Hardangervidda: เที่ยวที่ราบสูงป่าดิบนอร์เวย์
นอร์เวย์

Hardangervidda: เที่ยวที่ราบสูงป่าดิบนอร์เวย์

คู่มือเที่ยว Hardangervidda National Park ครบจบ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด กวางเรนเดียร์กว่า 7,000 ตัว เส้นทางเดินป่า และวิธีเดินทางจากไทย

Gography1 สิงหาคม 25693 นาทีในการอ่าน

คู่มือเที่ยว Hardangervidda National Park ครบจบ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด กวางเรนเดียร์กว่า 7,000 ตัว เส้นทางเดินป่า และวิธีเดินทางจากไทย

สรุปก่อนอ่าน
  • Hardangervidda National Park ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ (3,422 ตร.กม.) และเป็นที่ราบสูง eroded ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ความสูงเฉลี่ย 1,100 เมตร
  • ช่วงดีที่สุดคือกรกฎาคม-สิงหาคม เส้นทางเดินป่าเปิด อากาศเหมาะ และโอกาสพบกวางเรนเดียร์ป่ากว่า 7,000 ตัวสูงที่สุด
  • เข้าถึงได้สะดวกผ่านรถไฟ Bergen Line แวะสถานี Finse กลางที่ราบสูง หรือขับรถตาม Road 7
  • DNT ดูแลกระท่อมที่พักกว่า 550 แห่งทั่วอุทยาน จองล่วงหน้าผ่าน ut.no โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน
  • กฎหมาย Allemansretten ให้สิทธิ์ตั้งแคมป์และเดินป่าได้อย่างอิสระในพื้นที่ส่วนใหญ่โดยไม่ต้องขออนุญาต

มีที่ราบสูงแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ที่ดูเหมือนโลกยังไม่เสร็จสร้าง — ภูเขาโล่งปราศจากต้นไม้ ทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มกระจายตัวราวกับใครทิ้งกระจกไว้บนหินแกรนิต และที่ไหนสักแห่งในขอบฟ้าที่แผ่กว้างนั้น ฝูงกวางป่าหลายพันตัวกำลังเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางที่บรรพบุรุษพวกมันเดินมาตั้งแต่ยุคหิน Hardangervidda National Park คืออุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ ครอบคลุมพื้นที่ 3,422 ตารางกิโลเมตร และวางตัวอยู่บนที่ราบสูงที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ความสูงเฉลี่ย 1,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล — ไม่ใช่ภูเขาที่พุ่งแหลม แต่เป็นความกว้างใหญ่แบบที่ทำให้คนรู้สึกเล็กลงทันทีที่ก้าวออกจากรถ

ที่นี่ไม่ใช่จุดหมายสำหรับคนที่อยากถ่ายรูปหน้าป้ายแล้วก็ไป แต่สำหรับคนที่อยากรู้ว่าธรรมชาติที่ยังไม่ถูกมือมนุษย์แต่งเติมมากนักมีหน้าตาเป็นอย่างไร ที่นี่คือคำตอบ

25690122-DSC03814
25690122-DSC03814

Hardangervidda พิเศษยังไง ทำไมถึงต้องไป?

Hardangervidda ไม่ใช่แค่อุทยานแห่งชาติ — มันคือระบบนิเวศที่ไม่เหมือนที่อื่นในยุโรป ไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดคือฝูงกวางเรนเดียร์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีประชากรกว่า 7,000 ตัว ที่อาศัยและอพยพอยู่ในที่ราบสูงแห่งนี้ตลอดทั้งปี

สภาพภูมิอากาศแบบอาร์กติกที่ระดับความสูง 1,100 เมตรนั้นทำให้ที่นี่กลายเป็นพื้นที่ที่อยู่ใต้สุดในยุโรปที่ยังพบสัตว์และพืชสายพันธุ์แบบอาร์กติกได้ — กล่าวคือคุณสามารถพบระบบนิเวศที่ปกติต้องไปถึงแลปแลนด์หรือสฟาลบาร์ด ได้ที่นี่ในระดับความสูงกลางของนอร์เวย์

สิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าทึ่งในแง่ประวัติศาสตร์: นักโบราณคดีพบร่องรอยของชุมชนยุคหินนับร้อยแห่งทั่วที่ราบสูง สันนิษฐานว่ามนุษย์ในยุคนั้นติดตามฝูงกวางเรนเดียร์มาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวที่นี่มาเป็นเวลาหลายพันปีก่อนที่เราจะก้าวเท้าแรกลงที่นี่

และสำหรับคนที่เติบโตมากับ Star Wars — ฉากดาวเคราะห์น้ำแข็ง Hoth ใน The Empire Strikes Back ถ่ายทำที่ธารน้ำแข็ง Hardangerjøkulen ในพื้นที่นี้ ความรู้สึกเดินบนที่ราบสูงที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะจึงไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้น

25690122-DSC03804
25690122-DSC03804

ไป Hardangervidda ช่วงไหนดีที่สุด?

ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมคือ sweet spot สำหรับการเดินป่าและชมธรรมชาติ เส้นทางส่วนใหญ่เข้าถึงได้จริงในช่วงนี้ อุณหภูมิอยู่ในระดับที่เดินสบาย และโอกาสเห็นฝูงกวางเรนเดียร์สูงที่สุดเพราะพวกมันออกหากินในทุ่งโล่ง

ถ้าขยับมาถึงมิถุนายนหรือกันยายน-ตุลาคมก็ยังดี — มิถุนายนจะได้แสงที่ยาวนานเป็นพิเศษ (นอร์เวย์ช่วงนี้มีกลางวัน 18-20 ชั่วโมงขึ้นไป) ส่วนกันยายนให้สีทองของทุ่งหญ้าและพุ่มไม้ที่เปลี่ยนสีก่อนหน้าหนาว ซึ่งถ่ายภาพออกมาได้น่าประทับใจมาก

ฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงมีฝนมากกว่าฝั่งตะวันออกอย่างชัดเจน บางพื้นที่บันทึกปริมาณน้ำฝนไว้มากกว่า 1,000 มิลลิเมตรต่อปี ดังนั้นถ้าแพ้ฝนให้วางแผนเส้นทางเข้าจากฝั่งตะวันออก (เช่นจาก Skinnarbu หรือ Rjukan) จะได้อากาศที่คาดเดาได้มากกว่า

ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-พฤษภาคม) ที่ราบสูงถูกปกคลุมด้วยหิมะและแทบเข้าไม่ได้สำหรับนักเดินป่าทั่วไป แต่ก็มีนักสกีทางเรียบ (cross-country skiing) ที่มาท้าทายตัวเองในช่วงนี้

25690123-DSC04164
25690123-DSC04164

เดินทางจากไทยไป Hardangervidda ยังไง?

ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่นอร์เวย์ เส้นทางที่คนไทยนิยมคือบินไปออสโล (Oslo Gardermoen) ผ่าน Doha, Dubai, Amsterdam, Frankfurt หรือ Helsinki โดยรวมเวลาบินและต่อเครื่องประมาณ 14-18 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับสายการบิน

จากออสโลมีสองทางหลักเพื่อเข้า Hardangervidda:

- ทางรถไฟ: Bergen Line (เส้นรถไฟ Bergen-Oslo) ตัดผ่านที่ราบสูงโดยตรง สถานี Finse คือจุดแวะที่คนนิยมที่สุด — อยู่กลางที่ราบสูงและเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินป่าหลายเส้น การนั่งรถไฟสายนี้ตัดผ่านภูมิประเทศที่สวยงามและถือเป็นประสบการณ์ในตัวเอง - ทางรถยนต์: Road 7 (ถนนหมายเลข 7) ตัดผ่านที่ราบสูงจากตะวันออกสู่ตะวันตก เหมาะสำหรับคนที่เช่ารถและต้องการความยืดหยุ่นในการแวะจอดตามจุดต่างๆ

สำหรับคนที่เดินทางมาจากฝั่ง Bergen ก็สะดวกเช่นกัน เนื่องจาก Bergen อยู่ใกล้กับ Hardangerfjord ซึ่งเป็นพื้นที่โดยรอบอุทยาน และยังเชื่อมต่อเข้าได้ผ่านรถไฟสายเดียวกัน

ก่อนเข้าอุทยาน แนะนำให้แวะ Visitor Centre สองแห่ง ได้แก่ Hardangervidda Natursenter ที่ Øvre Eidfjord และ Hardangervidda Nasjonalparksenter ที่ Skinnarbu ทั้งสองแห่งให้ข้อมูลเส้นทาง สภาพอากาศ และข้อมูลสัตว์ป่าที่อัปเดต

25690123-DSC04156
25690123-DSC04156

ใน Hardangervidda มีอะไรน่าเที่ยวและน่าทำบ้าง?

ถ้าไปได้สถานที่เดียว เส้นทางจาก Finse ลงไปยัง Vøringfoss คือสิ่งที่ต้องลอง Vøringfoss เป็นน้ำตกที่ไหลทิ้งตัวลงหน้าผาในครั้งเดียว 145 เมตร เส้นทางนี้ใช้เวลาสองวัน ผ่านภูมิประเทศที่เปลี่ยนจากที่ราบสูงกลายเป็นหุบเขาลึก — บางช่วงของเส้นทางชันและต้องการประสบการณ์เดินป่าพอสมควร

นอกจากนี้ยังมี:

- ชมฝูงกวางเรนเดียร์: ช่วงเช้าตรู่และเย็นคือเวลาที่ดีที่สุด กวางมักจะออกหากินในทุ่งโล่ง หากไม่แน่ใจเส้นทาง ไกด์ท้องถิ่นจาก Finse หรือ Skinnarbu รู้ตำแหน่งฝูงและพาไปได้อย่างรู้จริง - ตกปลา: ทะเลสาบในอุทยานเป็นแหล่งปลาเทราต์ (trout) ชั้นดี ต้องขอใบอนุญาตจาก Visitor Centre หรือผ่านแอปออนไลน์ก่อน - ธารน้ำแข็ง Hardangerjøkulen: ธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับหกของนอร์เวย์และเป็นฉากของ Hoth ใน Star Wars ต้องจองทัวร์ผ่านผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรเข้าคนเดียวโดยไม่มีประสบการณ์ขั้นสูง

สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอุทยานอื่น: กฎหมายนอร์เวย์ให้สิทธิ "Allemansretten" หรือสิทธิ์เดินชมธรรมชาติ หมายความว่าคุณสามารถตั้งแคมป์ เดินป่า หรือสกีได้อย่างอิสระในพื้นที่ส่วนใหญ่โดยไม่ต้องขออนุญาต ตราบเท่าที่ดูแลธรรมชาติด้วย — เป็นอิสรภาพที่หาได้ยากในพื้นที่คุ้มครองของหลายประเทศ

87D_2231 orton
87D_2231 orton

พักที่ไหน เตรียมตัวและงบเท่าไหร่?

ระบบที่พักใน Hardangervidda ดีกว่าที่หลายคนคาดไว้ DNT (Norwegian Trekking Association) ดูแลกระท่อมและที่พักกว่า 550 แห่งทั่วที่ราบสูง ตั้งแต่กระท่อมแบบ staffed ที่มีพนักงาน มีบริการอาหาร ไปจนถึงกระท่อม self-service ที่มีเสบียงพื้นฐานเตรียมไว้ให้

ถ้าสมัครเป็นสมาชิก DNT จะได้ราคาค่าพักที่ถูกกว่าราคาปกติ — คุ้มมากถ้าวางแผนจะเดินป่าหลายวันในนอร์เวย์ สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ราคาค่าพักในกระท่อม staffed โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 200-400 NOK ต่อคืน (ประมาณ 600-1,200 บาท) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทและระดับบริการ

สิ่งที่ต้องเตรียม: - เสื้อผ้ากันลมกันฝนที่กันน้ำได้จริง อุณหภูมิที่ราบสูงเปลี่ยนเร็วแม้ในฤดูร้อน - รองเท้าเดินป่าที่กันน้ำ เส้นทางหลายจุดผ่านพื้นที่ชื้นแฉะ - แผนที่กระดาษและเข็มทิศ หรือ GPS ที่ดาวน์โหลด offline map แล้ว — สัญญาณมือถือบางพื้นที่ไม่มี - บอก Visitor Centre หรือที่พักว่าจะไปเส้นทางไหน เผื่อฉุกเฉิน

ระดับความยากของ Hardangervidda เทียบกับที่อื่น: Lonely Planet เปรียบการสำรวจส่วนที่ห่างไกลที่สุดของอุทยานไว้ว่าใกล้เคียงกับการสำรวจขั้วโลก — นั่นบอกเองว่าที่นี่ไม่ใช่สำหรับทุกคน แต่ก็ไม่ได้ต้องการทักษะขั้นพิเศษสำหรับเส้นทางหลักๆ ที่เชื่อมต่อกระท่อม DNT

กินอะไร ภูมิภาคนี้มีอะไรพิเศษ?

Hardangervidda ตั้งอยู่ในภูมิภาค Hardanger ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ — คิดเป็นราว 40% ของผลผลิตผลไม้ทั้งหมดของประเทศ รวมถึงแอปเปิล พลัม สาลี่ เชอร์รี่ และลูกเกด ดังนั้นไซเดอร์แอปเปิลและผลิตภัณฑ์ผลไม้จากท้องถิ่น Hardanger เป็นของที่ต้องลอง

ในกระท่อม DNT ประเภท staffed อาหารส่วนใหญ่เป็นแบบ Scandinavian ดั้งเดิม — ปลา ขนมปัง ชีส และซุป เรียบง่ายแต่อบอุ่น หลังเดินมาทั้งวัน มันจะอร่อยกว่าอาหารสามดาว Michelin ใดๆ

หมู่บ้าน Eidfjord และ Kinsarvik บริเวณรอบอุทยานมีร้านอาหารและโรงแรมขนาดเล็กที่ให้บริการอาหารท้องถิ่น รสชาติเรียบง่ายแต่ใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตใกล้ๆ

เกร็ดที่ไม่ค่อยมีใครรู้: ดินในที่ราบสูง Hardangervidda มีความสำคัญทางการแพทย์ระดับโลก ในปี 1969 นักวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่างดินจากที่นี่ และต่อมาค้นพบเชื้อราที่เป็นแหล่งผลิต Ciclosporin — ยากดภูมิคุ้มกันที่ใช้ในการปลูกถ่ายอวัยวะทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้

วางแผนทริปอย่างไรดี?

สำหรับทริปที่ครบรสที่สุด วางแผน 4-7 วันในพื้นที่ — แบ่งเป็นเดินป่าข้ามคืน 2-3 วันในอุทยาน รวมกับวันพักผ่อนที่หมู่บ้านรอบนอก อย่าง Eidfjord หรือ Geilo ที่มีที่พักและร้านอาหารครบกว่า

จองที่พักกระท่อม DNT ล่วงหน้าผ่าน ut.no โดยเฉพาะถ้าไปช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม กระท่อม staffed บางแห่งเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์

ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยที่มักใช้วันหยุดยาว: ช่วงกรกฎาคมปลายถึงต้นสิงหาคมให้สภาพอากาศที่นิ่งที่สุด โอกาสพบกวางสูง และกลางวันยาวนานพอที่จะเดินได้มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวันหากต้องการ

อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไป: ในเดือนสิงหาคม 2016 ฟ้าผ่ากวางเรนเดียร์ป่าเสียชีวิตถึง 323 ตัวในคืนเดียว เหตุการณ์นี้เตือนให้นักเดินป่าตระหนักว่าพายุที่ราบสูงมาเร็วและรุนแรงกว่าที่คาด — ติดตามพยากรณ์อากาศจาก yr.no ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

Hardangervidda ไม่ได้สวยงามแบบที่ต้องบอกว่าสวย — มันกว้างใหญ่พอที่จะทำให้ทุกอย่างที่เคยสำคัญดูเล็กลง และนั่นคือสิ่งที่หาได้ยากขึ้นทุกวันในโลกที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยว Hardangervidda เดือนไหนดีที่สุด?

กรกฎาคมและสิงหาคมคือช่วงที่ดีที่สุด เส้นทางเดินป่าส่วนใหญ่เปิดใช้ได้ อุณหภูมิอยู่ในระดับเดินสบาย และกลางวันยาวนาน 18-20 ชั่วโมง ถ้าอยากหนีคนหน่อยให้ขยับมาต้นหรือปลายกันยายน ช่วงนั้นทุ่งหญ้าเปลี่ยนสีทองสวย แต่อากาศเริ่มเย็นและบางเส้นทางอาจมีหิมะแล้ว ฝั่งตะวันออกของที่ราบสูงฝนน้อยกว่าฝั่งตะวันตก เหมาะถ้าแพ้ฝน

จากไทยไป Hardangervidda ยังไง?

บินจากกรุงเทพฯ ต่อเครื่องที่ Doha, Dubai, Amsterdam หรือ Helsinki ไปออสโล รวมเวลาประมาณ 14-18 ชั่วโมง จากออสโลนั่งรถไฟ Bergen Line แวะสถานี Finse ซึ่งอยู่กลางที่ราบสูงโดยตรง หรือขับรถตาม Road 7 เข้าฝั่งตะวันออก จาก Bergen ก็เชื่อมต่อผ่านรถไฟสายเดียวกัน แนะนำแวะ Visitor Centre ที่ Øvre Eidfjord หรือ Skinnarbu ก่อนเข้าอุทยาน

เที่ยว Hardangervidda กี่วันพอ?

ถ้าต้องการประสบการณ์ครบรส วางแผน 4-7 วัน แบ่งเป็นเดินป่าข้ามคืน 2-3 วันในอุทยาน รวมกับวันพักที่หมู่บ้านรอบนอก เช่น Eidfjord หรือ Geilo ถ้ามีเวลาน้อยและเน้นชมวิว 1-2 วันก็พอ โดยเดินทางเข้า Finse แล้วเดินเส้นทางวันเดียวรอบบริเวณสถานี ก็ได้สัมผัสที่ราบสูงและมีโอกาสเห็นกวางอยู่

Hardangervidda พักที่ไหน มีที่พักไหมในอุทยาน?

มีกระท่อมที่พักกว่า 550 แห่ง ดูแลโดย DNT (Norwegian Trekking Association) กระจายทั่วอุทยาน ตั้งแต่แบบ staffed ที่มีบริการอาหาร ไปจนถึง self-service ที่มีเสบียงพื้นฐาน สมัครสมาชิก DNT จะได้ราคาพิเศษ จองล่วงหน้าผ่าน ut.no โดยเฉพาะช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม บางแห่งเต็มหลายสัปดาห์ก่อน นอกจุทยานยังมีโรงแรมที่หมู่บ้าน Eidfjord, Kinsarvik และ Geilo

Hardangervidda เดินป่ายากไหม ต้องมีประสบการณ์ไหม?

ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก เส้นทางระหว่างกระท่อม DNT ส่วนใหญ่ไม่ต้องการทักษะพิเศษ แต่ต้องมีความฟิตพื้นฐานและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เส้นทาง 2 วันจาก Finse ไป Vøringfoss มีบางช่วงชันและต้องอ่านแผนที่ได้ ส่วนพื้นที่ห่างไกลที่สุดของอุทยานนั้นต้องการประสบการณ์เดินป่าระดับสูง อากาศเปลี่ยนเร็ว แนะนำตรวจ yr.no ทุกวัน

Hardangervidda มีค่าเข้าไหม?

ไม่มีค่าเข้าอุทยาน กฎหมายนอร์เวย์ (Allemansretten) ให้สิทธิ์เดินป่า ตั้งแคมป์ และสกีได้อย่างอิสระในพื้นที่ส่วนใหญ่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องขอใบอนุญาตตกปลาก่อน (ซื้อได้ที่ Visitor Centre หรือออนไลน์) ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าที่พักกระท่อม DNT ค่าอุปกรณ์ และค่าเดินทาง

ไป Hardangervidda เห็นกวางเรนเดียร์จริงไหม?

โอกาสค่อนข้างสูงถ้าไปช่วงฤดูร้อน ฝูงกวางเรนเดียร์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกว่า 7,000 ตัวอาศัยอยู่ในที่ราบสูงตลอดทั้งปี ช่วงเช้าตรู่และเย็นโอกาสเห็นสูงสุด เพราะพวกมันออกหากินในทุ่งโล่ง ถ้าต้องการมั่นใจแนะนำจ้างไกด์ท้องถิ่นที่รู้ตำแหน่งฝูง การเห็นโดยไม่รบกวนต้องรักษาระยะห่างและไม่ส่งเสียงดัง

แหล่งอ้างอิง · 6 แหล่ง
  1. Hardangervidda National Park - Wikipedia
  2. Reindeer, fjords and auroras: the 11 best national parks in Norway - Lonely Planet
  3. Hardangervidda - Wikipedia
  4. List of national parks of Norway - Wikipedia
  5. How to visit Norway on a budget - Lonely Planet
  6. Hardanger - Wikipedia

แท็ก

#นอร์เวย์#สแกนดิเนเวีย#เดินป่า#ธรรมชาติป่าดิบ#กวางเรนเดียร์#ถ่ายภาพธรรมชาติ#ฤดูร้อนยุโรป#ทริป Luxury ธรรมชาติ#เที่ยว Hardangervidda National Park

เขียนโดย

Gography

กลับไปหน้าบทความ