3 รอบ ส่วนตั๋วเครื่องบินไม่รวมในทุกรอบ แต่ทีมงานช่วยจองให้โดยไม่มีค่าบริการเพิ่ม

มีอะไรที่ควรรู้ก่อนไปถ่ายภาพในอุทยานแห่งชาติของแคนาดา?

ห้าเรื่อง หนึ่ง — โดรนไม่ใช่ตัวเลือกในเส้นทางนี้ เพราะ Parks Canada ห้ามใช้อากาศยานไร้คนขับในอุทยานแห่งชาติหากไม่มีใบอนุญาต ควรวางแผนงานภาพจากภาคพื้นตั้งแต่ต้น สอง — สัตว์ป่าเป็นเรื่องระยะห่าง ไม่ใช่เรื่องโชค Parks Canada แนะนำให้อยู่ห่างกวางเอลก์ กวาง แกะและแพะภูเขาอย่างน้อย 30 เมตร และห่างหมี หมาป่า คูการ์อย่างน้อย 100 เมตร วิธีที่ถูกต้องคือใช้เลนส์เทเลจากระยะปลอดภัย ไม่เข้าใกล้และไม่ให้อาหาร เดือนกันยายนซึ่งเป็นฤดูผสมพันธุ์ของกวางเอลก์ต้องระวังเป็นพิเศษ สาม — การเดินบนน้ำแข็งของทะเลสาบในรอบฤดูหนาวไม่ใช่กิจกรรมที่ทำเองตามใจ ความหนาของน้ำแข็งไม่เท่ากันทุกจุด ให้เดินตามสต๊าฟและตามแนวที่แนะนำเท่านั้น สี่ — เมือง Jasper ผ่านไฟป่าครั้งใหญ่เมื่อกรกฎาคม 2567 ซึ่งทำให้สิ่งปลูกสร้างในตัวเมืองเสียหายไปราว 30% ปัจจุบันเมืองและจุดท่องเที่ยวหลักเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้วและยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู ผู้เดินทางจะเห็นแนวป่าที่ถูกไฟไหม้บางช่วงตามเส้นทาง ซึ่งเราคิดว่าควรบอกไว้ล่วงหน้าดีกว่าให้ไปเจอเอง ห้า — เรื่องปฏิบัติ แคนาดาใช้ไฟ 120V ปลั๊กแบบ Type A/B ที่ชาร์จกล้องส่วนใหญ่รองรับอยู่แล้วแต่ควรมีอะแดปเตอร์ รัฐอัลเบอร์ตาใช้เวลามาตรฐานภูเขา ช้ากว่าไทย 14 ชั่วโมงในฤดูหนาวและ 13 ชั่วโมงในช่วงเวลาออมแสง และทุกรอบเดินทางขอให้พกกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 28 นิ้วท่านละ 1 ใบ เพราะพื้นที่ในรถจำกัด จึงควรวางแผนน้ำหนักและปริมาณอุปกรณ์ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง