อาร์เจนตินา — ทัวร์ถ่ายภาพโดย Gography
Argentina

ทัวร์ถ่ายภาพอาร์เจนตินา

รอบเดินทางจริง ราคาปัจจุบัน ภาพจากทัวร์ที่ผ่านมา — คัดสรรโดยช่างภาพมืออาชีพ

ปาตาโกเนียคือที่ที่หินแกรนิตตั้งขึ้นเหนือทุ่งหญ้าและธารน้ำแข็ง — Fitz Roy, Cerro Torre, Perito Moreno ทัวร์ถ่ายภาพอาร์เจนตินาของ Gography ไปช่วงใบไม้ร่วง ที่ป่า lenga เปลี่ยนสีและลมเบาลงกว่าหน้าร้อน

ทัวร์ถ่ายภาพอาร์เจนตินาที่เปิดรับสมัคร

รอบเดินทาง ราคา ที่นั่ง — ทุกฟิลด์ดึงตรงจากระบบจอง อัปเดตล่าสุดวันนี้

ดูทัวร์ทั้งหมด →

ฤดูกาลถ่ายภาพอาร์เจนตินา — เดือนไหนดี

อุณหภูมิเฉลี่ย ชั่วโมงกลางวัน และไฮไลท์ที่ถ่ายได้จริงในแต่ละเดือน — เลือกช่วงที่เหมาะกับสไตล์ภาพของคุณ

เดือนกลางวัน (ชม.)อุณหภูมิ (°C)ไฮไลท์ถ่ายภาพ
มกราคม15.89 — 18กลางฤดูร้อนของซีกโลกใต้ กลางวันยาวราว 15–16 ชั่วโมง แสงเย็นลากยาวจนดึก ทุ่งหญ้าเขียวเต็มที่และมักมีดอกลูพินขึ้นริมทางในแถบปาตาโกเนียช่วงนี้ · ข้อแลกเปลี่ยนคือแสงกลางวันแข็งและคืนสั้นเกินกว่าจะทำงานภาพดาวได้จริง
กุมภาพันธ์14.29 — 17เดือนที่ท้องฟ้าเปิดมากที่สุดของปีตาม Weatherspark (สภาพ clear ถึง partly cloudy ราว 53% ของเวลา) โอกาสที่ยอด Fitz Roy และ Cerro Torre จะโผล่พ้นเมฆจึงสูงกว่าเดือนอื่น แม้ยังไม่ใช่เรื่องที่รับประกันได้ · ปลายเดือนคืนเริ่มยาวพอให้ใจกลางทางช้างเผือกกลับมาอยู่ในช่วงเวลาที่ถ่ายได้
มีนาคม12.47 — 15เข้าฤดูใบไม้ร่วง ป่า lenga รอบ El Chaltén และในอุทยาน Torres del Paine เริ่มไล่จากเขียวเป็นเหลืองส้ม โดยจังหวะสีขึ้นอยู่กับอากาศของแต่ละปี · กลางวันกลับมาสมดุลราว 12 ชั่วโมง จึงมีทั้งช่วงแสงเช้าและแสงเย็นอยู่ในวันเดียวโดยไม่ต้องยืดวันยาวแบบหน้าร้อน
เมษายน10.54 — 11ช่วงที่สีใบไม้มักเปลี่ยนเข้มที่สุดของฤดู โดยจังหวะสีขึ้นอยู่กับอากาศของแต่ละปี — lenga สีแดงส้มตัดกับหินแกรนิตเทาและน้ำสีเทอร์ควอยซ์ของ Lago Pehoé · ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำเกือบทั้งวัน เงาบนผนังหินจึงยาวและมีมิติโดยไม่ต้องรอเฉพาะหัวและท้ายวัน · ในวันที่ลมสงบ ผิวน้ำ Laguna Capri มีโอกาสนิ่งพอสะท้อนแนวยอด Fitz Roy ได้ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศล้วน ๆ
พฤษภาคม8.91 — 7ปลายใบไม้ร่วงต่อต้นฤดูหนาว หิมะชุดแรกมักเริ่มลงบนสันเขา ให้ภาพยอดขาวตัดกับป่าสีน้ำตาลแดงที่ยังไม่ร่วงหมด · ดวงอาทิตย์ต่ำมากจนแสงนุ่มเกือบทั้งวัน แต่มีเวลาทำงานสั้นราว 9 ชั่วโมง จึงต้องเลือกจุดถ่ายให้น้อยลงและอยู่กับที่นานขึ้น
มิถุนายน8.1-1 — 4กลางวันสั้นที่สุดของปี (วันที่สั้นที่สุดคือ 21 มิ.ย. ราว 8 ชั่วโมง 1 นาที) และเป็นเดือนที่เมฆมากที่สุดของปีตาม Weatherspark (ท้องฟ้าปิดหรือเมฆมากราว 55% ของเวลา) — เป็นเดือนของภาพโทนหม่น หิมะ และสภาพอากาศเป็นตัวละครหลัก มากกว่าภาพฟ้าใส
กรกฎาคม8.6-2 — 4เดือนที่หนาวที่สุดของปีตาม Weatherspark (กลางคืนเฉลี่ย -2°C) ขอบทะเลสาบและลำธารบางแห่งจึงมีโอกาสมีน้ำแข็งเกาะ · กลางวันเฉลี่ยราว 8 ชั่วโมงครึ่ง คืนจึงยาวเกือบที่สุดของปี เป็นรองแค่มิถุนายน ให้หน้าต่างเวลาสำหรับงานภาพดาวมากที่สุดช่วงหนึ่งของปี แต่ต้องแลกกับเมฆที่ยังมากและความหนาวที่กินแบตเตอรี่เร็ว
สิงหาคม10.00 — 6ปลายฤดูหนาว หิมะบนที่ราบเริ่มลดแต่ยังคลุมสันเขาไว้ ให้ภาพสองชั้นระหว่างทุ่งสีน้ำตาลกับยอดขาว · กลางวันกลับมาราว 10 ชั่วโมง และเป็นช่วงที่ใจกลางทางช้างเผือกขึ้นสูงในคืนเดือนมืด (ยังขึ้นกับเมฆและดวงจันทร์)
กันยายน11.82 — 9ต้นฤดูใบไม้ผลิ หิมะยังเกาะยอดเขาขณะที่ทุ่งหญ้าเริ่มกลับมาเขียว เป็นจังหวะที่ได้คอนทราสต์สองฤดูในเฟรมเดียว · กลางวันยืดขึ้นเป็นเกือบ 12 ชั่วโมง ทำให้มีเวลาเดินเข้าจุดถ่ายไกล ๆ มากขึ้นกว่าฤดูหนาว
ตุลาคม13.74 — 13ฤดูใบไม้ผลิเต็มตัว ทุ่งหญ้าเขียวขณะที่แนวยอดเขายังมีหิมะค้าง และกลางวันยาวขึ้นเป็นเกือบ 14 ชั่วโมง · เป็นเดือนที่ภาพออกโทนสดใสกว่าฤดูใบไม้ร่วงชัดเจน คนละอารมณ์กับภาพสีแดงส้มของเดือนเมษายน
พฤศจิกายน15.47 — 15เดือนที่ฝนเฉลี่ยน้อยที่สุดของปีที่ El Calafate (ราว 10 มม.) และกลางวันยาวราว 15 ชั่วโมง จึงมีเวลาทำงานเยอะ · แต่เป็นเดือนที่ลมแรงที่สุดของปี ซึ่งกระทบตรง ๆ กับงานที่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง สปีดชัตเตอร์ช้า และภาพสะท้อนผิวน้ำ
ธันวาคม16.38 — 17กลางวันยาวที่สุดของปี (วันที่ยาวที่สุดคือ 21 ธ.ค. ราว 16 ชั่วโมง 26 นาที) แสงเย็นยืดออกไปนานผิดจากที่คนไทยคุ้นเคย · มักเป็นช่วงที่ดอกไม้ริมทางในปาตาโกเนียบาน · ข้อจำกัดคือคืนสั้นมากจนแทบไม่เหลือหน้าต่างสำหรับงานภาพดาว

ข้อมูลอุณหภูมิและชั่วโมงกลางวันอ้างอิงจากแหล่งภูมิอากาศทางการของประเทศนั้น ๆ

โดยช่างภาพมืออาชีพ

ทัวร์ถ่ายภาพอาร์เจนตินานำโดยทีมของเรา

ดูทีมทั้งหมด →
ภาพจากทัวร์จริง

อาร์เจนตินาที่ Gography เก็บภาพมา

Z52_4883
Z52_4140
Z52_3158
87N_7841
87Z_8624
Z52_4140
87Z_7672
Z52_4830
87Z_7416
87N_7873
Z52_3968
Z52_3274

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอาร์เจนตินา

คำตอบตรงจากประสบการณ์จริง — ไม่มี AI พูดกว้าง ๆ

ไปทัวร์ถ่ายภาพอาร์เจนตินา (ปาตาโกเนีย) เดือนไหนดี?

เรื่องแรกที่ต้องตั้งหลักคืออาร์เจนตินาอยู่ซีกโลกใต้ ฤดูจึงกลับกับไทย — ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์คือฤดูร้อน มีนาคมถึงพฤษภาคมคือฤดูใบไม้ร่วง มิถุนายนถึงสิงหาคมคือฤดูหนาว ที่เมือง El Calafate ซึ่งเป็นประตูเข้าปาตาโกเนียของเส้นทางเรา ฤดูร้อนกลางวันเฉลี่ยราว 17–18°C และกลางวันยาว 14–16 ชั่วโมง แต่เป็นช่วงที่ลมแรงที่สุดของปีและนักท่องเที่ยวหนาแน่น ส่วนฤดูหนาวกลางวันเฉลี่ยเหลือราว 4–6°C กลางวันสั้นราว 8–10 ชั่วโมง และบริการหลายอย่างใน El Chaltén ปิดตามฤดู รอบเดินทาง PATAGONIA 2027 ทั้ง 3 รอบของเราจึงอยู่ในช่วง 26 มี.ค. – 18 เม.ย. 2570 ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วง ด้วยเหตุผลที่ตรวจสอบได้สามข้อ หนึ่ง — ป่า lenga รอบ El Chaltén และในอุทยาน Torres del Paine เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มแดงในช่วงนี้ โดยจังหวะสีขึ้นอยู่กับอากาศของแต่ละปี สอง — ลมเฉลี่ยของ El Calafate ในเดือนเมษายนอยู่ราว 20 กม./ชม. เทียบกับราว 26 กม./ชม. ในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม สาม — ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำเกือบทั้งวัน แสงจึงเฉียงและนุ่มกว่าหน้าร้อน สิ่งที่ต้องแลกคือกลางวันสั้นลงเหลือราว 10–12 ชั่วโมง และอากาศเย็นกว่าอย่างชัดเจน

คนไทยไปอาร์เจนตินาและชิลีต้องขอวีซ่าไหม?

เส้นทางนี้แตะ 4 ประเทศ — ตุรกี (ต่อเครื่องที่อิสตันบูล) บราซิล (ต่อเครื่องที่เซาเปาโล) อาร์เจนตินา และชิลี ข้อมูลปัจจุบันระบุว่าผู้ถือพาสปอร์ตไทยเข้าอาร์เจนตินา ชิลี และบราซิลได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า พำนักได้ประเทศละไม่เกิน 90 วัน ส่วนตุรกีไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการพำนักไม่เกิน 30 วัน เงื่อนไขพื้นฐานที่หน้าทริปของเราระบุไว้คือพาสปอร์ตต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน จุดที่ควรรู้เฉพาะของเส้นทางนี้คือท่านเข้าอาร์เจนตินาทางอากาศ แต่ออกจากอาร์เจนตินาทางบกข้ามไปชิลี แล้วบินกลับจากซันติอาโก จึงควรมีหลักฐานเส้นทางเดินทางต่อเนื่องและตั๋วขากลับติดตัวไว้ อีกเรื่องคือวัคซีนไข้เหลือง — ค่าบริการของทั้ง 3 รอบระบุตรงกันว่าไม่รวมวัคซีนไข้เหลือง และเนื่องจากโปรแกรมมีการต่อเครื่องที่เซาเปาโล เรื่องนี้ควรปรึกษาคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางล่วงหน้า เพราะใบรับรองวัคซีนไข้เหลืองตามข้อกำหนดสากลจะเริ่มมีผล 10 วันหลังฉีด ทั้งนี้กฎวีซ่าและกฎด้านสุขภาพปรับเปลี่ยนได้ตลอด ควรตรวจสอบกับสถานทูตของแต่ละประเทศและกับสายการบินอีกครั้งก่อนเดินทาง

อากาศปาตาโกเนียหนาวแค่ไหน ลมแรงจริงไหม ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?

ตัวแปรของปาตาโกเนียไม่ใช่ความหนาวอย่างเดียว แต่คือลม และความต่างของอากาศภายในวันเดียวกัน หน้าทริปของทั้ง 3 รอบระบุอุณหภูมิเฉลี่ยของช่วงเดินทางไว้ที่ราว 3–15°C ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของ El Calafate ในเดือนมีนาคม–เมษายน (กลางวัน 11–15°C กลางคืน 4–7°C) แต่นั่นคือค่าเฉลี่ย ในวันจริงที่ El Chaltén และในอุทยาน Torres del Paine ซึ่งอยู่ใกล้ภูเขาและธารน้ำแข็งมากกว่า อากาศเย็นกว่านั้นและเปลี่ยนได้ภายในชั่วโมงเดียว ส่วนลม ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงของ El Calafate ในเดือนเมษายนอยู่ราว 20 กม./ชม. แต่ลมกระโชกในหุบเขาแรงกว่าค่าเฉลี่ยมาก และเป็นเรื่องปกติของภูมิภาคนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ สิ่งที่ได้ผลจริงคือระบบเลเยอร์สามชั้น — ชั้นในระบายเหงื่อ (ไม่ใช่ผ้าฝ้าย เพราะเปียกแล้วแห้งช้าและดึงความร้อนออกจากร่างกาย) ชั้นกลางให้ความอุ่น และชั้นนอกกันลมกันน้ำที่มีฮู้ด บวกหมวกคลุมหู ถุงมือบางที่ยังกดชัตเตอร์ได้ แว่นกันแดด และรองเท้าเดินป่าหุ้มข้อที่ใส่จนเข้ารูปเท้าแล้ว เพราะโปรแกรมเดินบนหินและรากไม้เป็นหลัก อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือบัวโนสไอเรสซึ่งกรุ๊ปแวะค้างหนึ่งคืน อยู่ที่ราว 34°S จึงอุ่นกว่าปาตาโกเนียมาก — ค่าเฉลี่ยเดือนมีนาคมราว 18–25°C และเดือนเมษายนราว 15–21°C โดยรอบ 26 มี.ค.–8 เม.ย. ค้างที่นี่ในเดือนมีนาคม ส่วนรอบ 2–15 และ 5–18 เม.ย. ค้างในเดือนเมษายน ต้องเตรียมเสื้อผ้าสองโซนอากาศไว้ในกระเป๋าใบเดียว

โปรแกรมเดินเยอะแค่ไหน ต้องฟิตขนาดไหน แล้วถ้าเดินไม่ไหวทำอย่างไร?

นี่คือทริปเดินเป็นหลัก ไม่ใช่ทริปนั่งรถลงจุดถ่ายรูป ทั้ง 3 รอบระบุตรงกันว่าช่วง El Chaltén จะใช้เวลาเดินเท้าสำรวจจุดถ่ายภาพในช่วงเช้าและเย็น และทีมงานจะวางแผนเส้นทางรายวันให้เหมาะกับสภาพอากาศ ส่วนตัวเลขระยะเดินต่อวันนั้น มีระบุไว้เฉพาะในหน้าทริปรอบ 2–15 เม.ย. 2570 ว่าอยู่ระหว่าง 10–20 กม. (ไป–กลับ) อีกสองรอบไม่ได้ระบุตัวเลขไว้ ส่วนที่ Torres del Paine เส้นทาง The Mirador Base Las Torres เป็นการเดินไป–กลับภายในวันเดียว ระยะราว 22 กม. ใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง อยู่ในโปรแกรมของทั้ง 3 รอบ จุดที่แต่ละรอบต่างกันคือ — รอบ 2–15 เม.ย. มีเส้นทาง Laguna De Los Tres ระยะราว 20–25 กม. ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวันที่หนักที่สุดของโปรแกรม โดยหน้าทริประบุไว้ว่าท่านที่ไม่สะดวกสามารถเลือกเดินกลับที่พักก่อนได้ ส่วนรอบ 26 มี.ค.–8 เม.ย. และ 5–18 เม.ย. มีทางเลือกนั่งเรือ Glacier Grey แทนการเดิน Base Las Torres (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามที่ระบุในหน้าทริปนั้น) นอกจากนี้ทั้ง 3 รอบมีกิจกรรมเสริม Mini Trekking บนธารน้ำแข็ง Perito Moreno ซึ่งหน้าทริประบุข้อจำกัดสุขภาพไว้หลายข้อ เช่น ผู้ที่มีปัญหาหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจ ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด สตรีมีครรภ์ ผู้ที่เคลื่อนไหวลำบาก และผู้ที่มีอาการเวียนศีรษะหรือกลัวที่สูง — กรุณาอ่านรายการเต็มในหน้าทริปก่อนตัดสินใจซื้อกิจกรรมเสริม ที่ Torres del Paine อุทยานยังกำหนดเวลาเริ่มเดินและเวลาปิดจุดชมวิวของแต่ละฤดู และอาจปรับกฎเพิ่มตามสภาพอากาศ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของ CONAF ก่อนวันเดิน ค่าบริการของทั้ง 3 รอบรวมประกันการเดินทางวงเงินคุ้มครอง 2,000,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แนะนำให้อ่านเงื่อนไขว่าครอบคลุมกิจกรรมเดินป่าและกิจกรรมบนธารน้ำแข็งหรือไม่ ก่อนตัดสินใจซื้อกิจกรรมเสริม

ข้ามแดนทางบกจากอาร์เจนตินาไปชิลี ต้องเตรียมอะไร?

ทั้ง 3 รอบใช้เส้นทางเดียวกัน คือนั่งรถบัสจาก El Calafate ไป Puerto Natales ใช้เวลาราว 5–6 ชั่วโมง แล้วต่อเข้าอุทยาน Torres del Paine อีกราว 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยค่าบัสระหว่างประเทศช่วงนี้อยู่ในค่าบริการของทั้ง 3 รอบแล้ว สิ่งที่ต้องรู้มีสามข้อ หนึ่ง — เป็นการผ่านแดนจริง มีขั้นตอนประทับตราออกจากอาร์เจนตินาและเข้าชิลีคนละจุด ต้องลงจากรถพร้อมสัมภาระตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด พาสปอร์ตจึงควรอยู่กับตัวเสมอ ไม่ใช่ในกระเป๋าใต้ท้องรถ สอง — ชิลีมีหน่วยงาน SAG ตรวจสินค้าเกษตรที่ด่านเข้าประเทศ และกำหนดให้ผู้เดินทางกรอกใบสำแดง (Declaración Jurada SAG) โดยมีการห้ามหรือจำกัดการนำอาหารและสินค้าเกษตรหลายประเภทเข้าประเทศ เช่น ผลไม้และผักสด เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อ ผลิตภัณฑ์นม เมล็ดพืช และน้ำผึ้ง การไม่สำแดงมีบทลงโทษปรับ · รายการล่าสุดให้ยึดตามประกาศของ SAG (sag.gob.cl) ก่อนเดินทางทุกครั้ง วิธีที่ง่ายที่สุดคือเคลียร์ของกินติดกระเป๋าให้หมดก่อนถึงด่าน โดยโปรแกรมพาแวะซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อวัตถุดิบที่ Puerto Natales ซึ่งอยู่ในชิลีแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องขนอาหารข้ามแดน สาม — ค่าเข้าอุทยานตามที่ระบุในโปรแกรมรวมอยู่ในค่าบริการของทั้ง 3 รอบแล้ว โดยบัตรเข้าอุทยานฝั่งชิลีซื้อล่วงหน้าผ่าน pasesparques.cl ซึ่งเป็นระบบขายบัตรอุทยานทางการของ CONAF ส่วนเงื่อนไขการเข้าและจำนวนผู้เข้าในแต่ละช่วงเป็นไปตามประกาศของอุทยาน ควรตรวจสอบก่อนวันเดินทาง และควรพกพาสปอร์ตหรือเอกสารแสดงตนไว้แสดงคู่กับบัตรที่จุดตรวจด้วย

ถ่ายภาพที่ปาตาโกเนียต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ?

ห้าเรื่องที่ต่างจากปลายทางอื่น หนึ่ง — ลม ขาตั้งกล้องน้ำหนักเบามากมักเอาไม่อยู่ ควรใช้ขาที่ถ่วงน้ำหนักเพิ่มได้ ถอดสายสะพายกล้องออกเวลาเปิดชัตเตอร์นาน และตั้งความคาดหวังไว้ล่วงหน้าว่าภาพสะท้อนผิวน้ำนิ่งเป็นเรื่องของสภาพอากาศในวันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนล่วงหน้าได้ สอง — อากาศเปลี่ยนเร็วมาก ยอด Fitz Roy (3,405 ม.) และ Cerro Torre (3,128 ม.) มีเมฆบังบ่อย ควรเตรียมใจว่าอาจต้องกลับไปจุดเดิมมากกว่าหนึ่งครั้ง และควรมีผ้าคลุมกล้องกันฝนกันละอองน้ำติดกระเป๋าตลอด สาม — ความเย็นทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ ควรพกสำรองและเก็บไว้ในชั้นเสื้อที่ยังอุ่น สี่ — อย่าวางแผนงานภาพจากโดรนในเส้นทางนี้ จุดถ่ายภาพหลักเกือบทั้งหมดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทั้ง Torres del Paine ฝั่งชิลีและ Los Glaciares ฝั่งอาร์เจนตินา ซึ่งการบินโดรนต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานอุทยานเป็นรายกรณี ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้โดยอัตโนมัติ กรุณาตรวจสอบกับทีมงานและกับหน่วยงานอุทยานก่อนเดินทาง ห้า — เรื่องดาว ที่ละติจูดราว 50 องศาใต้ เมฆแมกเจลแลนและกลุ่มดาวกางเขนใต้อยู่เหนือขอบฟ้าตลอดคืนทั้งปี ส่วนใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ในช่วงเวลาที่ถ่ายได้ราวกุมภาพันธ์ถึงตุลาคม ทั้งนี้ยังขึ้นกับเมฆและเฟสดวงจันทร์ซึ่งคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้พกกล้องมาเอง ค่าบริการของทั้ง 3 รอบรวมสต๊าฟช่างภาพมืออาชีพ 1–2 ท่าน (ถ่ายรูป แต่งรูป) ไว้แล้ว ส่วนจำนวนผู้ร่วมเดินทางต่อรอบ กรุณาสอบถามทีมงานก่อนจอง เพราะหน้าทริปของทั้ง 3 รอบไม่ได้ระบุไว้ อีกข้อที่ต้องวางแผนล่วงหน้าคือทั้ง 3 รอบขอให้พกกระเป๋าเดินทางขนาดไม่เกิน 28 นิ้ว ท่านละ 1 ใบ เพราะพื้นที่ในรถจำกัด กระเป๋ากล้องจึงควรคิดเป็นสัมภาระถือขึ้นเครื่องตั้งแต่ตอนแพ็ก