
Hardangervidda: เที่ยวที่ราบสูงป่าดิบนอร์เวย์
คู่มือเที่ยว Hardangervidda National Park ครบจบ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด กวางเรนเดียร์กว่า 7,000 ตัว เส้นทางเดินป่า และวิธีเดินทางจากไทย
คู่มือเที่ยว Hardangervidda National Park ครบจบ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด กวางเรนเดียร์กว่า 7,000 ตัว เส้นทางเดินป่า และวิธีเดินทางจากไทย
- Hardangervidda National Park ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ (3,422 ตร.กม.) และเป็นที่ราบสูง eroded ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ความสูงเฉลี่ย 1,100 เมตร
- ช่วงดีที่สุดคือกรกฎาคม-สิงหาคม เส้นทางเดินป่าเปิด อากาศเหมาะ และโอกาสพบกวางเรนเดียร์ป่ากว่า 7,000 ตัวสูงที่สุด
- เข้าถึงได้สะดวกผ่านรถไฟ Bergen Line แวะสถานี Finse กลางที่ราบสูง หรือขับรถตาม Road 7
- DNT ดูแลกระท่อมที่พักกว่า 550 แห่งทั่วอุทยาน จองล่วงหน้าผ่าน ut.no โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน
- กฎหมาย Allemansretten ให้สิทธิ์ตั้งแคมป์และเดินป่าได้อย่างอิสระในพื้นที่ส่วนใหญ่โดยไม่ต้องขออนุญาต
มีที่ราบสูงแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ที่ดูเหมือนโลกยังไม่เสร็จสร้าง — ภูเขาโล่งปราศจากต้นไม้ ทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มกระจายตัวราวกับใครทิ้งกระจกไว้บนหินแกรนิต และที่ไหนสักแห่งในขอบฟ้าที่แผ่กว้างนั้น ฝูงกวางป่าหลายพันตัวกำลังเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางที่บรรพบุรุษพวกมันเดินมาตั้งแต่ยุคหิน Hardangervidda National Park คืออุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ ครอบคลุมพื้นที่ 3,422 ตารางกิโลเมตร และวางตัวอยู่บนที่ราบสูงที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ความสูงเฉลี่ย 1,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล — ไม่ใช่ภูเขาที่พุ่งแหลม แต่เป็นความกว้างใหญ่แบบที่ทำให้คนรู้สึกเล็กลงทันทีที่ก้าวออกจากรถ
ที่นี่ไม่ใช่จุดหมายสำหรับคนที่อยากถ่ายรูปหน้าป้ายแล้วก็ไป แต่สำหรับคนที่อยากรู้ว่าธรรมชาติที่ยังไม่ถูกมือมนุษย์แต่งเติมมากนักมีหน้าตาเป็นอย่างไร ที่นี่คือคำตอบ

Hardangervidda พิเศษยังไง ทำไมถึงต้องไป?
Hardangervidda ไม่ใช่แค่อุทยานแห่งชาติ — มันคือระบบนิเวศที่ไม่เหมือนที่อื่นในยุโรป ไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดคือฝูงกวางเรนเดียร์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีประชากรกว่า 7,000 ตัว ที่อาศัยและอพยพอยู่ในที่ราบสูงแห่งนี้ตลอดทั้งปี
สภาพภูมิอากาศแบบอาร์กติกที่ระดับความสูง 1,100 เมตรนั้นทำให้ที่นี่กลายเป็นพื้นที่ที่อยู่ใต้สุดในยุโรปที่ยังพบสัตว์และพืชสายพันธุ์แบบอาร์กติกได้ — กล่าวคือคุณสามารถพบระบบนิเวศที่ปกติต้องไปถึงแลปแลนด์หรือสฟาลบาร์ด ได้ที่นี่ในระดับความสูงกลางของนอร์เวย์
สิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าทึ่งในแง่ประวัติศาสตร์: นักโบราณคดีพบร่องรอยของชุมชนยุคหินนับร้อยแห่งทั่วที่ราบสูง สันนิษฐานว่ามนุษย์ในยุคนั้นติดตามฝูงกวางเรนเดียร์มาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวที่นี่มาเป็นเวลาหลายพันปีก่อนที่เราจะก้าวเท้าแรกลงที่นี่
และสำหรับคนที่เติบโตมากับ Star Wars — ฉากดาวเคราะห์น้ำแข็ง Hoth ใน The Empire Strikes Back ถ่ายทำที่ธารน้ำแข็ง Hardangerjøkulen ในพื้นที่นี้ ความรู้สึกเดินบนที่ราบสูงที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะจึงไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้น

ไป Hardangervidda ช่วงไหนดีที่สุด?
ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมคือ sweet spot สำหรับการเดินป่าและชมธรรมชาติ เส้นทางส่วนใหญ่เข้าถึงได้จริงในช่วงนี้ อุณหภูมิอยู่ในระดับที่เดินสบาย และโอกาสเห็นฝูงกวางเรนเดียร์สูงที่สุดเพราะพวกมันออกหากินในทุ่งโล่ง
ถ้าขยับมาถึงมิถุนายนหรือกันยายน-ตุลาคมก็ยังดี — มิถุนายนจะได้แสงที่ยาวนานเป็นพิเศษ (นอร์เวย์ช่วงนี้มีกลางวัน 18-20 ชั่วโมงขึ้นไป) ส่วนกันยายนให้สีทองของทุ่งหญ้าและพุ่มไม้ที่เปลี่ยนสีก่อนหน้าหนาว ซึ่งถ่ายภาพออกมาได้น่าประทับใจมาก
ฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงมีฝนมากกว่าฝั่งตะวันออกอย่างชัดเจน บางพื้นที่บันทึกปริมาณน้ำฝนไว้มากกว่า 1,000 มิลลิเมตรต่อปี ดังนั้นถ้าแพ้ฝนให้วางแผนเส้นทางเข้าจากฝั่งตะวันออก (เช่นจาก Skinnarbu หรือ Rjukan) จะได้อากาศที่คาดเดาได้มากกว่า
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-พฤษภาคม) ที่ราบสูงถูกปกคลุมด้วยหิมะและแทบเข้าไม่ได้สำหรับนักเดินป่าทั่วไป แต่ก็มีนักสกีทางเรียบ (cross-country skiing) ที่มาท้าทายตัวเองในช่วงนี้

เดินทางจากไทยไป Hardangervidda ยังไง?
ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่นอร์เวย์ เส้นทางที่คนไทยนิยมคือบินไปออสโล (Oslo Gardermoen) ผ่าน Doha, Dubai, Amsterdam, Frankfurt หรือ Helsinki โดยรวมเวลาบินและต่อเครื่องประมาณ 14-18 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับสายการบิน
จากออสโลมีสองทางหลักเพื่อเข้า Hardangervidda:
- ทางรถไฟ: Bergen Line (เส้นรถไฟ Bergen-Oslo) ตัดผ่านที่ราบสูงโดยตรง สถานี Finse คือจุดแวะที่คนนิยมที่สุด — อยู่กลางที่ราบสูงและเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินป่าหลายเส้น การนั่งรถไฟสายนี้ตัดผ่านภูมิประเทศที่สวยงามและถือเป็นประสบการณ์ในตัวเอง - ทางรถยนต์: Road 7 (ถนนหมายเลข 7) ตัดผ่านที่ราบสูงจากตะวันออกสู่ตะวันตก เหมาะสำหรับคนที่เช่ารถและต้องการความยืดหยุ่นในการแวะจอดตามจุดต่างๆ
สำหรับคนที่เดินทางมาจากฝั่ง Bergen ก็สะดวกเช่นกัน เนื่องจาก Bergen อยู่ใกล้กับ Hardangerfjord ซึ่งเป็นพื้นที่โดยรอบอุทยาน และยังเชื่อมต่อเข้าได้ผ่านรถไฟสายเดียวกัน
ก่อนเข้าอุทยาน แนะนำให้แวะ Visitor Centre สองแห่ง ได้แก่ Hardangervidda Natursenter ที่ Øvre Eidfjord และ Hardangervidda Nasjonalparksenter ที่ Skinnarbu ทั้งสองแห่งให้ข้อมูลเส้นทาง สภาพอากาศ และข้อมูลสัตว์ป่าที่อัปเดต

ใน Hardangervidda มีอะไรน่าเที่ยวและน่าทำบ้าง?
ถ้าไปได้สถานที่เดียว เส้นทางจาก Finse ลงไปยัง Vøringfoss คือสิ่งที่ต้องลอง Vøringfoss เป็นน้ำตกที่ไหลทิ้งตัวลงหน้าผาในครั้งเดียว 145 เมตร เส้นทางนี้ใช้เวลาสองวัน ผ่านภูมิประเทศที่เปลี่ยนจากที่ราบสูงกลายเป็นหุบเขาลึก — บางช่วงของเส้นทางชันและต้องการประสบการณ์เดินป่าพอสมควร
นอกจากนี้ยังมี:
- ชมฝูงกวางเรนเดียร์: ช่วงเช้าตรู่และเย็นคือเวลาที่ดีที่สุด กวางมักจะออกหากินในทุ่งโล่ง หากไม่แน่ใจเส้นทาง ไกด์ท้องถิ่นจาก Finse หรือ Skinnarbu รู้ตำแหน่งฝูงและพาไปได้อย่างรู้จริง - ตกปลา: ทะเลสาบในอุทยานเป็นแหล่งปลาเทราต์ (trout) ชั้นดี ต้องขอใบอนุญาตจาก Visitor Centre หรือผ่านแอปออนไลน์ก่อน - ธารน้ำแข็ง Hardangerjøkulen: ธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับหกของนอร์เวย์และเป็นฉากของ Hoth ใน Star Wars ต้องจองทัวร์ผ่านผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรเข้าคนเดียวโดยไม่มีประสบการณ์ขั้นสูง
สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอุทยานอื่น: กฎหมายนอร์เวย์ให้สิทธิ "Allemansretten" หรือสิทธิ์เดินชมธรรมชาติ หมายความว่าคุณสามารถตั้งแคมป์ เดินป่า หรือสกีได้อย่างอิสระในพื้นที่ส่วนใหญ่โดยไม่ต้องขออนุญาต ตราบเท่าที่ดูแลธรรมชาติด้วย — เป็นอิสรภาพที่หาได้ยากในพื้นที่คุ้มครองของหลายประเทศ

พักที่ไหน เตรียมตัวและงบเท่าไหร่?
ระบบที่พักใน Hardangervidda ดีกว่าที่หลายคนคาดไว้ DNT (Norwegian Trekking Association) ดูแลกระท่อมและที่พักกว่า 550 แห่งทั่วที่ราบสูง ตั้งแต่กระท่อมแบบ staffed ที่มีพนักงาน มีบริการอาหาร ไปจนถึงกระท่อม self-service ที่มีเสบียงพื้นฐานเตรียมไว้ให้
ถ้าสมัครเป็นสมาชิก DNT จะได้ราคาค่าพักที่ถูกกว่าราคาปกติ — คุ้มมากถ้าวางแผนจะเดินป่าหลายวันในนอร์เวย์ สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ราคาค่าพักในกระท่อม staffed โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 200-400 NOK ต่อคืน (ประมาณ 600-1,200 บาท) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทและระดับบริการ
สิ่งที่ต้องเตรียม: - เสื้อผ้ากันลมกันฝนที่กันน้ำได้จริง อุณหภูมิที่ราบสูงเปลี่ยนเร็วแม้ในฤดูร้อน - รองเท้าเดินป่าที่กันน้ำ เส้นทางหลายจุดผ่านพื้นที่ชื้นแฉะ - แผนที่กระดาษและเข็มทิศ หรือ GPS ที่ดาวน์โหลด offline map แล้ว — สัญญาณมือถือบางพื้นที่ไม่มี - บอก Visitor Centre หรือที่พักว่าจะไปเส้นทางไหน เผื่อฉุกเฉิน
ระดับความยากของ Hardangervidda เทียบกับที่อื่น: Lonely Planet เปรียบการสำรวจส่วนที่ห่างไกลที่สุดของอุทยานไว้ว่าใกล้เคียงกับการสำรวจขั้วโลก — นั่นบอกเองว่าที่นี่ไม่ใช่สำหรับทุกคน แต่ก็ไม่ได้ต้องการทักษะขั้นพิเศษสำหรับเส้นทางหลักๆ ที่เชื่อมต่อกระท่อม DNT
กินอะไร ภูมิภาคนี้มีอะไรพิเศษ?
Hardangervidda ตั้งอยู่ในภูมิภาค Hardanger ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ — คิดเป็นราว 40% ของผลผลิตผลไม้ทั้งหมดของประเทศ รวมถึงแอปเปิล พลัม สาลี่ เชอร์รี่ และลูกเกด ดังนั้นไซเดอร์แอปเปิลและผลิตภัณฑ์ผลไม้จากท้องถิ่น Hardanger เป็นของที่ต้องลอง
ในกระท่อม DNT ประเภท staffed อาหารส่วนใหญ่เป็นแบบ Scandinavian ดั้งเดิม — ปลา ขนมปัง ชีส และซุป เรียบง่ายแต่อบอุ่น หลังเดินมาทั้งวัน มันจะอร่อยกว่าอาหารสามดาว Michelin ใดๆ
หมู่บ้าน Eidfjord และ Kinsarvik บริเวณรอบอุทยานมีร้านอาหารและโรงแรมขนาดเล็กที่ให้บริการอาหารท้องถิ่น รสชาติเรียบง่ายแต่ใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตใกล้ๆ
เกร็ดที่ไม่ค่อยมีใครรู้: ดินในที่ราบสูง Hardangervidda มีความสำคัญทางการแพทย์ระดับโลก ในปี 1969 นักวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่างดินจากที่นี่ และต่อมาค้นพบเชื้อราที่เป็นแหล่งผลิต Ciclosporin — ยากดภูมิคุ้มกันที่ใช้ในการปลูกถ่ายอวัยวะทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้
วางแผนทริปอย่างไรดี?
สำหรับทริปที่ครบรสที่สุด วางแผน 4-7 วันในพื้นที่ — แบ่งเป็นเดินป่าข้ามคืน 2-3 วันในอุทยาน รวมกับวันพักผ่อนที่หมู่บ้านรอบนอก อย่าง Eidfjord หรือ Geilo ที่มีที่พักและร้านอาหารครบกว่า
จองที่พักกระท่อม DNT ล่วงหน้าผ่าน ut.no โดยเฉพาะถ้าไปช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม กระท่อม staffed บางแห่งเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์
ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยที่มักใช้วันหยุดยาว: ช่วงกรกฎาคมปลายถึงต้นสิงหาคมให้สภาพอากาศที่นิ่งที่สุด โอกาสพบกวางสูง และกลางวันยาวนานพอที่จะเดินได้มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวันหากต้องการ
อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไป: ในเดือนสิงหาคม 2016 ฟ้าผ่ากวางเรนเดียร์ป่าเสียชีวิตถึง 323 ตัวในคืนเดียว เหตุการณ์นี้เตือนให้นักเดินป่าตระหนักว่าพายุที่ราบสูงมาเร็วและรุนแรงกว่าที่คาด — ติดตามพยากรณ์อากาศจาก yr.no ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
Hardangervidda ไม่ได้สวยงามแบบที่ต้องบอกว่าสวย — มันกว้างใหญ่พอที่จะทำให้ทุกอย่างที่เคยสำคัญดูเล็กลง และนั่นคือสิ่งที่หาได้ยากขึ้นทุกวันในโลกที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
คำถามที่พบบ่อย
เที่ยว Hardangervidda เดือนไหนดีที่สุด?
กรกฎาคมและสิงหาคมคือช่วงที่ดีที่สุด เส้นทางเดินป่าส่วนใหญ่เปิดใช้ได้ อุณหภูมิอยู่ในระดับเดินสบาย และกลางวันยาวนาน 18-20 ชั่วโมง ถ้าอยากหนีคนหน่อยให้ขยับมาต้นหรือปลายกันยายน ช่วงนั้นทุ่งหญ้าเปลี่ยนสีทองสวย แต่อากาศเริ่มเย็นและบางเส้นทางอาจมีหิมะแล้ว ฝั่งตะวันออกของที่ราบสูงฝนน้อยกว่าฝั่งตะวันตก เหมาะถ้าแพ้ฝน
จากไทยไป Hardangervidda ยังไง?
บินจากกรุงเทพฯ ต่อเครื่องที่ Doha, Dubai, Amsterdam หรือ Helsinki ไปออสโล รวมเวลาประมาณ 14-18 ชั่วโมง จากออสโลนั่งรถไฟ Bergen Line แวะสถานี Finse ซึ่งอยู่กลางที่ราบสูงโดยตรง หรือขับรถตาม Road 7 เข้าฝั่งตะวันออก จาก Bergen ก็เชื่อมต่อผ่านรถไฟสายเดียวกัน แนะนำแวะ Visitor Centre ที่ Øvre Eidfjord หรือ Skinnarbu ก่อนเข้าอุทยาน
เที่ยว Hardangervidda กี่วันพอ?
ถ้าต้องการประสบการณ์ครบรส วางแผน 4-7 วัน แบ่งเป็นเดินป่าข้ามคืน 2-3 วันในอุทยาน รวมกับวันพักที่หมู่บ้านรอบนอก เช่น Eidfjord หรือ Geilo ถ้ามีเวลาน้อยและเน้นชมวิว 1-2 วันก็พอ โดยเดินทางเข้า Finse แล้วเดินเส้นทางวันเดียวรอบบริเวณสถานี ก็ได้สัมผัสที่ราบสูงและมีโอกาสเห็นกวางอยู่
Hardangervidda พักที่ไหน มีที่พักไหมในอุทยาน?
มีกระท่อมที่พักกว่า 550 แห่ง ดูแลโดย DNT (Norwegian Trekking Association) กระจายทั่วอุทยาน ตั้งแต่แบบ staffed ที่มีบริการอาหาร ไปจนถึง self-service ที่มีเสบียงพื้นฐาน สมัครสมาชิก DNT จะได้ราคาพิเศษ จองล่วงหน้าผ่าน ut.no โดยเฉพาะช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม บางแห่งเต็มหลายสัปดาห์ก่อน นอกจุทยานยังมีโรงแรมที่หมู่บ้าน Eidfjord, Kinsarvik และ Geilo
Hardangervidda เดินป่ายากไหม ต้องมีประสบการณ์ไหม?
ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก เส้นทางระหว่างกระท่อม DNT ส่วนใหญ่ไม่ต้องการทักษะพิเศษ แต่ต้องมีความฟิตพื้นฐานและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เส้นทาง 2 วันจาก Finse ไป Vøringfoss มีบางช่วงชันและต้องอ่านแผนที่ได้ ส่วนพื้นที่ห่างไกลที่สุดของอุทยานนั้นต้องการประสบการณ์เดินป่าระดับสูง อากาศเปลี่ยนเร็ว แนะนำตรวจ yr.no ทุกวัน
Hardangervidda มีค่าเข้าไหม?
ไม่มีค่าเข้าอุทยาน กฎหมายนอร์เวย์ (Allemansretten) ให้สิทธิ์เดินป่า ตั้งแคมป์ และสกีได้อย่างอิสระในพื้นที่ส่วนใหญ่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องขอใบอนุญาตตกปลาก่อน (ซื้อได้ที่ Visitor Centre หรือออนไลน์) ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าที่พักกระท่อม DNT ค่าอุปกรณ์ และค่าเดินทาง
ไป Hardangervidda เห็นกวางเรนเดียร์จริงไหม?
โอกาสค่อนข้างสูงถ้าไปช่วงฤดูร้อน ฝูงกวางเรนเดียร์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกว่า 7,000 ตัวอาศัยอยู่ในที่ราบสูงตลอดทั้งปี ช่วงเช้าตรู่และเย็นโอกาสเห็นสูงสุด เพราะพวกมันออกหากินในทุ่งโล่ง ถ้าต้องการมั่นใจแนะนำจ้างไกด์ท้องถิ่นที่รู้ตำแหน่งฝูง การเห็นโดยไม่รบกวนต้องรักษาระยะห่างและไม่ส่งเสียงดัง
แท็ก
เขียนโดย
Gography